บันทึกหน้า 4

“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” น่าเห็นใจ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ อยู่เหมือนกัน แม้ยังไม่ได้แถลงนโยบายรัฐบาลเลย แต่กลับถูกวางกับระเบิดไว้รอบตัว เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมาได้สร้างศัตรูทางการเมืองเอาไว้มากจากปมความขัดแย้งต่างๆ รวมถึงความไม่พอใจโดยเฉพาะกระบวนการสองมาตรฐานของนักโทษเทวดาชั้น 14  

โดยปมกฎหมาย หรือนิติสงคราม ที่ รัฐบาลอิ๊งค์ ต้องเผชิญหลังจากนี้ ไล่เรียงพอสังเขป อาทิ การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบนายกฯ ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นประธานเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ว่ามีการใช้จ่ายงบกว่า 5 พันล้านบาท

ผู้ไม่ปรากฏนามร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคเพื่อไทย และฟาดนายกฯ อุ๊งอิ๊งตกเก้าอี้ในข้อหาว่า พรรคเพื่อไทยปล่อยให้ ทักษิณ เข้าครอบงำพรรคผ่านนายกฯ เศรษฐา ในการตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักฐาน ร้องให้ยุบพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปประชุมที่บ้านจันทร์ส่องหล้าในยามพลบค่ำของวันที่ 14 สิงหาคม เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ในข้อหาว่ายินยอมให้บุคคลภายนอกครอบงำพรรค โดยประเด็นนี้ว่ากันว่าอาจมีการลามไปถึงยื่นยุบพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมวงดังกล่าวอีกด้วย 

   ร้องขอให้ถอดถอนนายกฯ อุ๊งอิ๊ง ในข้อหาว่าขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรงในกรณีการสอบเมื่อครั้งเป็นนิสิตจุฬาฯ โดยหาว่าทุจริตในการสอบ, กรณีปลุกผียายเนื่อมมากล่าวหาว่านายกฯ อุ๊งอิ๊งโกงที่ธรณีสงฆ์ของวัด เป็นการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง    

ขอให้ กกต.ตรวจสอบแพทองธารว่าได้ลาออกจากกรรมการบริษัทต่างๆ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 จริงหรือไม่ เหตุใดจึงจดทะเบียนกรรมการออกในวันที่ 19 สิงหาคม 2567 หลังจากที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 แล้ว จะเข้าข่ายเป็นเหตุให้ตกเก้าอี้นายกฯ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ ฯลฯ

ล่าสุด “สมชาย แสวงการ” อดีต สว. ปูดข่าวว่า ข่าวดี! ครม.อิ๊งค์ 1 ตรวจละเอียดยิบ รมต.ต้องสุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่ประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ข่าวลืออื้ออึงว่า ติดปมตั้ง 11 ทั้งคดีใน ป.ป.ช. อัยการ ศาล ฯลฯ “จะกล้าลุยตั้งก่อน ไปตายเอาดาบหน้า? สิ่งเหล่านี้แม้ยังไม่เกิด แต่รับรองว่ากวนสมาธิรัฐบาลอย่างแน่นอน และพร้อมระเบิดในวันที่นายกฯ คนที่ 31 ก้าวพลาด 

เก็บตก ปชป.ยุคใหม่จูบปากลูกสาวทักษิณ เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.ปชป. โพสต์ชำแหละผลโพลหลังพรรคเก่าแก่คะแนนติดลบว่า การสำรวจของซูเปอร์โพลพบว่า คนที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยได้ให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้น 80.4% แต่คนที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์กลับให้การสนับสนุนลดลง 60.1% น่าจะมาจากเหตุผล คือ

ในส่วนของคนที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคะแนนสนับสนุนลดลงมากถึง 60.1% ก็เพราะรู้สึกผิดหวังที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยร่วมกันต่อสู้กับระบอบทักษิณ กลับไม่รักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง ไปเป็นนั่งร้านให้กับระบอบทักษิณในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้มวลชนผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เสียความรู้สึก ผิดหวังในอุดมการณ์ที่เคยร่วมกันต่อสู้กับระบอบทักษิณ จึงทำให้คะแนนจากผู้เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ลดลงมาก

ในทางกลับกัน ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นของพรรค ถ้าพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มวลชนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ก็รู้สึกไม่แตกต่างกับมวลชนของพรรคเพื่อไทยในตอนนี้

 “คำตอบเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนลดลงเพราะไปซูฮกกับระบอบทักษิณ ไม่มีศักดิ์ศรี ละทิ้งอุดมการณ์ ยอมไปเป็นนั่งร้านให้กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย” 

หลังจากนี้ต้องดูว่า เมื่อ ปชป.ได้เข้าร่วมรัฐบาล ที่มี เสี่ยต่อ-เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรค จะทำงานเข้าตาประชาชนและกอบกู้ความนิยมคืนมาได้ไหม หรือสูญพันธุ์เป็นพรรคต่ำสิบในการเลือกตั้งครั้งหน้า.

 

คางดำ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน