เมื่อAIจะดันไทยสู่ฮับดิจิทัลโลก

แนวทางการผลักดันไทยสู่ฮับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโลก​ในยุคที่ใครต่อใครต่างเทใจให้ความเร็วของ Solid State Drive (SSD) หลายคนอาจสบประมาทว่าเทคโนโลยีจานแม่เหล็กอย่าง Hard Disk Drive (HDD) กำลังจะกลายเป็นวัตถุโบราณ แต่ภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2026 กลับฟ้องในสิ่งตรงกันข้าม เพราะการมาถึงของยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Generative AI ไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนวิธีที่เราทำงาน แต่กำลังสร้าง "ลมหายใจใหม่" ให้กับอุตสาหกรรม HDD ในฐานะกระดูกสันหลังที่ขาดไม่ได้ของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก

แม้ SSD จะชนะขาดเรื่องความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล แต่ในสมรภูมิของ Big Data และ Large Language Models (LLM) ปริมาณข้อมูลไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรง แต่ขยายตัวแบบทวีคูณ โจทย์สำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์จึงไม่ใช่แค่ "เร็ว" แต่คือ "เก็บได้มากที่สุดในราคาที่ต่ำที่สุด" จึงทำให้ ​HDD ยังคงครองแชมป์เรื่องความคุ้มค่าต่อความจุ โดยเฉพาะการจัดเก็บข้อมูลระยะยาว (Cold Storage)

​รายงานจากสื่อเทคโนโลยี TechRadar และข้อมูลวิเคราะห์จาก TrendForce ระบุว่า ความต้องการใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการใช้งาน AI, Generative AI, Large Language Model (LLM) รวมถึงบริการคลาวด์ของทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ ส่งผลให้ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลในต้นทุนที่คุ้มค่า ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญของเทคโนโลยี HDD

 ปัจจุบันเทคโนโลยีอย่าง PMR (Perpendicular Magnetic Recording) ช่วยให้ HDD หนึ่งลูกมีความจุสูงถึง 32TB ซึ่งตอบโจทย์การสำรองข้อมูลมหาศาลที่ AI ต้องใช้ในการเรียนรู้​สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องนี้คือ บทบาทของประเทศไทยที่ไม่ได้เป็นเพียงโรงงานรับจ้างผลิต อีกต่อไป แต่กำลังยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีนัยสำคัญ ดังนี้​ ความเชื่อมั่นจากยักษ์ใหญ่ ทั้งการที่ Western Digital (WD) และ Seagate ยังคงปักหลักและขยายการลงทุนในไทย สะท้อนว่าระบบนิเวศ (Ecosystem) ของไทย ทั้งด้านห่วงโซ่อุปทานและทักษะแรงงาน มีความแข็งแกร่งจนยากที่ใครจะเลียนแบบได้

 ​รวมถึงการได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ในโครงการวิจัยเทคโนโลยี Heat-Assisted Magnetic Recording (HAMR) ของ Western Digital คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เทคโนโลยีนี้ใช้เลเซอร์ช่วยในการเขียนข้อมูล ซึ่งจะทลายขีดจำกัดความจุเดิมๆ และเป็นเครื่องยืนยันว่าไทยกำลังถือครองเทคโนโลยีการผลิตระดับ High-end ของโลก

​ขณะเดียวกันที่​สถิติการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูงถึง 249,000 ล้านบาท จาก 303 โครงการ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือผลลัพธ์ของการปรับตัวตามเทรนด์โลกที่ข้อมูลกลายเป็น "น้ำมันยุคใหม่" (The New Oil) และ HDD คือ "ถังเก็บน้ำมัน" ที่มีประสิทธิภาพที่สุด ทำให้​การกลับมาผงาดของ HDD ในยุค AI ไม่ใช่การถอยหลังเข้าคลอง แต่เป็นการ "แบ่งหน้าที่" อย่างชัดเจนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดย SSD ทำหน้าที่ประมวลผลความเร็วสูง ขณะที่ HDD ทำหน้าที่เป็นคลังข้อมูลมหาศาล

 ในภาพรวม อุตสาหกรรม Data Center และ AI กำลังยกระดับบทบาทของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจากเพียงส่วนประกอบทางเทคนิค สู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะความสามารถในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ คือปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันในยุค AI การที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเลือกลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของระบบนิเวศอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านบุคลากร วิศวกรรมการผลิต และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีความพร้อมรองรับเทคโนโลยีรุ่นใหม่

 ​สำหรับประเทศไทย นี่คือ "โอกาสทองครั้งที่สอง" ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การขยับจากฐานการประกอบ (Assembly) ไปสู่ฐานการวิจัยและพัฒนา (R&D) จะช่วยสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนกว่าเดิม หากไทยสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้ เราจะไม่ใช่แค่ผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่จะเป็น "ผู้คุมเสบียงข้อมูลของโลก" ในยุคที่ AI ครองเมือง.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

ระวัง! Effect คำสั่งลดค่าการกลั่น อาจเกิดกักตุนน้ำมันระลอกใหม่

วิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปี 2567-2569 ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากภูมิภาคนี้เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของพลังงานโลก

สงกรานต์ไทยกระหึ่มบนเวทีโลก

เทศกาลสงกรานต์ 2569 ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์ “ซอฟต์พาวเวอร์” แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ไทยบนเวทีโลก ถือเป็นการสะท้อนบทบาทของภาครัฐ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

เทรนด์‘กระบะพลังงานใหม่’มาแรง

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับการมุ่งไปสู่ Net Zero Emissions หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งข้อมูลจาก วิจัยกรุงศรี จะเห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ปี 2569-2571 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์นั่ง BEV คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 125,000 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3.8% ขณะเดียวกัน ภาวะสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานของโลก ได้ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานทั่วโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นหลายเท่านั้น

เศรษฐกิจรีเซตผู้บริโภคไทยสู่ ‘SmartSumer’

เมื่อผู้บริโภคฉลาดขึ้น เกมธุรกิจต้องเปลี่ยน บวกกับแรงกดดันเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่พุ่งสูง กำลังเร่งให้ผู้บริโภคไทยปรับพฤติกรรมสู่ยุคคิดก่อนซื้ออย่างชัดเจน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดผลวิจัย THAI SMARTSUMER 2026 ระบุว่า กว่า 90% ของผู้บริโภคหันมาใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจ แซงบทบาทของแพลตฟอร์มดั้งเดิม โดยเฉพาะหมวดเครื่องใช้ในบ้านที่ใช้เวลาตัดสินใจนานที่สุด

วิกฤตตะวันออกกลางป่วนท่องเที่ยวไทย

ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน การค้าระหว่างประเทศ