‘พี่อ้วน’ของอิ๊งค์

จบภารกิจบินด่วนภาคเหนือจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการฟื้นฟู เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นำทีมโดย “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขาดไม่ได้คือ “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จากค่ายเพื่อไทย

ที่มักจะเห็นภาพอยู่เคียงข้างนายกฯอิ๊งค์ตลอด และในภารกิจนี้ นายภูมิธรรม เดินทางไปกับนายกฯอิ๊งค์ ในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองทัพ เพื่อช่วยเหลือประชาชน

งานนี้ทั้งบุกน้ำ ลุยโคลน เข้าไปในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านด้วยตนเอง ก่อนในช่วงค่ำจะมีงานเลี้ยงอาหารขอบคุณบรรดาจิตอาสา และทีมอาสาสมัครต่างๆที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ที่มีบรรยากาศอย่างเป็นกันเอง จัดเมนูอาหารหลากหลาย

ก่อนที่ นายกฯอิ๊งค์ จะเดินทักทายให้กำลังใจและขอบคุณทีมจิตอาสาภายในงาน โดยมีนายภูมิธรรม เดินอยู่ข้างๆด้วยเช่นกัน ทั้งนี้หากใครได้ใกล้ชิดนายกฯและสังเกตดีๆ จะเห็นว่าด้วยความที่นายกฯอิ๊งค์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยเพียง 38 ปี ขณะที่บรรดาคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ส่วนมากจะเป็นรุ่นใหญ่ มีอายุมากกว่านายกฯอิ๊งค์

ทำให้นายกฯเรียกบรรดา ครม. ว่า “คุณอา” จะมีบางคนเท่านั้นที่เรียกท่านรองนายกฯ หรือท่านรัฐมนตรี อย่างเช่น นายประเสริฐ ก่อนหน้านี้นายกฯอิ๊งค์จะเรียกท่านเลขาฯเพราะเป็นเลขาธิการพรรค เมื่อมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีก็เรียกรัฐมนตรี และปัจจุบันนายประเสริฐ ควบรองนายกฯด้วยก็เรียกท่านรองฯ

หรือ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ นายกฯอิ๊งค์จะเรียกว่าคุณอา เป็นต้น

แต่จะมีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นที่นายกฯเรียกว่า “พี่” คือ “พี่อ้วน ภูมิธรรม” ที่ถึงแม้ว่า พี่อ้วนจะอายุมากกว่านายกฯอิ๊งค์หลายรอบ จนสามารถเป็นคุณอาหรือคุณลุงของนายกฯได้ก็ตาม

ทั้งนี้เมื่อสืบความจาก “พี่อ้วน” ของนายกฯอิ๊งค์ ทราบว่านายกฯเรียกพี่อ้วนว่า “พี่” มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว และเมื่อนายกฯอิ๊งค์มีลูก ยังเคยถามว่าจะให้ลูกของอิ๊งค์เรียกพี่อ้วนว่าอะไร ด้าน “พี่อ้วน” บอก “ให้เรียกว่าพี่เหมือนกัน”

งานนี้ใครจะเรียกลุงเรียกอาไม่รู้ แต่สำหรับ นายกฯอิ๊งค์ นั้นจะเรียก “พี่อ้วน” ตลอดไป

 

บรรจง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ไตรสรณกุล’ทำงานได้ทันที

หลายคนยังอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใด เลขาฯ กวาง-ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงไม่เลือกลงสนามสมัคร สส.เขต ในจังหวัดศรีสะเกษ บ้านเกิดของตัวเอง ทั้งที่ชื่อชั้น ความคุ้นเคยพื้นที่ และฐานเสียงเดิม ล้วนเอื้ออำนวย

‘ดวงเฮงแม้จมบ๊วย’

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า หลายคนเริ่มออกเดินทางไปเที่ยวกันแล้ว ยกเว้นนักการเมืองที่ยังวุ่นกันสุดๆ ในตอนนี้ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองบีบคั้น เนื่องจากมีการยุบสภาเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งในช่วงนี้

‘ขออะไรทำให้หมด’

ช่วงนี้เข้าสู่เทศกาลหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะได้มีการจับหมายเลขกันแล้วเรียบร้อย ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองต่างก็กระจายสรรพกำลังลงพื้นที่หาเสียงทั่วทั้งประเทศ

สู้ครั้งสุดท้าย

สนามเลือกตั้งคึกคักทั่วไทย หลังผู้สมัครและทุกพรรคจับเบอร์กันเรียบร้อย ก็ลุยหาเสียงทันที ทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ต่างงัดกลยุทธ์และไม้เด็ดต่างๆ มาสู้คู่แข่ง ที่สำคัญคือนโยบาย ตัวผู้สมัคร และตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ที่จะช่วยกันโกยคะแนน งานนี้ทุกพรรคต่างฟิตสู้ศึกรอบนี้

หลายคนนับถือหัวใจ

ถือว่าสะเทือน หลัง ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตพรรคพลังประชารัฐ ด้วยเหตุเรื่องสุขภาพ ทำให้ว่าที่ผู้สมัคร สส.หลายคนถือจังหวะกระโดดหนีไปหาต้นสังกัดใหม่เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้

เข้าใจคนชายแดน

ถ้าเอ่ยชื่อ กวาง–ไตรศุลี ไตรสรณกุล นาทีนี้ หลายคนคงนึกถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหญิงของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำงานเงียบ สุขุม แต่เดินเกมเร็ว ไม่หวือหวา ทว่าจับงานอยู่หมัด