เกร็งไปหมด!

ออกอาการเกร็งอย่างเห็นได้ชัด การจัดโผ "นายพล" ล็อตสอง ระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2567 หรือนายพลเล็ก ยศ พล.ต.ต. ทั่วประเทศ

หลังจากวุ่นๆ พักใหญ่ จน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร แม่ทัพใหญ่สีกากี ต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดตั้งแต่สัปดาห์ก่อน

เมื่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. วินิจฉัยให้ ตร.ยกเลิกคำสั่งในส่วนของผู้ร้องทุกข์ที่ตำแหน่งถูกกำหนดให้อยู่เพียงในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน (สายงานนักบิน) ให้ดำเนินการแก้ไขคำสั่งดังกล่าวใหม่

โดยกำหนดให้ตำแหน่งของผู้ร้องทุกข์อยู่ในกลุ่มสายงานบริหารเพิ่มเติมอีกหนึ่งกลุ่มสายงานดังกล่าว และให้ตำแหน่งนักบิน (สบ 5) ในสังกัดกองบินตำรวจ เป็นตำแหน่งสูงสุดของตำแหน่งในสายงานการบิน เพื่อรองรับให้ผู้ร้องทุกข์สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็นผู้บังคับการในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุนในหน่วยงานอื่นได้

ส่งผลไทม์ไลน์แต่งตั้ง "นายพลล็อตสอง" ต้องสะดุด ต้องขอ ก.ตร.ขยายระยะเวลาการแต่งตั้งออกไปถึงวันที่ 15 ม.ค.2568 เพราะตามขั้นตอนกฎหมายต้องมีการประกาศบัญชีอาวุโสกันใหม่อีกครั้ง

อย่างน้อยๆ ก็กินเวลาไปอีก 1-2 อาทิตย์

แม้ตัวตำแหน่งที่ต้องเยียวยาตามคำสั่ง ก.พ.ค.ตร. ทาง ตร.จะเลือกเยียวยาให้ผู้ร้องทุกข์ก่อนเพียงตำแหน่งเดียว ส่วนสายงานนักบินทั้งระบบที่จะเพิ่มเติมให้อยู่กลุ่มสายงานบริหารด้วยอีกสายนั้น ตร.จะขอเวลาในการพิจารณาต่อไปภายหลัง

กระนั้นการจัดทำบัญชีแต่งตั้ง "นายพลล็อตสอง" ครั้งนี้ก็ดูจะมีอาการเกร็งๆ ทุกย่างก้าว ดูเหมือน "ผบ.ต่าย" จะสุขุมนุ่มลึก จะหาเชือกพิงหลังในทุกๆ ตำแหน่ง ทุกๆ ขั้นตอน

ถึงขนาดเรียก ผบช. หัวหน้าหน่วยที่มิได้สังกัด สง.ผบ.ตร., จตร. (หน.จต.) และ ผบช. หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด สง.ตร.

ประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบช.และรอง จตร. ลงมาถึง ผบก. วาระประจำปี 2567 เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในการทำบัญชีแต่งตั้ง ที่ต้องเรียกมาซักซ้อมทำบัญชี

มีการกำชับจัดทำบัญชีแต่งตั้ง โดยยึด กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2567 อ้างเหตุมีขั้นตอน รายละเอียดและสาระสำคัญเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมทั้งเรื่องที่ ก.พ.ค.ตร.ได้มีคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในประเด็นต่างๆ

ออกอาการเกร็งอย่างเห็นได้ชัด

ยิ่งล่าสุด พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ออกมาขยับเน้นย้ำการแต่งตั้งตำรวจระดับรอง ผบช.-ผบก.อีกครั้ง ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบแนวทางการแต่งตั้ง

ทั้งเรื่องบริบททางสังคม ตำรวจ และประชาชน เรื่องนำคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ที่ผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการแต่งตั้งทุกระดับต้องคำนึงถึงอย่างยิ่งในการพิจารณาแต่งตั้งมาประกอบการดำเนินการ และเรื่องการจัดระเบียบข้าราชการตำรวจตามระบบคุณธรรม

ยิ่งทำให้การจัดโผแต่งตั้ง "นายพลล็อตสอง" ออกอาการเกร็งกันไปหมด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายพล' นอกวาระ!

อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปลี่ยนสีตำรวจ!

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ

โรงพักต้องรับผิดชอบ!

ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง

ล้างตำรวจโจร

ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า

ฟื้นแท่งสอบสวน

เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ถึงคิว 'นรต.40-43'

แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว