บันทึกหน้า 4

ดูเหมือนจักรวาลคดี “ดิไอคอนกรุ๊ป” นับวันตัวละครก็โผล่มาเรื่อยๆ ล่าสุดพันไปถึง อดีตนักแสดงที่มาเอาดีทางการเมืองอย่าง “ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” เสียแล้ว โดยงานนี้ก็มีคลิปเสียงที่มัดตัวอีกราย ซึ่งก็ไม่รู้ว่า “ดิไอคอน” จะดวงชงหรือสมพงศ์กับ “พรรคพลังประชารัฐ” หรือไม่อย่างไร เพราะเกี่ยวพันกับคนในพรรคอีกรายแล้ว ซึ่งคงเหมือนที่ “แทนคุณ จิตต์อิสระ” ประธานชมรมสันติประชาธรรมบอกนั่นแลว่า ตอนนี้กระบวนการลากไส้เหล่านี้ต้องเรียกว่าดีเอสไอคอน ซึ่งมาจาก Deep spy icon ที่เราไม่รู้ว่าใครเป็นใครอย่างไรบ้าง ...๐

แล้ว ที่ตีคู่มากับคดีดิไอคอน ก็คงไม่พ้นคดีของ “ษิทรา เบี้ยบังเกิด” หรือทนายตั้ม ซึ่งนอนคุกร่วมกับศรีภรรยาในขณะนี้ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและฟอกเงินของ “จตุพร อุบลเลิศ” หรือเจ๊อ้อย ซึ่งเรียกว่าดาบแรกยังคาราคาซังอยู่ก็มาเจอดาบสองซ้ำเข้าไปอีก เพราะล่าสุด “พงษ์พชน ช่างทองคำ” ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรสาครเตรียมเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อไป สอบ “ทนายตั้ม” กรณีมีผู้ร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่ม 17 เนื่องจากทำงานภาคประชาสังคมไม่ถึง 10 ปี ซึ่งงานนี้หากผิดจริงก็ต้องเรียกว่าโทษหนักอย่างยิ่ง เพราะระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท รวมทั้งให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี …๐

งานนี้คงต้องติดตามกันยาวๆ ว่าคดีฉ้อโกงกับคดีการเมืองอย่างไหนจะถึงบทสรุปก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ กองบังคับการปราบปรามได้นำตัว คนสนิททนายตั้ม ทั้ง “นุวัฒน์ ยงยุทธ” หรือนุ และ “สารินี นุชนารถ” หรือสา แฟนสาวนุ ขอฝากขังศาลอาญารัชดาฯ และคัดค้านการประกันตัวแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานทางคดี ซึ่งผลก็น่าจะออกมาในรูปเดียวกัน โดยต้องไปนอนซังเตร่วมกับลูกพี่แน่นอน ...๐

พูดถึงคดีแล้ว ไม่เอ่ยอ้างถึงการประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่มี “ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ” ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานไม่ได้ เพราะมีการนำประเด็นข้อกฎหมายในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ที่ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล” อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) นายกรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองสูงสุด ในปมให้ “บิ๊กโจ๊ก” ออกจากราชการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหลังหลังประชุมและ มีการลงมติก็เข้าสู่แดนสนธยาทันที โดยให้เหตุผลว่าการประชุมเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ต้องรอให้องค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดเจ้าของสำนวนออกเป็นคำสั่งหรือคำพิพากษาต่อคู่กรณีที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ที่สำคัญ “สำนักงานศาลปกครอง” ยังได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตรวจสอบสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่มีการนำเสนอข่าวคดีดังกล่าวเป็นการหมิ่นและละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ด้วย ...๐

ต้องเรียกว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับศาลปกครองสูงสุดเลยก็ว่าได้ ในเรื่องการค้าความกับสื่อ และการปิดเงียบกับผลการตัดสินครั้งนี้ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ต้องเรียกว่าอิทธิฤทธิ์ของ “แมว 9 ชีวิต” ของบิ๊กโจ๊กนี่ช่างสร้างกฤดาภินิหารเหลือรับประทานจริงๆ งานนี้ในแวดวงสภากาแฟทั้งหลายเลยได้แต่เวิร์กทูเดาว่าผลการลงมติออกมาอย่างไร ซึ่ง ก็มีแค่ 2 ทางเท่านั้นคือ “บิ๊กโจ๊ก” คัมแบ็ก หรือตอกฝาโลง “บิ๊กโจ๊ก” เท่านั้น ...๐

เอ่ยถึงคดีความไม่เอ่ยถึงชื่อพี่โทนี่ วู้ดซัม หรือ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่ได้ เพราะเรียกว่าเป็นเงาตามตัวอย่างยิ่ง ซึ่งล่าสุดก็เรียกว่า มีความคืบหน้าในเรื่องการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจแล้ว เมื่อ “พิชิต ไชยมงคล” แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) พร้อมด้วยตัวแทนยกพลไปทวงถามความคืบหน้าการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งพบว่า อนุกรรมการจะมีการสรุปสำนวนเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ภายในเดือน พ.ย.2567 ส่วนจะมีมติตั้งกรรมการไต่สวนจนไปสู่การชี้มูลกับใครบ้าง หรือจะตีตกสำนวนไปนั้น จะสรุปภายในเดือน ก.พ.2568 ซึ่งเรียกว่ามีไทม์ไลน์ให้ได้ลุ้นได้ติดตามกันแล้ว ...๐

ส่วนกรณี “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เรียก “ทักษิณ ชินวัตร” ให้ข้อมูลนั้น ก็ต้องบอกว่าสร้างแรงเชียร์ได้พะเรอเกวียน แม้ในความเป็นจริงก็เชื่อว่าเจ้าตัวจะไม่มาแน่นอน เพราะขนาดกรณี “อัยการสูงสุด” เรียกไปให้ข้อมูลปมครอบงำและล้มล้างการปกครอง “พ่อนายกฯ” ยังเมินเลย แล้วแค่ กมธ.แค่นี้ วีวีไอพีประเทศจะไปสนใจได้อย่างไร ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว