บันทึกหน้า 4

 “ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” รอดตัวไปสำหรับพรรคเพื่อไทย กับผลชนะเลือกตั้งซ่อม จ.พิษณุโลก เขต 1 รักษาหน้านายกฯป้ายแดง “แพทองธาร ชินวัตร” ได้สำเร็จ โดยแกนนำพรรคแดง ไม่ว่าจะเป็น “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.สาธารณสุข ในฐานะ ผอ.เลือกตั้ง ต่างยกความดีความชอบเพราะเป็นบารมีของลูกสาวนายใหญ่ทั้งสิ้น  

ขณะที่ผลการเลือกตั้งอีกมุมก็ต้องคิด ที่ก่อนหน้าใครก็ว่าพรรคส้มกระแสแรง แต่หลังเลือกตั้งหลายครั้งก็ควานหาชัยชนะไม่เจอ ทั้งนี้มีการวิเคราะห์เบื้องลึกจากทีมข่าวภูมิภาคจากเมืองสองแคว โดยระบุว่า นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ที่ชนะ นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ จากพรรคประชาชน ที่ค่อนข้างทิ้งห่าง   

ได้ส่งสัญญาณให้เห็นว่าประชาชนเริ่มที่จะหันมาให้ความนิยมพรรคอนุรักษนิยมใหม่เพิ่มมากขึ้น และนับเป็นชัยชนะที่ติดต่อกันมาหลายสนามแล้ว ตั้งแต่สนามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในหลายๆ จังหวัด จนมาถึงการเลือกซ่อม สส.เขต 1 ที่เมืองสองแควพิษณุโลก เสมือนหนึ่ง “ลมที่เริ่มเปลี่ยนทิศ”

นับจากปี 2566 ที่พรรคประชาชน (ปชน.) หรือพรรคก้าวไกลเดิม หรือพรรคสีส้ม ชนะการเลือกตั้งสนามใหญ่ (สส.) โดยได้รับความนิยมสูงสุด แต่ไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้จนต้องให้พรรคเพื่อไทยมาเป็นแกนนำรัฐบาล เพราะการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น นายก อบจ. และ สส. พรรคจากขั้วอนุรักษนิยมใหม่เข้าวินทุกสนาม และเป็นชัยชนะที่ค่อนข้างมีคะแนนทิ้งห่าง เช่นที่จังหวัดราชบุรี สนาม อบจ. ที่พรรคประชาชนขนแกนนำยกขบวนช่วยผู้สมัครหาเสียงแบบเต็มทีม ก็ยังแพ้ให้กับบ้านใหญ่เมืองโอ่ง จ.ราชบุรี และล่าสุดยังมาพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อม สส. ที่เมืองสองแคว จ.พิษณุโลกอีก

ทำให้สะท้อนไปถึงหมากกระดานที่เหลือต่อไปว่าพรรคประชาชนจะมีแนวนโยบายหรือรูปแบบใดมาต่อสู้ในสนามการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบจ. ที่กำลังจะมาถึงในอีก 3 เดือนข้างหน้า เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา 4–5 สนาม ได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าพรรคอนุรักษนิยมใหม่ หรือกลุ่มบ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัด ได้เริ่มยึดพื้นที่คืนแล้ว ด้วยกลยุทธ์การต่อสู้แบบ รวมกันเราชนะ โดยส่งผู้สมัครที่เห็นว่า ดีที่สุด แข็งที่สุด พร้อมที่สุด เพียงหนึ่งเดียว เพื่อไปสู้กับพรรคประชาชน

หมากกระดานที่ จ.พิษณุโลก ที่ผลออกมาพรรคเพื่อไทยชนะในวันนี้ ย่อมส่งผลสะท้อนไปถึงทุกสนามในศึกเลือกตั้งท้องถิ่น รวมไปถึงสนามการเมืองใหญ่ สส. ในอีก 3 ปีข้างหน้า เพราะถ้าการเลือกตั้งออกมาแนวๆ นี้ เชื่อได้เลยว่า “บ้านใหญ่ อนุรักษนิยมใหม่” กลับมายึดคืนทุกพื้นที่ทุกสนามอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันหากพรรคส้มปรับตัวทัน ก็ยังมีเวลาถอดบทเรียนแล้วแก้ไขสถานการณ์ 

๐ สามัคคีโดยไม่ได้นัดหมายสำหรับนักการเมืองหลังเห็นอิทธิฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญ 60 ในประเด็นเรื่องคุณสมบัติ จะต้องมีมาตรฐานจริยธรรมและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หลังทำ “เศรษฐา ทวีสิน” ตกเก้าอี้นายกฯ และทำเอานักการเมืองเปลี่ยนเกมเล่นส่งเครือญาติมาเป็นรัฐมนตรีแทน จนสังคมมองว่าเป็น ครม.สืบสันดาน 

ล่าสุด นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้รับการประสานกับพรรคประชาชน เขามีความคิดต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา 

โดยเฉพาะมาตรฐานจริยธรรม และเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ โดยจะเป็นการแก้ไขถ้อยคำให้รัดกุม ไม่ให้เกิดการตีความที่กว้างขวาง ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลไปพอสมควรแล้ว ซึ่งทุกพรรคการเมืองในสภาจะเป็นเจ้าภาพร่วมกัน

 “อยากจะทำให้เร็ว แต่เราต้องทำประชามติเพราะเป็นการแก้ไขเรื่องคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยจะทำไปพร้อมกับการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งคาดว่าทำในช่วงเดียวกับการเลือกตั้ง อบจ. ในต้นปีหน้า หรือ 2568 เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ โดยเรื่องการแก้ไขรายมาตราประเด็นจะทำประชามติเพียงครั้งเดียว”

งานนี้ต้องจับตาว่าจะสำเร็จหรือไม่ แม้ทุกพรรคจะหันมาปรองดอง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสังคมอาจจะต่อต้าน และตามมาด้วยเสียงถากถางเพราะเป็นการแก้ปัญหาให้นักการเมือง ไม่ทราบว่าสุดท้ายจะขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปราบโกงหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน