
คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...ข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่อง การเมือง ในบ้านเรา มันออกจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อ น่าหน่าย น่าเอียน เสียเหลือเกิน ยิ่งโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องคลุกคลีกับข่าวประเภทนี้ มานานนับเป็นทศวรรษๆ หรือผู้ที่เคยต้องยึดอาชีพ นักข่าว อย่าง อันตัวข้าพเจ้าเอง เป็นต้น...
ดังนั้น...เมื่อได้ล้างมือใน อ่างสังกะสี หรือเลิกยุ่งกับการออกหนังสืออันว่าด้วยข่าวคราวเรื่องการบ้าน-การเมือง เหลือแค่ยังต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าวอยู่ห่างๆ พอได้เอาไว้ชี้แนะ ชี้นำ สิ่งที่อาจเป็นประโยชน์ในวงกว้าง ไม่ถึงกับต้องไป เจาะลึก อะไรมาก เลยพอช่วยให้
เกิดความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย ขึ้นมาเป็นกอง โดยเฉพาะสำหรับอะไรก็ตามที่มันแก้ยาก แก้เย็น หรือแทบแก้ไขอะไรไม่ได้ อันเป็นสิ่งที่มีอยู่เยอะแยะ มากมาย ในแวดวง การเมือง ของบ้านเรา และมักทำให้ผู้ที่ชุลมุน วุ่นวายอยู่กับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ต้องปวดหัว ปวดตับ ปวดไต ชนิดยา บวดหาย หรือยาชนิดใดๆ ก็เอาไม่อยู่...
ยิ่งเมื่ออายุ-อานาม...ยิ่งคล้ายๆ ไม้ใกล้ฝั่ง เข้าไปทุกที แรงกระตุ้น แรงปรารถนา ที่อยากให้ใครต่อใคร... ช่วยหามลุงไปตีกะมันที!!! ก็ยิ่งลดน้อยถอยลงยิ่งขึ้นไปใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนขั้ว ย้ายขั้ว เปลี่ยนข้าง สลับข้าง เปลี่ยนจากสังคมนิยมกลายเป็นทุนนิยม แถมยังอาจทุนสามานย์อีกด้วยต่างหาก เปลี่ยนจากคอมมิวนิสต์กลายมาเป็นคอมมิวนิสต์รักษาพระองค์ อย่างที่ใครต่อใครเขากล่าวหา หรือเปลี่ยนเป็นเหลือง เป็นแดง เป็นน้ำเงิน เป็นส้ม ฯลฯ หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ เอาไป-เอามาแล้ว...มันก็เป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นพรรค์นั้นแหละ เป็นอิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท เป็นด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป...
ยิ่งเห็นพวกเด็กๆ ที่แปรสภาพจาก นายติ่ง มาเป็น นางแบก หันมาไล่ถีบ ไล่กระทืบกันและกัน ทั้งที่เคยอยู่ขั้ว อยู่ข้าง หรืออยู่ฝ่ายเดียวกันแท้ๆ แต่ต่างมุ่งมั่น ทุ่มเท ออกเรี่ยว ออกแรง จัดทัวร์ ไปลงหน้าบ้าน หน้าเฟซ ของอีกฝ่ายชนิดโกลาหล อลหม่าน ไปทั่วทั้งโซเชียลมีเดีย ก็ยิ่งเป็นอะไรที่น่าอเนจอนาถ น่าสยดสยองพองขน เสียเหลือเกิน เพราะต่างฝ่ายต่างมี เหตุผล และ ข้ออ้าง ที่ล้วนแต่มีน้ำหนักไปด้วยกันทั้งนั้น ชนิดอาจทำให้ ความจริงมีหนึ่งเดียว ที่อาเฮีย สนธิ ลิ้มฯ ท่านชอบย้ำแล้ว ย้ำเล่า อาจต้องถูกแปรสภาพกลายไปเป็น ความจริงเทียม ไปตามความก้าวหน้า ก้าวไกล ของเทคโนโลยีเอไอ ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้...
อันนี้นี่แหละ...เลยอาจทำให้รู้สึกว่า เสียเวลา ที่จะมาให้ความสำคัญกับเรื่องการมง-การเมือง อันเป็นอะไรที่ออกจะแก้ยาก แก้เย็น หรือแก้ไขแทบไม่ได้ เนื่องจากมันย่อมเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัย ของมัน ตามแบบฉบับเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป นั่นแล คือเป็นทั้งสิ่งที่พึงปรารถนาและไม่พึงปรารถนา ขึ้นอยู่กับมาตรฐาน โลกธรรม ของเราเป็นไปในแนวไหน เช่น ถ้าหากเราเป็น นางแบก ยังไงๆ...เราคงหนีไม่พ้นต้องตามไล่กระทืบพวก ติ่งส้ม อยู่แล้วแน่ๆ ไม่ต่างไปจากพวก แบกอเมริกา หรือ แบกตะวันตก ที่ต้องพยายามเล่นงาน ติ่งรัสเซีย ติ่งจีน แม้ว่าอเมริกายุค ทรัมป์บ้า จะหันไปจูบปากกับรัสเซีย กับจีน จนทั่วทั้งโลกตกตะลึงตาค้างไปแล้วก็เถอะ...
อีกทั้งสิ่งที่เรียกว่า เวลา สำหรับตัวเราเอง ก็น่าจะเหลืออยู่น้อยนิดเอามากๆ การหันมาใช้เวลาไม่ว่าแต่ละนาที วินาที ให้มีค่าสูงสุดเท่าที่จะมากได้ จึงเป็นสิ่งที่น่าจะมีความสำคัญยิ่งกว่า โดยเฉพาะการนำมาใช้ ปรับปรุงตัวเอง หรือ ยกระดับตัวเอง เพื่อให้ยังพอได้เห็นช่อง เห็นโอกาส ที่จะ ไม่ต้องเกิด-ไม่ต้องตาย ไม่ต้องซ้ำๆ ซากๆ หรือต้องวนไป-วนมาอยู่กับเรื่อง การเมือง จนตัวเองอาจกลายเป็น สัตว์การเมือง วันใด-วันหนึ่งขึ้นมาจนได้ แม้ว่าโอกาสที่ว่าอาจต้องรอคอยไปจนกว่าจะเกิดมาเป็น สุธี อีกสามชาติ สี่ชาติ ร้อยชาติ พันชาติ ก็ตามที...
ส่วนใครที่ยังมีเรี่ยว-มีแรง ยังคงสนุกสนาน หรือยังเหลือเวลาอีกเยอะ ก็คงได้แต่อนุโมทนา-สาธุไปตามมี-ตามเกิด โดยเฉพาะผู้ที่คิดจะอยู่ยาวว์ว์ว์ไปถึง 120 ปี หรือยังมีโอกาส ทำดี-ทำชั่ว ต่อไปได้อีกตั้ง 45 ปี เอาเลยถึงขั้นนั้น แต่สุดท้าย...ไม่ว่าดีๆ-ชั่วๆ ยังไงๆ คงหนีไม่พ้นต้อง ตาย กันจนได้นั่นแหละทั่น และเพราะด้วย สิ่งนี้-สิ่งนี้ ที่เคยกระทำเอาไว้ หรือคิดจะทำต่อไป ย่อมไม่ต่างไปจาก วิบากกรรม ที่ย่อมส่งผลให้สิ่งนี้ต้องเป็นไป หรือหนีไม่พ้นต้องไป เกิด เป็นอะไรต่อมิอะไร อยู่ ณ ขุมไหนต่อขุมไหน ก็ยากที่จะคาดคะเนได้ ดังนั้น...ก็เลยเอาเป็นว่า คงต้องถือว่า ทางใคร-ทางมัน ก็แล้วกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทำดีย่อมได้ดี
ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2568 กับปี 2569 ได้ดูพลุ Count down จากห้องในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเจ็บไข้อย่างรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม
ระบอบประชาธิปไตย...กำลังทำให้โลกพังพินาศ!!!
มาถึงขั้นนี้...ก็อาจพอถือเป็น ข้อสรุป ได้ ไม่มาก-ก็น้อย ว่า ระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะตาม มาตรฐานตะวันตก นั้น น่าจะไม่ใช่ระบอบปกครองที่ดีที่สุดหรือเลวน้อยที่สุดแต่อย่างใด
'เมืองสแกมเมอร์' ฆ่าไม่ตาย?
วงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะประธาน
อุบัติภัยใหญ่รอบสองปี 69 กำลังจะมา
หลังจากเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนตกใส่รถด่วนพิเศษที่ 21
เลวยันเงา
เวลานี้เรามีบุคคลสาธารณะจำนวนมากที่เป็นคนเลวแบบที่เขาพูดกันว่า “เลวยันเงา” หมายความว่า “เลวมาก” ไม่เพียงแต่ตัวเองเลว แม้แต่ “เงา” ก็เลว สำหรับคนประเภทนี้ บางคนด่าว่า
สงคราม...กับ 'กฎเหล็ก' ของพระผู้เป็นเจ้า!!!
อย่างที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้หยิบเอาเรื่อง มิคสัญญียุค มาเล่า มาพยากรณ์ หรือมาอรรถาธิบายแบบคล้ายๆ นิทานชาดก ฯลฯ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป จนถูกจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานในคัมภีร์

