
ปัจจัยที่ทำให้ “นายกฯส้มเกลี้ยง” ได้รับชัยชนะในตำแหน่งนายกอบจ.ศรีสะเกษ และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) ทั้ง 37 เป็นเพราะผลงานตลอด 20 ปี และกระแสความนิยมของคนในท้องถิ่น ที่ไม่เอาพรรคการเมืองที่มาแล้วก็ไป
แตกต่างจากพรรคเพื่อไทย นำโดย “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ที่เป็นคนนอกหวังมาคว้าชัย โดยนำกระแส และกระสุนลงมา
เท่านั้นไม่พอ ยังหมายหัว ส.ส.ในพื้นที่ จะต้องคว้าชัยให้ได้ มิฉะนั้น จะมีบทลงโทษไม่ให้ใช้สีเสื้อเพื่อไทยในการเลือกตั้งปี 70 ซึ่งสร้างความอึดอัดใจให้สส.ไม่น้อย ทั้งที่พวกเขาเหล่านั้นมีความผูกผัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันกับ “นายกฯส้มเกลี้ยง”มาอย่างยาวนาน
แต่ ”ทักษิณ“ ไม่สนใจ ขอเพียงชนะเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้ตัวเอง และทำให้เห็นว่าเป็นผู้เดียวที่ จะสู้รบกับเครือข่ายส้ม และยังเป็นคนเดียวที่จะแก้ปัญหาให้ประเทศได้
เมื่อผลเลือกตั้งออกมาสะท้อนว่าชาวบ้านไม่เชื่อ ยิ่งโดยเฉพาะที่ จังหวัดศรีสะเกษ ตอกย้ำว่า ”สิ้นมนต์ขลังอย่างชัดเจน“
“นายกฯส้มเกลี้ยง ”กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ชนะเลือกตั้งว่า เพราะเราเป็นคนในพื้นที่ ส่วนคนที่นายทักษิณ ชินวัตร ส่งคนมาลงแข่งด้วยนั้น ก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ ในฐานะที่เราเป็นคนในศรีสะเกษ และสนับสนุนคนในพื้นที่ขึ้นมาสู้กับคนพรรคเพื่อไทย สุดท้ายพี่น้องชาวศรีสะเกษก็เข้าใจเรา แยกแยะถูกระหว่างการเมืองระดับชาติก็คือระดับชาติ ส่วนเรื่องการเมืองท้องถิ่นก็เป็นเรื่องของคนท้องถิ่น
“คุณยิ่งใหญ่ขนาดนี้แล้ว คุณก็อยู่ของคุณไปเถอะ ปล่อยให้พวกผมตัวเล็กๆ ว่ากันในพื้นที่ไปเถอะ จะขอบคุณมากเลยถ้าคุณทักษิณคิดแบบนั้น” นายวิชิต กล่าวไว้
หวังว่า“นายใหญ่” จะคิดได้ และเข้าใจว่าการเมืองไทยได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว จะใหญ่โตเพียงคนเดียวไม่ได้
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เศรษฐกิจสีชมพู'
เดือนมิถุนายนในแต่ละปีเป็นเดือน Pride Month ซึ่งเป็นเดือนที่มีความสำคัญกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ+) ในประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
ปักธงราชบุรี
ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด
สส.สายอบอุ่น
พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล
เลขาฯ กวางขายเอง
ช่วงนี้งานรัฐบาลรัดตัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ “เลขาฯ กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ลืมภารกิจโปรโมตบ้านเกิด
อาบไปเลย
แวบไปแถวศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูจะคึกคักและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันดีเดย์ครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนาองค์กรอิสระแห่งนี้ งานนี้แกนนำและขุนพลของสำนักงานตบเท้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน
'มาตรการคัดกรองเนื้อหา'
ปัญหาหลักในการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อเปิดเข้าไปในแพลตฟอร์มบางครั้งก็จะไม่สามารถคอนโทรลเนื้อหาที่แสดงได้ ซึ่งในหลายครั้งก็จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชนที่ใช้สื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่พวกผู้ปกครองหลายคนกังวล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะปิดกั้นข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีหลุดรอดออกมาบ้าง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีกระทู้ถามเรื่องที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ที่มี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวถึงปัญหาของสังคมว่า “เป็นเรื่องที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป บ่อยครั้งมาพร้อมกับโฆษณาประชาสัมพันธ์ร่วมกับวัยรุ่นที่ทำบ่อนพนันออนไลน์ตามด้วย 888 ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างทั่วไปและกั้นไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่เหมาะได้รับสื่อเหล่านี้” สว.วุฒิพงศ์ ได้แนะนำว่า “ทุกวันนี้ถ้าเราไปค้นบนเว็บไซต์ Google ก็ยังเจอ ซึ่งสามารถดูได้ว่าสื่อไหนลามกอนาจารตรงไหน ถ้าท่านไม่เจอ ท่านมาบอกผมได้ หรือเอาผมไปบรรยายที่กระทรวงดีอีก็ได้ ผมยินดีที่จะชี้โพรงให้กระรอก จริงๆ ท่านอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป แต่จะหาหนทางในการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงจะหามาตรการคัดกรองเนื้อหาอย่างไร”

