บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อวันจันทร์ มีน้ำมีเนื้อมากที่สุดครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้ เรื่องการ “เปิดประเทศ” ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่เมื่อ พินิจพิเคราะห์กันถึงเนื้อหาสาระแล้ว ออกอากาศลักลั่นอีกแล้วพี่น้อง เพราะหากยึดตามที่ “ลุงตู่” ประกาศว่า 1 พ.ย. จะเปิดให้ 10 ชาติเข้ามาเที่ยวทั่วไทย แต่ 1 ธ.ค. ถึงจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ คำถามคือ แล้วต่างชาติเขาจะมาเที่ยวราตรีเมืองกรุงทำไมกันเล่า นี่ยังไม่นับรวมพระราชกำหนดบริหารราชการสถานการณ์ว่าด้วยเคอร์ฟิวที่ยังค้างเติ่งอยู่ ...๐

แม้ล่าสุดจะมี ข่าวแพลมออกมาว่า “ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19” หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ที่ลุงตู่ขอเวลาอีกไม่นานจะประชุมในวันที่ 14 ต.ค. อาจมีการปรับสีจังหวัดใหม่ และที่สำคัญคือการขยับเวลาเคอร์ฟิว จากเดิม 22.00-04.00 น. มาเป็น 23.00-03.00 น.ก็ตามที แต่หากจะเปิดประเทศจริงๆ เรื่องเคอร์ฟิวก็ควรยกเลิกไป เพราะไม่งั้นได้เกิดกรณี 2 มาตรฐาน จับคนไทยไม่จับต่างชาติผ่าเคอร์ฟิวแน่ ...๐

ขณะเดียวกันก็น่าสนใจที่ “รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์” คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กกรณี “ชิลี” และ “เดนมาร์ก” มาเป็นบทเรียนในการเปิดประเทศ ที่ว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงกว่า 60% ซึ่งแม้สุดท้ายเราต้องอยู่และใช้ชีวิตกับ “โควิด-19” ให้ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเร่งรีบ หรือเพราะกลัวถูกบรรดาคนเกลียดคนชังด่าว่าไม่สามารถทำตามสัญญาเปิดประเทศใน 120 วันได้ ก็สอดรับกับที่ “เทพไท เสนพงศ์” อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ติงไว้น่าสนใจว่า การเปิดประเทศอย่าให้ซ้ำรอยเหมือนกับสงกรานต์ ซึ่งต้นเหตุก็มาจากการกลัวเสียคำพูดนั่นแล ที่ทำให้ไทยต้องเผชิญกับตัวเลขติดเชื้อแบบก้าวกระโดด ...๐

ประเทศไทยเคยภาคภูมิใจว่ามีผู้ติดเชื้อในอันดับเกิน 100 จากประเทศที่ติดเชื้อโควิดทั่วโลก แต่ล่าสุดนั้น “พี่ไทย" กระโดดพรวดๆ มาอยู่อันดับที่ 24 แล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อถึง 1,710,428 ราย และมีผู้เสียชีวิต 17,917 ราย และตามสถิติรายวันของไทยก็ต้องบอกว่ามีการติดเชื้อในระดับท็อปเท็นของโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งน่าสนใจว่านับจากนี้และ หลังจากเปิดประเทศ ไทยจะมีอันดับผู้ติดเชื้อขยับขึ้นหรือไม่อย่างไร เพราะหากขยับขึ้นก็เท่ากับเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 2 ล้านคน และจะเป็นประเทศที่ 4 ในอาเซียนตามหลังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ...๐

หันมาการเมืองกันบ้าง ก็เป็นที่ชัดแจ้งแล้วว่าปีนี้ไม่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรแน่ เพราะ “ลุงตู่” อยากได้หน้าในการเป็นประธานจัดประชุมเอเปก แต่ของอย่างนี้จะฟันธงเลยก็ไม่ได้ เพราะอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะอาจเกิดอุบัติเหตุจากกรณีผ้าเหลืองก็เป็นไปได้ เพราะดูเหมือนตอนนี้จะร้อนฉ่าอย่างมากกับกรณีคำสั่งมติมหาเถรสมาคม (มส.) ปลดเจ้าคณะ 3 รูป ในขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ในยุค “ณรงค์ ทรงอารมณ์” นั่งเป็นผู้อำนวยการ พศ. ซึ่งต้องทำหน้าที่อรรถาธิบายให้ประชาชนและชาวบ้านเข้าใจ ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวดูวกวนเข้าไปอีก ก็ขนาด “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ยังยอมรับว่าฟังไม่รู้เรื่องเช่นกัน ...๐

แล้วยังมีกระษัย “พระเซเลบ” อย่างกรณี “พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต” และ “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” ออกมาช่วยเติมให้เรื่องวงการผ้าเหลืองร้อนเข้าไปอีก ก็บอกได้คำเดียวว่า การเมืองและการพระอาจจะพันพัวจนแยกไม่ออกก็เป็นได้ เพราะดูเหมือนกรณีนี้มีเงาทะมึนของ “ค่ายจานบิน” นะจ๊ะ ที่ทำตัวโลว์โปรไฟล์มานาน เริ่มขยับแข้งขยับขามาผสมโรงด้วยนะจะบอกให้ ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าวฝากจาก สมาคมนิติศาสตร์ มธ. ซึ่งมีกำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ในวันเสาร์ที่ 16 ต.ค.นี้ ระหว่างเวลา 13.30-15.30 น. ตามที่แจ้งไปแล้ว แต่คณะกรรมการสมาคมฯ เห็นเป็นโอกาสที่จะจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้แก่สังคมในประเด็นที่เป็นที่สนใจ จึงได้ ขยายเวลาการประชุมและเพิ่มกิจกรรมการเสวนาในรูปแบบออนไลน์ขึ้นด้วย โดยการจัดกิจกรรมในวันที่ 16 ต.ค.ตามเดิม แต่จะจัดขึ้นระหว่าง 13.00-16.30 น. โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกเวลา 13.00-14.30 น. เป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ช่วงที่สองเวลา 14.30-16.30 น.เสวนาในหัวข้อ “การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ของคนต่างชาติ” จึงเรียนเชิญสมาชิกเข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และร่วมเสวนาของสมาคมฯ โดยบุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วมรับฟังการเสวนาได้ด้วย ...๐ 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม

บันทึกหน้า 4

ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว