
ประโคมญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ฝ่ายค้านขอเวลา 5 วัน ก็ชักจะเป็นห่วงฝ่ายค้านว่ามี สส.พร้อมจะอภิปรายเต็มเวลาตามที่ขอหรือไม่ เพราะแม้ฝ่ายค้านชุดนี้ไม่ใช่ฝ่ายค้านมือใหม่ เนื่องจากพรรคส้มเคยเป็นฝ่ายค้านมาแล้ว 2 สมัย แต่ผลงานน่าเป็นห่วง ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้รัฐบาลได้ ไม่มีข้อมูลมากพอที่จะทำให้รัฐมนตรีติดคุกได้ เหมือนที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทำ อีกอย่างมีความเคลือบแคลงใจในความสัมพันธ์ระหว่าง "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" กับ "ทักษิณ ชินวัตร" เพราะทั้งคู่แสดงท่าทีพร้อมที่จะจับมือกันตั้งรัฐบาลมาโดยตลอด แค่สถานการณ์ไม่อำนวยแค่นั้นเอง
ไปดูฝั่งรัฐบาลแพทองธารที่บริหารประเทศมาเกือบครึ่งปี ผลงานเด่นเข็นธุรกิจผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมาย แจกเงินให้ชาวบ้านฟรีๆ นอกนั้นตามมีตามเกิด ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร แต่หลุมบ่อของรัฐบาลกลับเป็น พ่อนายกฯ-ทักษิณ ชินวัตร จากกรณีนักโทษเทวดาชั้น 14 ฉะนั้นซักฟอกครั้งนี้ 2 คนที่โดนแน่ๆ คือ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพราะเกี่ยวพันกับกรณีนักโทษเทวดา โดยหากไม่มีชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอยู่ในรายชื่อที่ถูกซักฟอก แสดงว่าฝ่ายค้านต้มคนดูตั้งแต่ยื่นญัตติซักฟอกกันเลยทีเดียว ...๐
หลังมีข่าวแพลมมาว่า "ทักษิณ ชินวัตร" โดนแน่ๆ บรรดาองครักษ์พิทักษ์นายใหญ่ทำงานทันที ดาหน้าเบรกฝ่ายค้านห้ามพาดพิงถึง เพราะมิได้เป็นรัฐมนตรี และมีสถานะเป็นคนนอก หากถูกพาดพิงจะไม่มีโอกาสชี้แจงในสภาด้วยตัวเอง แต่หารู้ไม่นายใหญ่เปรี้ยวปากอยากเข้าไปตอบในสภาด้วยซ้ำ
"...ผมเข้าไปในสภาไม่ได้ แต่อาจไปอยู่หลังสภา คอยตอบให้ ถ้าใครสงสัยอะไรมาถามได้ ถ้าจะดีเหมือนกัน หากพาดพิงจริงก็ตอบได้ ให้มาถามก็แล้วกัน ส่วนจะตอบในรูปแบบใด ไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่มีปัญหา สบายๆ ไม่มีอะไรต้องกังวล วันนี้นายกฯ ผ่านมาเยอะแล้ว โดนมาเยอะแล้ว สบายๆ และเป็นหน้าที่ของคนเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ต้องคอยตอบคำถาม ส่วนฝ่ายค้านมีหน้าที่ตั้งคำถาม เรามีหน้าที่ตอบ ไม่มีอะไร เพราะเป็นกติกาประชาธิปไตย..."
นึกถึงสมัย "หมอวรงค์" ซักฟอก "ยิ่งลักษณ์" เรื่องจำนำข้าว กลายเป็นถามไม่ตรงคำตอบ แถมคนตอบไม่อยู่ฟังคำถาม สุดท้ายทั้งรัฐมนตรี ทั้งนายกฯ เจอคุก แต่กรณี "แพทองธาร" ยังไม่ถึงกับคุกรออยู่ เพราะอย่างที่เกริ่นไว้ ยังอยู่ในช่วงฝึกงาน ฉะนั้นหากถูกถามเรื่องชั้น 14 ก็อย่าคาดหวังว่านายกฯ จะตอบคำถาม เนื่องจากมีคนรอตอบคำถามแทนอยู่แล้ว นั่นคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ...๐
ปุจฉา-วิสัชนา "ทักษิณ ชินวัตร" ตอบคำถามนักข่าวกรณีที่ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" ยื่นเอกสารลับชั้น 14 ให้กับผู้นำฝ่ายค้าน ว่า “ผมเป็นตำรวจเก่า รู้จักแต่ พล.ต.อ.ที่เป็นผู้ชาย พล.ต.อ.ผู้หญิงผมไม่รู้จัก" นักข่าวงงกันยกใหญ่ว่าหมายถึงใคร "ทักษิณ ชินวัตร" เลยย้ำว่า "พล.ต.อ.หญิงไม่มี เลยไม่รู้จัก รู้จักแต่ พล.ต.อ.ชาย"
"พล.ต.อ.หญิงยังไม่มี และประเทศไทยยังไม่เคยมี ใครอยากเป็นคนแรกก็เป็น" ใครรู้แล้วเหยียบ งานนี้ ประเด็น "พล.ต.อ.หญิง" ไม่ใช่สาระสำคัญ อยู่ที่ความลับชั้น 14 ต่างหาก เอาไว้ใครชนะหัวเราะดังกว่าแน่นอน แต่ก็ต้องลุ้นฝ่ายค้านทำการบ้านให้หนัก อภิปรายให้สมศักดิ์ศรีหน่อย ...๐
การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคส้มและแดง เจอตอ เมื่อ สว.ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาขวาง "ชาญวิศว์ บรรจงการ" สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยวางแนวทางเป็นหลักการไว้แล้ว หากเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องให้ประชาชนลงประชามติก่อน
"...ถ้าดูกระบวนการทั้งหมดที่พวกเขาทำ ก็เหมือนกับเป็นเกมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าต้องถามประชาชนก่อน แต่คุณมาเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบนี้ ก็เหมือนเป็นศรีธนญชัย คือมาใช้วิธีเสนอแก้รายมาตรา มาแก้ 256 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเกมของพวกคุณ เพราะการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็เท่ากับให้มาทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ร่างของพรรคเพื่อไทยกับของพรรคประชาชน หลักๆ ก็คล้ายกัน แต่อาจแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น เพื่อไทยบอกว่าให้ร่างใหม่ทั้งฉบับแต่ห้ามแตะหมวดหนึ่งกับหมวดสอง ดังนั้นส่วนตัวผมจะโหวตไม่เห็นชอบทั้งสองร่างเลย เพราะขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินไว้เป็นแนวทางไว้แล้ว เพราะการเป็น สว. เรามีหน้าที่ต้องปกป้องรัฐธรรมนูญของประเทศไทย และต้องทำกฎหมาย..."
ฉะนั้นโอกาสแก้รัฐธรรมนูญของพรรคส้มและพรรคแดง เริ่มจะไม่แน่นอนแล้ว เพราะต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 หากไม่ถึงก็จบเห่ ...๐
นายชื่น ประชา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
สวัสดีปีใหม่พุทธศักราช 2569 ซึ่งวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2569 ตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 13 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง ชีววาร(ช) ปุสยมาส สัปตศก จ.ศ.1387, ค.ศ.2026, ม.ศ.1947, ร.ศ. 244 สุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน, จันทรคติ เป็น อธิกมาส ปกติวาร โดยปี 2569
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ยังคงได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงเวลานี้ยังคงเต็มไปด้วยภาพซ้ำที่สังคมเห็นจนชินตา พรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นด้วยคำประกาศแข็งกร้าว ย้ำอุดมการณ์ ยืนยันว่าจะ “ไม่ถอย” ไม่ว่าจะเจอแรงต้านแบบใด
บันทึกหน้า 4
บันทึกจันทร์สุดท้ายของปี 2568 อีกไม่กี่เพลาก็จะขึ้นศักราชใหม่ 2569 ...ประเทศไทยจะก้าวไปทางไหน?!?.. ก็ขอบันทึกสะกิดเตือน @ บรรทัดนี้เลยว่า ใจเย็นๆ ค่อยๆ พินิจพิจารณา ประมวลข้อมูล ทบทวน ไตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบแล้วจึงค่อยตัดสินใจว่า เลือกตั้งใหม่ในเร็วๆ นี้ เราอยากได้ใครมาเป็น "ผู้นำ" พาชาติบ้านเมืองไปสู่ทิศทางที่เหมาะที่ควร!!
บันทึกหน้า 4
จาก "หนู" หนึ่งเดียว กลายเป็นสอง ก่อนหน้านี้ถามกันทุกวันถึง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของภูมิใจไทย ในงานแถลงนโยบาย "พูดแล้วทำพลัส" เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชัดเจนว่า "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉายเดี่ยว โฆษกพรรคย้ำแล้วย้ำอีก
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงคุกรุ่นอยู่ต่อเนื่องอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ แม้วันที่ 24 ธ.ค.2568 จะเป็นวันแรกในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี ในวาระพิเศษ

