
ต้องยอมรับปรากฏการณ์ “ดิไอคอน” แรงดีไม่มีตกเสียจริงๆ นอกจาก 18 บอสที่เป็นดารานำแล้ว ดูเหมือนเรื่องราวจะลามยิ่งกว่า “ไวรัสมาร์บูร์ก” ที่ระบาดใน “รวันดา” แต่สามารถควบคุมได้ จนทำให้ “องค์การอนามัยโลก (WHO)” ถึงกับปรบมือชื่นชมเสียอีก เพราะเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้วเรื่องก็ลามไปถึง พระสงฆ์องคเจ้าอย่าง “พระเมธีวชิโรดม” หรือ ว.วชิรเมธี แห่งไร่เชิญตะวัน ...๐
แต่ดูเหมือนสัปดาห์นี้เรื่องกลับวกมาสู่ “เทวดา” มือตบทรัพย์ทั้งหลาย ซึ่งต้องบอกว่า “วรัตน์พล วรัทย์วรกุล” หรือ “บอสพอล” นั้น เขี้ยวลากดินเห็นๆ และยิ่งกว่าหนังแนวหักเหลี่ยมเฉือนคมอย่างมาก เนื่องจากมีการซุกการอัดเทปเสียงไว้ในเป้ากางเกงนานหลายชั่วโมง และยังไม่นับรวมคลิปภาพตลบหลังบรรดานักรีดไถและนักตบทรัพย์อีกต่างหาก งานนี้เล่นเอาใครต่อใครไม่ว่าจะเป็น “เทวดา” หรือ “ซาตาน” ทั้งหลายก็หนาวๆ ร้อนๆ กันจ้าละหวั่น ...๐
แล้วที่ต้องลุ้นๆ ไปพอๆ กันก็เหมือนกับที่ “พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว” รอง ผบช.ก. บอกนั่นแลว่า พวกหิวแสงทั้งหลายในคดีนี้ก็ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ไม่ต่างจากบรรดา “เทวดา” เหมือนกัน เพราะ “บิ๊กเต่า” ประกาศต่อสาธารณะแล้วว่าจะมีการเช็กบิลบรรดาคนอยากดังอยากโหนจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดีและองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะข่าวว่าด้วยการโยกเงินหมื่นแล้วแปลงเป็นเงินคริปโตฯ แล้วโอนไปยังนอกประเทศ ซึ่งก็ต้องยอมรับ เพจดังอย่าง “สายไหมต้องรอด” ของ “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” เป็นผู้จุดพลุเรื่องดังกล่าว แม้ล่าสุดเจ้าตัวจะยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจแล้วก็ตามที แต่ก็อย่างที่ “บิ๊กเต่า” บอกนั่นแล “ถ้าจะเข้ามาหาแสง ต้องแม่นข้อกฎหมายด้วย ไม่ใช่เอาแต่มันส์ แล้วทำให้เสียหายต่อองค์กรอื่น” ...๐
แล้วที่ขำไม่ออกเข้าไปอีกสำหรับ “ดิไอคอน” ที่ลามไปถึง “แชร์แครอต” แล้ว นั่นคือการหันมาจับมือหย่าศึก หรือ จูบปากกันอย่างหวานชื่นระหว่าง “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และ “ษิทรา เบี้ยบังเกิด” ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หลังจากเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่กรณีหวย 30 ล้านและฟ้องกันนัวเนีย แต่สุดท้ายก็เกี้ยเซียะกันแล้ว พร้อมโยงไปว่าไม่ต่างจาก “ทักษิณ ชินวัตร” กับ “เนวิน ชิดชอบ” ที่เป็นคู่ขัดแย้งกันมานาน แต่ท้ายที่สุดก็จับมือกันได้ ...๐
แล้วก็เหมือนเป็นการปล่อยของในการจับมืออีกต่างหาก เพราะมีแพลมว่าจะเปิดโปงธุรกิจเครือข่ายที่มีเจ้าของเป็น สส.พรรคเพื่อไทย และมีหุ้นส่วนเป็นคนมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ทั้ง นางเอกดังช่องน้อยสี ชื่อย่อ ต. ดีเจ นักแสดง ชื่อย่อ มต. และ ตห. หลอกผู้เสียหายลงทุนหาเครือข่าย จูงใจผู้ร่วมลงทุนไปเที่ยวต่างประเทศในทำนองเดียวกับ “ดิไอคอน” ด้วย โดยต้องรอลุ้นในวันที่ 4 พ.ย. ที่บอกว่าจะพาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี ...๐
แต่สิ่งที่สังคมสงสัยกันอย่างมากกับปรากฏการณ์ดิไอคอนนั้น แทบทุกพรรคการเมืองพาเหรดกันออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คงมีแต่พรรคของ “บอสส้ม” อย่าง พรรคประชาชนของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” กลับเงียบเป็นเป่าสาก ถ้าจะมีเสียงออกมาบ้างก็เป็นไปในนามของ “กรรมาธิการ” ในชุดต่างๆ เท่านั้น แต่ในระดับหัวหน้าพรรคหรือแกนนำพรรค หรือแม้แต่อดีตแกนนำพรรคก้าวไกลก็ไม่เคยเอ่ยเคยพูดในเรื่องดังกล่าวแบบเป็นกิจจะลักษณะแต่ประการใดเลย ก็ไม่รู้ว่า “ดิไอคอน” กับ “ส้ม” เขามีอะไรในกอไผ่หรืออย่างไร ...๐
เรียกว่าเหลือเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงดี ก็จะถึงคราวหมดอายุความในคดีตากใบในวันที่ 25 ตุลาคมนี้แล้ว ซึ่งใครต่อใครก็ฟันธงกันล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะออกมาอีหรอบนี้ เพราะ เรื่องเกิดในยุค “ทักษิณ” แล้วก็มาจบในยุคลูกอย่าง “แพทองธาร” ดูง่ายๆ ล่าสุดเมื่อสื่อมวลชนถามเรื่องดังกล่าวกับ นายกฯ ไอแพด ก็ตอบแบบไม่ต้องคิดว่า “ขอไปก่อนนะคะ” ในขณะที่ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม ที่ถูกตั้งคำถามเดียวกันในเรื่องข้อเสนอการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อขยายอายุความของคดีตากใบ ก็โยนเผือกร้อนทันทีว่าให้ไปถาม “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ทั้งที่ในข้อเท็จจริงและไทม์ไลน์นั้นก็บอกได้ว่าทำไม่ทันและทำไม่ได้ เพราะตามหลักแล้วกฎหมายที่จะย้อนหลังต้องเป็นคุณเท่านั้น ไม่ใช่เป็นโทษ และในเวลาที่เหลือไม่ถึง 2 วัน การออกพระราชกำหนดนั้นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แม้จะทำได้ก็ตามที ...๐
แต่ที่ขำไม่ออกมากที่สุดคือกรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. เพิ่งตื่นมาออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขเยียวยาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงกรณีการสลายการชุมนุมที่ตากใบ พิโธ่! นี่ก็เรียกว่าไม่ต่างจากกรณี “หิวแสง” เหมือนเพจดังในดิไอคอน เลย เพราะหาก กสม.จริงจังและจริงใจจริงก็ควรออกมาแล้วตั้งแต่หลังศาลมีการออกหมายเรียก หมายจับ ไม่ใช่โผล่มาออกตอนที่คดีจะขาดอายุความ จริงไหมจ๊ะ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง
บันทึกหน้า 4
เริ่มบันทึกเมื่อเวลา "ปิดหีบ" บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. รวมทั้งการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศไม่คึกคักเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งดูเหมือนว่า คนมีสิทธิ์มีเสียงจะรู้สึก "ขี้คร้าน" ที่จะออกจากบ้านไป "ทวนกระแส" ชัชชาติ ..มาแรงแซงทุกโพล!
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 ที่ เพิ่งผ่านมาแค่ 1 ไตรมาส หรือกว่า 3 เดือน แต่ดูเหมือน “มรสุมรุมเร้า” เสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย แล้วตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต และ ล่าสุดคือขบวนการโกงการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” ...๐
บันทึกหน้า 4
รัฐบาลกำลังโดนฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงต้องขันนอต-วัด KPI รัฐมนตรีของ ภท. หากไม่ผ่านจะปรับพ้น
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย
บันทึกหน้า 4
21 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น. พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมพระศพจากวัดอนงคาราม และวัดราชสิทธาราม รวม 8 รูป ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

