เชื่อมือ 'ผบช.ไซเบอร์'

แก๊งคลอเซ็นตอร์ แก๊งมิจฉาชีพ แก๊งหลอกลงทุน ที่มาในหลากหลายรูปแบบ ยังคงออกอาละวาดสร้างความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อน ให้ผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกสถานะ ไม่หยุดหย่อน

ล่าสุด "คุณ ม." ส่งเรื่องมาถึงกองบรรณาธิการ "นสพ.ไทยโพสต์" บอกเล่าความเดือดเนื้อร้อนใจจากการถูกกลุุ่มมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินไป 1 ล้านกว่าบาท เพื่อให้เป็นบทเรียน เป็นอุทาหรณ์ เตือนสติคนอื่นๆ รวมทั้งอยากให้ "ตำรวจ" ติดตามแก๊งมิจฉาชีพที่มาหากินกับความเดือดร้อนของผู้อื่นมาลงโทษ มาดำเนินคดี แบบขุดรากถอนโคน

ให้สิ้นซาก!

เนื้อหาที่ "คุณ ม." เขียนส่งมาเล่ารายละเอียด ทุกขั้น ทุกตอน ทุกวิธีการหลอกลวง จนเหยื่อหลงเชื่อ และต้องสูญเสียเงินจำนวนมาก พร้อมทั้งได้นำหลักฐานทั้งหมดไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

 ขออนุญาต "คุณ ม." คัดย่อบางส่วน ตามสัมปทานพื้นที่คอลัมน์ให้ทุกคนได้เป็นรับรู้ รับทราบพฤติกรรมพวก "แก๊งหลอกลวงให้ลงทุน"

คุณ ม. เล่าว่า ดิฉันเป็นผู้สูงอายุ อายุ 66 ปี ช่วงปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมาได้ถูกหลอกลวงจากการโพสต์โฆษณาอาหารเสริมโปรตีนพืชอ้างชื่อคุณหมอท่านหนึ่ง  ยี่ห้อหนึ่ง ใน Facebook ที่เชิญชวนให้ผู้สนใจรับผลิตภัณฑ์ไปทดลองกินฟรี 3 กระป๋อง จากนั้นได้หลอกให้โปรโมทสินค้าในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อได้ผลตอบแทน โดยแนบลิ้งค์ให้กดเข้าไปพูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆ ทั้งงานที่ทำ ผลตอบแทน ระยะเวลาทำงาน เป็นต้น

เมื่อสนใจผู้ดูแลระบบหรือแอดมินก็ให้โอนเงินไปให้เพื่อเป็นค่าลงทุนก่อน แล้วจึงจะได้ผลตอบแทนผู้แจ้งหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปให้ตามที่ขั้นตอน โดยครั้งแรกโอนไป 200 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 400 บาท ครั้งที่ 3 จำนวน 900 บาท ครั้งที่ 4 จำนวน 1800 บาท ครั้งที่ 5 จำนวน 10,800 บาท ครั้งที่ 6 จำนวน 54,000 บาท ครั้งที่ 7

จำนวน 108,000 บาท ครั้งที่ 8. จำนวน 273,592 บาท ครั้งที่ 9 จำนวน 136,796 บาท ครั้งที่ 10 จำนวน 136,796 บาท และครั้งที่ 11 จำนวน 400,000 บาท ซึ่งแต่ละครั้งที่โอนจะเป็นการหลอกว่าหากจะได้รับผลผลตอบแทนต้องโอนเงินมาก่อน

หลังจากโอนเงินไปแล้วทางผู้ดูแลระบหรือแอดมินก็ไม่ได้ส่งลตอบแทนให้ บางครั้งก็บ่ายเบี่ยงที่จะโอนให้ มารู้ตัวอีกทีว่าถูกหลอกก็รวมยอดเงินรวมทั้งสิ้น 1,123,284.00 บาท โดยได้เงินค่าตอบแทนในช่วงแรกที่โอนไปโอนมาเพียง 6 ครั้งจำนวน 1,548 บาท (121+201++361+785+75 )

"เหตุการณ์นี้อยากภัยผู้รักสุขภาพทั้งหลาย จะได้ไม่หลงกลตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพทางหน้าโซเชียล และหากโชคดีผู้เสียหายอาจได้รับเงินคืนบ้าง เพราะลำพังตัวดิฉันเองยอดเงินความเสียหายครั้งนี้ กระทบอย่างหนักต่อการดำรงชีวิตต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย"

ครับ...เท่าที่ตรวจสอบ คุณ ม. ได้แจ้งความไว้ที่ สน.บางซื่อ พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นลักษณะคดีประเภท "หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์" ตามคำสั่ง ตร. ประเภทคดีดังกล่าวอยู่ในความรับ

ผิดชอบของ บช.สอท.จึงได้ส่งสำนวนให้ บช.สอท.

เมื่อคดีนี้ถึงมือ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รรท.ผบช.สอท. ไม่น่าจะเกินความสามารถ บิ๊กอรรถ เพราะผลงานที่ผ่านมาการันตีคุณภาพอยู่แล้ว

เชื่อมือ "ผบช.ไซเบอร์" ครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายพล' นอกวาระ!

อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปลี่ยนสีตำรวจ!

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ

โรงพักต้องรับผิดชอบ!

ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง

ล้างตำรวจโจร

ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า

ฟื้นแท่งสอบสวน

เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ถึงคิว 'นรต.40-43'

แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว