
ดูเหมือนจักรวาลคดี “ดิไอคอนกรุ๊ป” นับวันตัวละครก็โผล่มาเรื่อยๆ ล่าสุดพันไปถึง อดีตนักแสดงที่มาเอาดีทางการเมืองอย่าง “ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” เสียแล้ว โดยงานนี้ก็มีคลิปเสียงที่มัดตัวอีกราย ซึ่งก็ไม่รู้ว่า “ดิไอคอน” จะดวงชงหรือสมพงศ์กับ “พรรคพลังประชารัฐ” หรือไม่อย่างไร เพราะเกี่ยวพันกับคนในพรรคอีกรายแล้ว ซึ่งคงเหมือนที่ “แทนคุณ จิตต์อิสระ” ประธานชมรมสันติประชาธรรมบอกนั่นแลว่า ตอนนี้กระบวนการลากไส้เหล่านี้ต้องเรียกว่าดีเอสไอคอน ซึ่งมาจาก Deep spy icon ที่เราไม่รู้ว่าใครเป็นใครอย่างไรบ้าง ...๐
แล้ว ที่ตีคู่มากับคดีดิไอคอน ก็คงไม่พ้นคดีของ “ษิทรา เบี้ยบังเกิด” หรือทนายตั้ม ซึ่งนอนคุกร่วมกับศรีภรรยาในขณะนี้ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและฟอกเงินของ “จตุพร อุบลเลิศ” หรือเจ๊อ้อย ซึ่งเรียกว่าดาบแรกยังคาราคาซังอยู่ก็มาเจอดาบสองซ้ำเข้าไปอีก เพราะล่าสุด “พงษ์พชน ช่างทองคำ” ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรสาครเตรียมเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อไป สอบ “ทนายตั้ม” กรณีมีผู้ร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่ม 17 เนื่องจากทำงานภาคประชาสังคมไม่ถึง 10 ปี ซึ่งงานนี้หากผิดจริงก็ต้องเรียกว่าโทษหนักอย่างยิ่ง เพราะระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท รวมทั้งให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี …๐
งานนี้คงต้องติดตามกันยาวๆ ว่าคดีฉ้อโกงกับคดีการเมืองอย่างไหนจะถึงบทสรุปก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ กองบังคับการปราบปรามได้นำตัว คนสนิททนายตั้ม ทั้ง “นุวัฒน์ ยงยุทธ” หรือนุ และ “สารินี นุชนารถ” หรือสา แฟนสาวนุ ขอฝากขังศาลอาญารัชดาฯ และคัดค้านการประกันตัวแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานทางคดี ซึ่งผลก็น่าจะออกมาในรูปเดียวกัน โดยต้องไปนอนซังเตร่วมกับลูกพี่แน่นอน ...๐
พูดถึงคดีแล้ว ไม่เอ่ยอ้างถึงการประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่มี “ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ” ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานไม่ได้ เพราะมีการนำประเด็นข้อกฎหมายในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ที่ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล” อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) นายกรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองสูงสุด ในปมให้ “บิ๊กโจ๊ก” ออกจากราชการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหลังหลังประชุมและ มีการลงมติก็เข้าสู่แดนสนธยาทันที โดยให้เหตุผลว่าการประชุมเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ต้องรอให้องค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดเจ้าของสำนวนออกเป็นคำสั่งหรือคำพิพากษาต่อคู่กรณีที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ที่สำคัญ “สำนักงานศาลปกครอง” ยังได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตรวจสอบสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่มีการนำเสนอข่าวคดีดังกล่าวเป็นการหมิ่นและละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ด้วย ...๐
ต้องเรียกว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับศาลปกครองสูงสุดเลยก็ว่าได้ ในเรื่องการค้าความกับสื่อ และการปิดเงียบกับผลการตัดสินครั้งนี้ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ต้องเรียกว่าอิทธิฤทธิ์ของ “แมว 9 ชีวิต” ของบิ๊กโจ๊กนี่ช่างสร้างกฤดาภินิหารเหลือรับประทานจริงๆ งานนี้ในแวดวงสภากาแฟทั้งหลายเลยได้แต่เวิร์กทูเดาว่าผลการลงมติออกมาอย่างไร ซึ่ง ก็มีแค่ 2 ทางเท่านั้นคือ “บิ๊กโจ๊ก” คัมแบ็ก หรือตอกฝาโลง “บิ๊กโจ๊ก” เท่านั้น ...๐
เอ่ยถึงคดีความไม่เอ่ยถึงชื่อพี่โทนี่ วู้ดซัม หรือ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่ได้ เพราะเรียกว่าเป็นเงาตามตัวอย่างยิ่ง ซึ่งล่าสุดก็เรียกว่า มีความคืบหน้าในเรื่องการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจแล้ว เมื่อ “พิชิต ไชยมงคล” แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) พร้อมด้วยตัวแทนยกพลไปทวงถามความคืบหน้าการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งพบว่า อนุกรรมการจะมีการสรุปสำนวนเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ภายในเดือน พ.ย.2567 ส่วนจะมีมติตั้งกรรมการไต่สวนจนไปสู่การชี้มูลกับใครบ้าง หรือจะตีตกสำนวนไปนั้น จะสรุปภายในเดือน ก.พ.2568 ซึ่งเรียกว่ามีไทม์ไลน์ให้ได้ลุ้นได้ติดตามกันแล้ว ...๐
ส่วนกรณี “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เรียก “ทักษิณ ชินวัตร” ให้ข้อมูลนั้น ก็ต้องบอกว่าสร้างแรงเชียร์ได้พะเรอเกวียน แม้ในความเป็นจริงก็เชื่อว่าเจ้าตัวจะไม่มาแน่นอน เพราะขนาดกรณี “อัยการสูงสุด” เรียกไปให้ข้อมูลปมครอบงำและล้มล้างการปกครอง “พ่อนายกฯ” ยังเมินเลย แล้วแค่ กมธ.แค่นี้ วีวีไอพีประเทศจะไปสนใจได้อย่างไร ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่ายามนี้สภากาแฟทั้งหลายมักถกเรื่องใหญ่อยู่ 2 เรื่อง คือ ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลอนุทิน

