
“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” รอดตัวไปสำหรับพรรคเพื่อไทย กับผลชนะเลือกตั้งซ่อม จ.พิษณุโลก เขต 1 รักษาหน้านายกฯป้ายแดง “แพทองธาร ชินวัตร” ได้สำเร็จ โดยแกนนำพรรคแดง ไม่ว่าจะเป็น “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.สาธารณสุข ในฐานะ ผอ.เลือกตั้ง ต่างยกความดีความชอบเพราะเป็นบารมีของลูกสาวนายใหญ่ทั้งสิ้น
ขณะที่ผลการเลือกตั้งอีกมุมก็ต้องคิด ที่ก่อนหน้าใครก็ว่าพรรคส้มกระแสแรง แต่หลังเลือกตั้งหลายครั้งก็ควานหาชัยชนะไม่เจอ ทั้งนี้มีการวิเคราะห์เบื้องลึกจากทีมข่าวภูมิภาคจากเมืองสองแคว โดยระบุว่า นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ที่ชนะ นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ จากพรรคประชาชน ที่ค่อนข้างทิ้งห่าง
ได้ส่งสัญญาณให้เห็นว่าประชาชนเริ่มที่จะหันมาให้ความนิยมพรรคอนุรักษนิยมใหม่เพิ่มมากขึ้น และนับเป็นชัยชนะที่ติดต่อกันมาหลายสนามแล้ว ตั้งแต่สนามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในหลายๆ จังหวัด จนมาถึงการเลือกซ่อม สส.เขต 1 ที่เมืองสองแควพิษณุโลก เสมือนหนึ่ง “ลมที่เริ่มเปลี่ยนทิศ”
นับจากปี 2566 ที่พรรคประชาชน (ปชน.) หรือพรรคก้าวไกลเดิม หรือพรรคสีส้ม ชนะการเลือกตั้งสนามใหญ่ (สส.) โดยได้รับความนิยมสูงสุด แต่ไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้จนต้องให้พรรคเพื่อไทยมาเป็นแกนนำรัฐบาล เพราะการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น นายก อบจ. และ สส. พรรคจากขั้วอนุรักษนิยมใหม่เข้าวินทุกสนาม และเป็นชัยชนะที่ค่อนข้างมีคะแนนทิ้งห่าง เช่นที่จังหวัดราชบุรี สนาม อบจ. ที่พรรคประชาชนขนแกนนำยกขบวนช่วยผู้สมัครหาเสียงแบบเต็มทีม ก็ยังแพ้ให้กับบ้านใหญ่เมืองโอ่ง จ.ราชบุรี และล่าสุดยังมาพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อม สส. ที่เมืองสองแคว จ.พิษณุโลกอีก
ทำให้สะท้อนไปถึงหมากกระดานที่เหลือต่อไปว่าพรรคประชาชนจะมีแนวนโยบายหรือรูปแบบใดมาต่อสู้ในสนามการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบจ. ที่กำลังจะมาถึงในอีก 3 เดือนข้างหน้า เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา 4–5 สนาม ได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าพรรคอนุรักษนิยมใหม่ หรือกลุ่มบ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัด ได้เริ่มยึดพื้นที่คืนแล้ว ด้วยกลยุทธ์การต่อสู้แบบ รวมกันเราชนะ โดยส่งผู้สมัครที่เห็นว่า ดีที่สุด แข็งที่สุด พร้อมที่สุด เพียงหนึ่งเดียว เพื่อไปสู้กับพรรคประชาชน
หมากกระดานที่ จ.พิษณุโลก ที่ผลออกมาพรรคเพื่อไทยชนะในวันนี้ ย่อมส่งผลสะท้อนไปถึงทุกสนามในศึกเลือกตั้งท้องถิ่น รวมไปถึงสนามการเมืองใหญ่ สส. ในอีก 3 ปีข้างหน้า เพราะถ้าการเลือกตั้งออกมาแนวๆ นี้ เชื่อได้เลยว่า “บ้านใหญ่ อนุรักษนิยมใหม่” กลับมายึดคืนทุกพื้นที่ทุกสนามอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันหากพรรคส้มปรับตัวทัน ก็ยังมีเวลาถอดบทเรียนแล้วแก้ไขสถานการณ์
๐ สามัคคีโดยไม่ได้นัดหมายสำหรับนักการเมืองหลังเห็นอิทธิฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญ 60 ในประเด็นเรื่องคุณสมบัติ จะต้องมีมาตรฐานจริยธรรมและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หลังทำ “เศรษฐา ทวีสิน” ตกเก้าอี้นายกฯ และทำเอานักการเมืองเปลี่ยนเกมเล่นส่งเครือญาติมาเป็นรัฐมนตรีแทน จนสังคมมองว่าเป็น ครม.สืบสันดาน
ล่าสุด นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้รับการประสานกับพรรคประชาชน เขามีความคิดต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา
โดยเฉพาะมาตรฐานจริยธรรม และเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ โดยจะเป็นการแก้ไขถ้อยคำให้รัดกุม ไม่ให้เกิดการตีความที่กว้างขวาง ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลไปพอสมควรแล้ว ซึ่งทุกพรรคการเมืองในสภาจะเป็นเจ้าภาพร่วมกัน
“อยากจะทำให้เร็ว แต่เราต้องทำประชามติเพราะเป็นการแก้ไขเรื่องคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยจะทำไปพร้อมกับการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งคาดว่าทำในช่วงเดียวกับการเลือกตั้ง อบจ. ในต้นปีหน้า หรือ 2568 เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ โดยเรื่องการแก้ไขรายมาตราประเด็นจะทำประชามติเพียงครั้งเดียว”
งานนี้ต้องจับตาว่าจะสำเร็จหรือไม่ แม้ทุกพรรคจะหันมาปรองดอง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสังคมอาจจะต่อต้าน และตามมาด้วยเสียงถากถางเพราะเป็นการแก้ปัญหาให้นักการเมือง ไม่ทราบว่าสุดท้ายจะขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปราบโกงหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

