หมดปัญญา...เทวดาต้องรอด

เวลานี้ มีคนบางคนทำผิดกฎหมาย ไม่ให้ค่ารัฐธรรมนูญ บดขยี้กระบวนการยุติธรรมจนป่นปี้ แล้วปรากฏว่าเขาไม่มีความผิดใดๆ ไม่มีหน่วยงานใด ไม่มีกฎหมายมาตราใดจะเอาโทษเขาได้ มันเป็นเช่นนี้ เป็นเพราะอะไร เพราะเราไม่มีกฎหมายจะจัดการกับเขา? เพราะกฎหมายเราอ่อน มีช่องโหว่ให้เขาลอดได้? เพราะผู้รักษากฎหมายนิ่งเฉยด้วยเหตุผลบางประการ กลัวเขา? เกรงใจเขา? เป็นหนี้บุญคุณเขา? หรือได้รับผลประโยชน์อะไรจากเขา?

อยากจะถามเจ้าหน้าที่ของบางองค์กรที่เป็นผู้รักษากฎหมาย ท่านที่มีอำนาจในการใช้กฎหมาย ท่านไม่คิดจะทำหน้าที่ของพวกท่านบ้างเลยหรือ ใจคอท่านจะยอมเห็นประเทศพินาศต่อหน้าต่อตาหรือ มันไม่มีหลักฐาน ไม่มีกฎหมายมาตราใดที่จะเอาผิดเขาได้ มันไม่มีกฎหมายใดๆ จะเอาผิดเขาได้ หรือมันไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดเขาได้ หรือท่านเกรงกลัวอำนาจของเขา ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับเขา เลยใส่เกียร์ว่าง หรือท่านรับผลประโยชน์อะไรจากเขา มันมากพอที่จะทำให้ท่านใส่เกียร์ว่าง หรือยอมหลิ่วตา มองไม่เห็นว่าจะเอาผิดเขาได้อย่างไร

ท่านรู้บ้างไหมว่า เวลานี้ประชาชนที่รักชาติและรักความยุติธรรมรู้สึกเจ็บช้ำแค่ไหนแล้ว เพราะเขามองว่าประเทศชาติย่ำแย่เสื่อมทรุดเพราะคนคนเดียวกับข้าทาสบริวารของเขา และเหล่าบรรดาผู้คนที่รับผลประโยชน์จากเขาที่เราเรียกกันว่าเป็นพวกผีรับจ้างโม่แป้ง พวกท่านไม่เห็นความย่ำแย่ของประเทศ ไม่เห็นความกร่างยโสอวดดีของเขาเลยหรือ ท่านมองไม่เห็นพฤติการณ์ของเขาที่มันไม่ถูกต้องทำนองคลองธรรมบ้างเลยหรือ ท่านไม่เห็นว่าประเทศชาติกำลังเสียหาย หรือท่านไม่แยแสว่าประเทศจะเป็นเช่นไร หรือท่านเป็นคนขี้ขลาดทางด้านจริยธรรม ไม่กล้าที่จะใช้อำนาจที่ท่านมีเอาโทษคนที่ทำผิดกฎหมาย ทำไมพวกท่านในหลายหน่วยงานจึงเฉยอยู่ได้ ท่านไม่ได้ยินเสียงประชาชนเรียกร้องให้ท่านใช้อำนาจตามกฎหมายที่ท่านมี จัดการกับคนที่กำลังทำร้ายบ้านเมืองบ้างเลยหรือ

อยากรู้จริงๆ ยังมีองค์กรหรือกระบวนการอันใดที่ประชาชนพอจะพึ่งได้ในการรักษาประเทศให้ดำรงคงมั่นอย่างยั่งยืนอีกบ้าง ท่านที่มีหน้าที่รักษากฎหมาย มีหน้าที่จัดการกับคนทำผิดกฎหมาย ทำผิดมาตรฐานจริยธรรม แต่ท่านไม่ได้มีท่าทีกระตือรือร้นที่จะดำเนินการใดๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อยับยั้งการกระทำที่จะทำความเสียหายให้ประเทศชาติบ้างหรือ ท่านมองไม่เห็นการกระทำที่ชั่วร้ายที่ทำลายประเทศ หรือท่านไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย หรือท่านแกล้งไม่รู้ เพราะท่านกลัวว่าท่านจะเดือดร้อน ถ้าหากท่านมีหน้าที่ แต่ไม่อยากหรือไม่กล้าที่จะทำหน้าที่ ท่านก็ออกไปจะดีกว่าไหม

เวลานี้มีวาทกรรม 2 เรื่องที่น่าจะตีความได้ว่ามันเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันหลักของประเทศ คนเป็นนายบอกว่าจะขอเวลาบริหารประเทศต้องไปคุยกับ “พระเจ้าในประเทศ” ส่วนขี้ข้าคนหนึ่งก็บอกว่าจะบริหารประเทศต้องได้ “ใบอนุญาตที่ 2” ที่ไม่ใช่ประชาชน เขาบอกว่าพรรคการเมืองอย่ามัวแต่เอาใจประชาชน ต้องรู้จักปฏิบัติตนให้ได้ “ใบอนุญาตที่ 2” สำหรับคนไทยที่รักชาติและจงรักภักดี พวกเรารู้นะว่า “พระเจ้าประเทศไทย” ของคนที่เป็นนาย และ “ใบอนุญาตที่ 2” ของขี้ข้านั้นหมายถึงใคร การที่เรารู้ความหมายของ 2 วลีดังกล่าวนี้ ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขากำลังแซะใคร มันเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายที่ไม่มีใครจะเอาผิดเขาได้ เพราะถ้าหากเราจะเอาเรื่องพวกเขาให้มีความผิด พวกเขาก็คงพูดว่า พวกเรามโนกันไปเอง เพราะขี้ข้าก็เคยออกมาพูดแถว่า “ใบอนุญาตที่ 2” ของเขานั้น หมายถึงพวกเผด็จการ อำนาจเก่าทั้งหลายนั่นเอง

พฤติกรรมของนายทุกวันนี้เป็นการครอบงำพรรคอย่างชัดเจนขนาดนี้ หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการทำอะไรอยู่ จะเฉยเมยให้มีการบดขยี้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทยไปถึงไหน สำนึกรักชาติไม่มีกันบ้างเลยหรือ คำว่า “กตัญญูต่อแผ่นดิน” มีกันบ้างไหม ไม่มีความละอายกันบ้างเลยหรือ อุตส่าห์ทำงานมีความก้าวหน้า ได้ยศได้ตำแหน่งเป็นที่เชิดหน้าชูตามานาน จะมาเสียคนกันตอนแก่หรือไร ที่เป็นกันเช่นนี้เป็นเพราะอะไร ไม่อยากจะคิดว่าบางท่านน่าจะยอมทำเช่นนี้เพราะความโลภ เห็นแก่ประโยชน์ที่ได้ แต่สำหรับบางคน เราก็รู้สึกสมเพชที่เป็นเช่นนี้เพราะความกลัว ไม่อยากจะมีเรื่องกับคนที่กำลังทำตัวเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และความกลัวดังกล่าวนี้ก็ทำให้ท่านเสียคน เพราะผู้คนเขามองว่าท่านขาดความกล้าหาญทางจริยธรรม

หลายคนทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมือง ต้องการธำรงรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ต้องการดำรงกระบวนการยุติธรรมของไทยให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ พวกเขาจึงทำหน้าที่เป็น “ผู้ร้อง” แต่หลายเรื่องที่พวกเขาร้องไปก็ไม่สามารถทำอะไรนายใหญ่ได้ จนหลายคนคิดว่า อย่าเสียเวลาฟ้องหรือยื่นคำร้องใดๆ ให้เปลืองแรง เปลืองไฟ เปลืองหมึก เปลืองกระดาษเลย อย่าเสียเวลาสอบสวนอะไรให้เสียเวลา เสียพลังงาน เสียเงินเสียทองในการใช้ผู้คนทำงานเลย อย่าเสียเวลาสืบพยาน หาหลักฐานอะไรใดๆ เลย เพราะมันไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย พวกเขามีนักกฎหมายที่เก่งในการตีความและหาช่องโหว่ของกฎหมาย ให้นายใหญ่รอดได้ตลอด ในที่สุดก็ยกต้องคำร้อง ยกฟ้อง หรือถ้าผิด ก็รอลงอาญา ถ้าติดคุกจริงๆ ก็อาจได้ลดโทษจาก 50 ปี ก็เหลือไม่ถึง 10 ปี ถ้าหากอายุมากก็ได้พักโทษนอกคุก บางเรื่องเห็นความจริงเชิงประจักษ์อยู่โทนโท่ แต่ไม่อาจเป็นหลักฐานทางกฎหมาย เขาก็หลุด

ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามว่า “บ้านนี้เมืองนี้เป็นอะไรไปแล้ว คนบางคนอยากทำอะไรก็ทำได้ อยากได้อะไรก็ได้ตามใจปรารถนา จะผิดจะถูกอย่างไร ทำไปก็ไม่ผิด” บางคนเครียด บางคนกลุ้มใจ บางคนกังวลกับอนาคตของประเทศ เพราะเวลานี้นายใหญ่ทำตัวกร่างขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีความเกรงกลัวกฎหมายใดๆ เพราะเขาเชื่อว่าอย่างไรเขาก็รอดได้เพราะมีคนช่วยเขามากมาย ทั้งนักการเมืองที่เป็นขี้ข้า ข้าราชการที่โลภ นักวิชาการที่ขายตัว สื่อที่ละทิ้งอุดมการณ์และจรรยาบรรณ หลายภาคส่วนยอมสยบอยู่ใต้อุ้งตีนของนายใหญ่กันหมดแล้ว ช่วยกันอวยนายใหญ่และลูกเหมือนคนใช้ลิ้นก้มเลียรองเท้าอย่างไร้ความละอาย หมดสิ้นศักดิ์ศรีของความเป็นคน พวกเขาเห็นแก่ตัวและมีความโลภ อยากได้ทรัพย์ อยากได้ตำแหน่ง โดยไม่ตระหนักว่าความเห็นแก่ตัวของพวกเขานั้นกำลังสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ จนอาจจะดำดิ่งสู่ความหายนะได้

คนไทยผู้รักชาติบางคนก็ปลอบใจตนเองด้วยความคิดความเชื่อต่างๆ นานา บ้างก็บอกว่าประเทศไทยมีพระสยามเทวาธิราชปกป้องอยู่ ท่านคงไม่ปล่อยให้ประเทศไทยพังพินาศ ก็ไม่รู้ว่าฤทธานุภาพของพระสยามเทวาธิราชจะสู้กับความชั่วช้าสามานย์ของนายใหญ่และขี้ข้าบริวารทั้งหลายได้หรือไม่ บางคนก็เชื่อกฎแห่งกรรม เชื่อว่ากรรมมีจริง และกฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ แล้วก็บ่นว่าทำไมนาฬิกากรรมมันเดินช้าเหลือเกิน เมื่อไหร่คนที่ทำกรรมชั่วกับแผ่นดิน จะต้องรับกรรมจากการกระทำของตนเอง บางคนก็เริ่มใจชื้นบ้างที่เห็นกรรมการสิทธิฯ ป.ป.ช. และแพทยสภาเริ่มขยับในการจะเร่งนาฬิกากรรมให้เดินเร็วขึ้น สาธุ ขอให้ความเชื่อ ความศรัทธาของพวกเราเป็นจริงด้วยเถิด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่ง'การอยู่ร่วมกันโดยสันติ'

อย่างที่เคยว่าๆ ไว้แล้วนั่นแหละว่า...การปะทะ ขัดแย้ง ที่จะนำมาสู่ จุดเปลี่ยน นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังอุบัติขึ้นมากับโลกทั้งโลก

ห้าม 'พงส.' ช่วยราชการ

เก็บตกอีกหนึ่งข้อสั่งการ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สำนักปทุมวัน ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี

สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)

ความเปลี่ยนแปลงกับ...'ระบอบสีน้ำเงิน'

คงต้องยอมรับว่า...โลกทั้งโลก มันกำลังเคลื่อนเข้าสู่ จุดเปลี่ยน แบบถนัดชัดเจนยิ่งเข้าไปทุกที จะเปลี่ยนเพราะแรงเหวี่ยง แรงสวิง จากความขัดแย้ง ไม่คิดประนีประนอมยอมความ

ปรับแก้เอกสารความร่วมมือ 'ไทย-สหรัฐฯ'

ต้องบอก "สำนักปทุมวัน" ชั่วโมงนี้ "ดรามา" เข้ารัวๆ ตั้งแต่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ออกหนังสือด่วนที่สุดถึง รอง ผบ.ตร., จตช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า