มีทางเลือก?

ตลาดการเมืองเริ่มคึกคัก สอดรับกับนักพรรคการเมืองเก่าและใหม่เริ่มเปิดตัวผู้สมัคร จัดวางคนลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมเลือกตั้งที่คาดว่าอีกไม่นานนี้ 
แม้รัฐบาลจะพยายามยื้อสุดเรี่ยวแรง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองทั้งปัจจัยภายในและภายนอกยังดำรงอยู่ แต่คนการเมืองจมูกไวก็เตรียมพร้อมไว้เสมอ จะได้ไม่พลาดตกขบวน 
ในส่วนของนักการเมืองซึ่งมีฐานที่มั่นก็ไม่ต้องเป็นห่วง แต่สำหรับบางคนที่แนวทางไม่ตรงกันอาจต้องเริ่มทบทวนตัวเอง และหาบ้านใหม่ในสไตล์ที่ชอบ เพื่อทำประโยชน์และสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อไป
โดยเฉพาะที่ถูกจับตาอย่างมากคือ ส.ส.แกะดำในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่าจะสู้ต่อหรือหาพรรคใหม่ ท่ามกลางกระแสข่าวผู้มีอำนาจอาจไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า?


สอบถาม "ส.ส.เก้าอี้หลัง" หรือ "พนิต วิกิตเศรษฐ์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถึงอนาคตหลังการเมืองจากนี้ หลังก่อนนี้ใช้เอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญลงมติเรื่องสำคัญ อาทิ การตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้อำนาจมาตรา 44, โหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และ รมต.2 ครั้งหลังขัดต่อมติพรรค แต่กลับถูกใจสังคมอีกส่วน
"ส.ส.พนิต" กล่าวว่า ผมอาจไม่ใช่นักการเมืองรุ่นใหม่ แต่ก็ไม่เคยยอมจมปลักอยู่กับการเมืองแบบเก่า สังคมตรวจสอบการโหวตผ่านการอภิปรายของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักการประชาธิปไตย หรือจุดยืนตรงข้ามเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน
"ผมยึดมั่นในการสร้างธรรมภิบาลในการเมืองไทยมาตลอด เพราะเชื่อว่านักการเมืองที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ย่อมมีทางเลือกเสมอ สังคมไทยกําลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความหวังที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง นี่คือการปูทางที่จะสร้างการเมืองแบบใหม่ ฉะนั้นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ย่อมมีทางเลือกและไม่มีวันตายไปกับการเมืองเก่า" ส.ส.พนิตให้ความมั่นใจ
สรุปเส้นทางการเมืองจากนี้ของ "ส.ส.เก้าอี้หลัง" ที่จุดยืนชัด จัดหนักทุจริต ย่อมมีที่อยู่แน่นอน???.

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน