ซึมยาวถึงกลางปีหน้า

ข้อมูลจากสถาบันยานยนต์จะพบว่า ในปี 2566 ตลาดยานยนต์ในไทยมีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 18% ของ GDP ประเทศ และจากการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของภาครัฐที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลก อันดับ 5 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของอาเซียน

แต่ในช่วง 9 เดือนของปี 2567 ที่ผ่านมานั้่้นสร้างความตะหนกให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก เนื่องจากยอดขายและยอดการผลิต รวมถึงการส่งออกลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่ง สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ในเดือน ก.ย. ยอดการผลิตรถยนต์มีทั้งสิ้น 122,277 คัน ลดลงจากเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว 25.48% เป็นผลมาจาก การลดลงจากการผลิตเพื่อส่งออกลดลง 15.78% และผลิตเพื่อขายในประเทศลดลง 42.31% ส่งผลให้การผลิตรถยนต์ในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.)

มีจำนวนทั้งสิ้น 1,128,026 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.61% เช่นเดียวกับยอดการผลิตรถจักรยานยนต์ในช่วง 9 เดือนมีจำนวนทั้งสิ้น 1,735,818 คัน ลดลงจากปีก่อน 8.07%

และเมื่อมาดูยอดขาย พบว่ายอดขายในประเทศเฉพาะเดือน ก.ย.มีจำนวนทั้งสิ้น 39,048 คัน ต่ำสุดในรอบ 53 เดือน ลดลงจากเดือน ส.ค.67 ที่ 13.59% และลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 37.11% จากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ซื้อรถยนต์เพราะหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (SM) ยังอยู่ในระดับที่สูง ที่ 208,575 ล้านบาท หนี้เสียรถยนต์อยู่ที่ 259.330 ล้านบาท ในเดือน ก.ค.67 ประกอบกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาสสองปี 67 ที่โตต่ำแค่ 2.3% และคาดว่า 67 จะเติบโตแค่ 2.7-2.8% เท่านั้น รวมไปถึงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. หดตัว 1.91% แสดงถึงรายได้คนทำงานยังคงอ่อนแอ

ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน ก.ย. ส่งออกได้ 80,254 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้ว 6.75% และลดลงจากเดือน ก.ย.ปีก่อน 17.67% เป็นผลมาจากการขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนเที่ยวเรือลดลง และการใช้จ่ายลดลงในตลาดประเทศคู่ค้า หลายประเทศมียอดขายรถยนต์ลดลง จึงส่งออกลดลงทุกตลาดยกเว้นตลาดออสเตรเลียที่ยังเพิ่มขึ้น โดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์ 52,855.99 ล้านบาท ลดลงจากเดือน ก.ย.ปีก่อน 15.36% ซึ่งรวมมูลค่าส่งออกรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 74,863.78 ล้านบาท ลดลงจากเดือน ก.ย.ปีก่อน 11.85% แต่เมื่อเทียบช่วง 9 เดือนมูลค่าการส่งออกรถยนต์ 533,062.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.62%

ขณะที่ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องต่ำสุดรอบกว่า 4 ปี ถือเป็นภาพสะท้อนเศรษฐกิจไทย และการปล่อยสินเชื่อของแบงก์ที่ยังระมัดระวัง และการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจาก “รถยึด” จึงเป็นผลให้แบงก์ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ จนกว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและหนี้เสียรถยนต์จะปรับตัวดีขึ้นถึงจะช่วยคลายความกังวลในตลาดรถยนต์ได้

เช่นเดียวกับ อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ที่ปรับตัวลดลง สะท้อนกำลังซื้อระดับล่าง ระดับกลาง และคนทั่วไปว่าอ่อนแอค่อนข้างมาก แม้จะมีการแจกเงินเฉพาะกลุ่ม มาตรการภาครัฐที่เริ่มออกมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เงินกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากนัก อีกทั้งยังมีน้ำท่วมในภาคเหนือที่เป็นปัจจัยกระทบซ้ำที่ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าตลาดรถยนต์น่าจะอยู่ในภาวะซึมตัวต่อเนื่องไปถึงกลางปีหน้า แม้ดอกเบี้ยลดลงแต่ความมั่นใจต่างๆ คงไม่กลับมาโดยเร็ว

พร้อมย้ำว่า จากยอดขายรถยนต์ที่ลดลงกระทบกำลังการผลิตให้ชะลอตัวต่อเนื่อง และเริ่มเห็นผลกระทบลามไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ มากขึ้น ทั้งภาคการจ้างงาน กำลังซื้อ การบริโภคต่างๆ ที่ถูกกระทบมากขึ้น และตอนนี้ที่น่าห่วงกว่าคือการซื้อรถบรรทุกกระบะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สะท้อนกำลังซื้อระดับล่างที่แย่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำมาหากิน ทำอาชีพ เกษตรกร ที่ยังไม่กลับมา เหล่านี้สะท้อนถึงกำลังซื้อระดับล่างที่อ่อนแอชัดเจน

คงต้องมาลุ้นกันว่าปัญหาต่างๆที่รุมเร้ารัฐบาลที่ไม่ใช่เฉพาะภาคอุตสาหกรรมยายนต์เท่านั้น แต่มีทั้งเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ ส่งออก-ท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น หนี้ครัวเรือนกดกำลังซื้อ แถมปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม มลพิษ PM 2.5 ที่รอให้รัฐบาลครอบครัวของคุณแพทองธารอวดฝีไม้ลายมือในการแก้ไข.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อAIจะดันไทยสู่ฮับดิจิทัลโลก

แนวทางการผลักดันไทยสู่ฮับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโลกในยุคที่ใครต่อใครต่างเทใจให้ความเร็วของ Solid State Drive (SSD) หลายคนอาจสบประมาทว่าเทคโนโลยีจานแม่เหล็กอย่าง Hard Disk Drive (HDD)

ตั้งWar Roomรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค “ตะวันออกกลาง” เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานและการคมนาคมระหว่างประเทศ ล่าสุดรัฐบาลไทยได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รณรงค์ประหยัดพลังงาน

สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบไปเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะราคาพลังงานอย่างน้ำมันและก๊าซ LNG ผันผวนและปรับเพิ่มขึ้น

จุดเช็กอินยอดนิยมช่วงสงกรานต์

แม้วิกฤตตะวันออกกลางจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาดู แต่ก็อยากให้หลายๆ คนได้ลองพักสายตาจากการรับข้อมูลข่าวสารสักหน่อย ลองมาดูข้อมูลสบายๆ ด้านการท่องเที่ยวกันบ้าง

ประเมิน3ฉากทัศน์สงครามอิหร่าน

สถานการณ์ความตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและระบบเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งดังกล่าวไม่เพียงจำกัดอยู่ในมิติทาง

จากความขัดแย้งสู่แผนยั่งยืน

การปิดตำนานข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทย และบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด เมื่อต้นปี 2569 ไม่ใช่เพียงการหยุดคดีความในชั้นอนุญาโตตุลาการเท่านั้น แต่ถือเป็น “การรีเซต” ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากภาพจำเดิมๆ สู่การเป็น “อุตสาหกรรมต้นน้ำเชิงยุทธศาสตร์” ที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม