บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ระเบิดศึกแถลงนโยบายรัฐบาลวันแรก ระหว่างนายกรัฐมนตรี  VS ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ที่อายุน้อยที่สุดทั้งคู่ โดยเฉพาะ "นายกฯ อิ๊งค์" มือใหม่สุดๆ ขึ้นเวทีสภาเป็นครั้งแรก ไม่แปลกที่ก่อนจะนำทัพ ต้องหาที่พึ่งทางใจ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาฤกษ์เอาชัยให้ฮึกเหิมเสียก่อน "นายกฯ อิ๊งค์" ควงสามีเข้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ตอนตี 4 ครึ่ง พอตีห้าครึ่ง เริ่มสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า ตามด้วยไหว้ศาลพระภูมิ และศาลตายาย กระทั่ง 8 โมงครึ่ง เดินทางเข้ารัฐสภา แล้วสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิชัยมงคล ศาลตายาย และพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะย่างก้าวเข้าห้องประชุมพระสุริยัน ขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์นายกรัฐมนตรี

พอถึงเวลาก็ลุกขึ้นยืนอ่านคำแถลงนโยบาย ร่ายยาว 58 นาที “ในนามนายกฯ ของคนไทยทุกคน ในนามรัฐบาล ขอให้ความมั่นใจกับรัฐสภาแห่งนี้ว่า จะมุ่งมั่นตั้งใจบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง พร้อมประสานพลังจากทุกภาคส่วน จากทุกช่วงวัย จากทุกความเชี่ยวชาญขับเคลื่อนนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ซึ่งตอบสนองสถานการณ์ปัจจุบันให้สำเร็จพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า เพื่อสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ทำให้คนไทย มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพื่อนำพาความภูมิใจกลับมาสู่คนไทย และประเทศไทย เพื่อสร้างความหวังและอนาคตที่ดีกว่าให้ประเทศไทย จากวันนี้ไปถึงอนาคต” ตบท้ายตามโพยเป๊ะๆ

๐ โหมโรงปลุก FC มาหลายวันกับแคมเปญ "1 ปี สูญเปล่า 3 ปี เจ๊าหรือเจ๊ง?" หัวหน้าพรรคประชาชน "ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" เปิดฉากชำแหละคนแรก "1 ปีที่สูญเปล่าของการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว โดยที่ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ และ 3 ปีต่อจากนี้ ผมจะตั้งชื่อเรียกเล่นๆ ว่า รัฐบาล 3 นาย คือ นายใหญ่ นายทุน และนายหน้า ที่มีแต่เจ๊ากับเจ๊ง หรือพูดง่ายๆ คือ ไม่มีอนาคตที่ดีขึ้น หากเราอยู่ในระบบการเมืองเช่นนี้ เพราะพวกท่านกำลังสยบยอมกระบวนการนิติสงครามที่ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมของประเทศไปสูญสิ้น" เรียกว่าใส่ไม่ยั้ง "มาดามแพ" ก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจจนจบ แต่ยังไม่ปริปาก ตามด้วยขุนพลของ ปชน. อีกหลายคน ระดมใส่อีกหลายชุด กระทั่งช่วงไพรม์ไทม์ 6 โมงเย็น ลุกขึ้นตอบเป็นครั้งแรก กู้หน้าจากตอนเช้าที่อ่านสคริปต์เพียงอย่างเดียว ชกกลับฝ่ายค้านหน้าหงาย ให้เลิกทำตัวเป็นฝ่ายค้านสร้างวาทกรรมเกลียดชัง และให้ช่วยกันช่วยแก้วิกฤตน้ำท่วม ถือว่าโกยคะแนนคืนได้บ้าง ดูแล้วน่าจะฝึกซ้อมมาหนักทีเดียว

๐ ปรากฏการณ์แปลกประหลาด สส.พรรคเดียวกัน ซัดกันเองกลางสภา ปกติต้องปะทะกันระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล แต่เผอิญ พปชร. ดันมีทั้ง สส.ฝ่ายค้าน กับ สส.รัฐบาล ร่วมคอกเดียวกัน กลายเป็นว่า "อรรถกร ศิริลัทธยากร" สส.ฉะเชิงเทรา เด็กในคาถาธรรมนัส ลุกขึ้นประท้วง "ชัยมงคล ไชยรบ" สส.สกลนคร ศิษย์ลุงป้อม โทษฐานใช้วาจาเสียดสีแทงใจดำในฐานะหนึ่งในรมต.สืบสันดาน ที่ให้พ่อนั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทนตัวเอง จะว่าไปในสภายังไม่เดือดเท่านอกสภา เล่นแรงปล่อยคลิปเสียง "ลุงป้อม" หวังเผาบ้านป่าให้ราบ ต่อให้ "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" อมพระมาพูด คงไม่มีใครเชื่อ ในเมื่อเป็นคู่กรณีเห็นกันโต้งๆ แถมเป็นคลิปเก่าสมัยยังหวานชื่น โบ้ยเป็นคนในทำเอง ก็แหงฝีมือคนอดีตใกล้ชิดไง เด็กบ้านป่ารู้กันทั้งนั้นว่าลุงป้อมชอบเปิดลำโพงเวลาคุยโทรศัพท์ บางคนที่คิดไม่ซื่อก็คงอัดเก็บไว้ ขนาด "เสี่ยหนู" ยังเห็นใจ ผสมผวาพวก "ปากปราศรัย ใจเชือดคอ" แต่อีกฝ่ายยังไม่จบง่ายๆ เตะตัดขาลุงต่อ "บ้านรัตนเศรษฐ" โบกมือบ๊ายบาย ได้เก้าอี้เลขาฯ รมว.เกษตรฯ เป็นรางวัล เจอแบบนี้ "ลุงป้อม" คงไปต่อลำบากทำได้แค่ประคอง ถึงเลือกตั้งครั้งหน้าก็ตัวใครตัวมัน.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .