ไม้เรียว 'ก.พ.ค.ตร.' สั่น!

ก่อนจัดโผแต่งตั้ง "นายพล" ล็อตสอง ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) - ผู้บังคับการ (ผบก.) ยศ พล.ต.ต.  วาระประจำปี 2567 มีคำแนะนำออกมาจาก พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ถึงกรอบแนวทางในการแต่งตั้งต่อวงประชุม ก.ตร. 3 ข้อสำคัญ

1.บริบททางสังคม ตำรวจ และประชาชน

2.นำคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ที่ผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการแต่งตั้งทุกระดับต้องคำนึงถึงอย่างยิ่งในการพิจารณาแต่งตั้งมาประกอบการดำเนินการ

3.การจัดระเบียบข้าราชการตำรวจตามระบบคุณธรรม  (พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 มาตรา 60)

เนื้อหาสาระหลักๆ บิ๊กเอก เน้นย้ำการแต่งตั้งผู้อาวุโสน้อยกว่าขึ้นดำรงตำแหน่งข้ามผู้อาวุโสมากกว่า

คณะกรรมการต้องพิจารณาผลงานดีเด่นที่มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ เปรียบเทียบและพิจารณาอย่างชัดเจนในแต่ละกรณี

คณะกรรมการแต่งตั้งในระดับ บช.และ ตร.ต้องพิจารณาข้อมูลของผู้ที่เหมาะสมที่จะเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จากผู้บังคับบัญชาขั้นต้น (ผบก.) ซึ่งถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาปกครองใกล้ชิด หากมีความเห็นที่แตกต่างในแต่ละระดับ ต้องบันทึกเหตุผลอย่างชัดเจนเพื่อประกอบการพิจารณาของ ก.ตร.ต่อไป

การเปิดตำแหน่งให้แต่งตั้งบุคคลอื่น หากไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสมและอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม

พร้อมเน้นย้ำ ก.พ.ค.ตร.ตั้งข้อสังเกตว่า หากการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์หรือใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสม จะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและอาจมีผลต่อการเพิกถอนกระบวนการพิจารณา และผู้บังคับบัญชาอาจต้องรับผิดทางวินัย

การแต่งตั้งรอง ผบช.และ ผบก.ในกลุ่มผู้เหมาะสม  หากจะพิจารณาไม่เลื่อนขึ้น ต้องมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่มีผลงานดีแต่ไม่เหมาะสมที่จะเลื่อนขึ้น โดยการแต่งตั้งจะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมและอาวุโส

การแต่งตั้งระดับ ผบก. จะใช้แนวทางเดียวกับการแต่งตั้ง ผบช. โดยมีการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ และต้องคำนึงถึงตำแหน่งต่างๆ ในหน่วยหลักและหน่วยรอง เพื่อสร้างระบบคุณธรรมและความโปร่งใส

ช่วงท้าย ก.ตร.เอก ย้ำอีกครั้ง การแต่งตั้งควรพิจารณาตามหลักเกณฑ์อย่างยุติธรรมและโปร่งใส โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องทุกข์ รวมถึงช่วยเหลือในเรื่องการย้ายกลับภูมิลำเนา และเลือกบุคคลที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร

อย่างไรก็ตาม เท่าที่สดับตรับฟังดูเหมือน "สีกากี" หลายคนข้องใจต่อการแต่งตั้ง "นายพล" ล็อตสอง เพราะบางรายเช็กแล้วมีชื่อในบอร์ดพิจารณาการแต่งตั้งตำรวจระดับ ตร. แต่พอบัญชีแต่งตั้งถูกส่งเข้าวงประชุม ก.ตร. ชื่อกลับถูกเปลี่ยน

เท็จจริงอย่างไรไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ หลายคนเตรียมจะร้องเรียนไปยัง ก.พ.ค.ตร.เพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว

งานนี้ไม้เรียวในมือ ก.พ.ค.ตร.ได้สั่นอีกครั้งแน่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายพล' นอกวาระ!

อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปลี่ยนสีตำรวจ!

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ

โรงพักต้องรับผิดชอบ!

ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง

ล้างตำรวจโจร

ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า

ฟื้นแท่งสอบสวน

เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ถึงคิว 'นรต.40-43'

แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว