
ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ดันทุรังต่อ! เคาะรับ "ฮั้วเลือก สว." คดีพิเศษ ฐานฟอกเงิน หลังถกรอบแรกสะดุดจากคำเตือนของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจทำคดีนี้ ขืนลงมติอาจเจอมาตรา 157 เล่นเอากรรมการคคีพิเศษหลายคนสะดุ้ง ก่อนหาทางลงมาออกช่องนี้แทน ทั้งที่ฐานความผิดที่มุ่งประสงค์จะต้องให้บอร์ด กคพ.โหวต โดยใช้เสียง 2 ใน 3 คือ ความผิดฐานอั้งยี่ (มาตรา 209) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ (มาตรา 116) การฮั้วเลือก สว. (มาตรา 77 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา)
"การพิจารณาในวันนี้ ไม่ใช่การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่อย่างใด ทางเราเป็นหน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องคดีอาญาเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่ได้กระทำความผิดตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษเท่านั้น เป็นการทำงานคู่ขนานประสานงานร่วมมือกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของตัวเองที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ พี่น้องประชาชน เพราะดีเอสไอก็ได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหาย ทั้งจะนิ่งเฉยก็ไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผลเสียจะเกิดกับประชาชน” หัวโต๊ะที่ประชุม "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด กคพ. ย้ำแล้วย้ำอีกว่าทุกอย่างทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน
๐ นับหัวไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเสียงไม่ถึงสองในสาม หากต้องให้บอร์ด กคพ. รับเป็นคดีพิเศษ ในคดีความผิดอาญาอื่น ตามมาตรา 21 (2) พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 แต่แก้เกี้ยวด้วยการบอกว่ามีการลงมติรับเป็นคดีพิเศษฐานคดีฟอกเงิน ด้วยคะเแนนเสียง 11 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน งดออกเสียง 3 คน ทั้งที่ความผิดอาญาตามมาตรา 21 (1) เป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้บอร์ดลงมติไฟเขียว อดีตอธิบดีดีเอสไอ "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" รมว.ยุติธรรม ย่อมรู้ดี แต่อ้างว่ามีข้อมูลบางประการที่เป็นข้อสงสัย เลยต้องอาศัยเสียงกึ่งหนึ่งของ กคพ.ชี้ขาด เหมือนเป็นหลักค้ำประกันให้อธิบดีดีเอสไอรับเรื่องเป็นคดีพิเศษ เท่ากับเวลานี้รัฐบาลก็โยนให้ดีเอสไอเป็นหน่วยกล้าตายลุยเดี่ยวเรื่องนี้ โดยไม่ฟังเสียงกูรูนักกฎหมายที่พยายามดึงสติว่าแย่งอำนาจ กกต. เพราะสิ่งที่ทำทับซ้อนกับ กกต.อย่างชัดเจน งานนี้ "พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ" รับไปเต็มๆ
๐ วันก่อน "จรัญ ภักดีธนากุล" อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อธิบายไว้ชัดถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่าไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งในมาตรา 49 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ว่าความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ถ้ามีการจ่ายเงิน จ่ายทอง วางระบบฮั้วกัน ถือเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งต้องอยู่ในอำนาจของ กกต. รวมถึงกรณีฟอกเงิน ต้องให้ กกต.ตรวจสอบก่อน แล้วจึงส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พอกางมาตรา 77 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ก็ตรงเป๊ะตามที่ อ.จรัญว่าไว้ ความผิดตาม (1) "จัด ทํา ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด" ให้ถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และให้คณะกรรมการมีอํานาจส่งเรื่องให้ ปปง. ดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจได้ ล่าสุด "อ.แก้วสรร อติโพธิ" สำทับอีกแรง แจกแจงเห็นภาพชัดแจ๋ว ผ่านบทความ "น่าสงสาร...ดีเอสไอ" ว่าข้อหาฟอกเงินในครั้งนี้ เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินได้ ต้องผ่านข้อหาซื้อสิทธิขายเสียงก่อนเท่านั้น เป็นเรื่องจะเอาให้ได้ในฐานอั้งยี่ แต่เมื่อเสียงไม่ถึงสองในสาม ก็เลยให้ดีเอสไอลุยเอง ในฐานฟอกเงิน ซึ่งไม่ว่าจะความผิดฐานไหน ก็ซ้อนอำนาจ กกต.จนทำไม่ได้อยู่ดี ต้องไปดูมาตรา 77 ของกฎหมายเลือกตั้ง สว.ให้ดีๆ "ข้อหานี้ต้องเริ่มด้วย กกต. แล้วส่งไป ปปง.เท่านั้น ผมว่า ในดีเอสไอเขาคงเห็นมาตรา 77 นี้ขวางทางอยู่เหมือนกัน ถึงเลี่ยงจะไปเอาผิดฐานอั้งยี่ด้วยอำนาจใหญ่ของคณะกรรมการ แต่วันนี้บักหำน้อยนี้กลับถูกดีดกลับมาให้เป็น Home alone ลุยเองอีก น่าสงสารครับ ผมเห็นแต่ประตูคุกรำไรๆ รออยู่เท่านั้น" ฟังแล้วขนลุกแทน.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
สวัสดีปีใหม่พุทธศักราช 2569 ซึ่งวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2569 ตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 13 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง ชีววาร(ช) ปุสยมาส สัปตศก จ.ศ.1387, ค.ศ.2026, ม.ศ.1947, ร.ศ. 244 สุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน, จันทรคติ เป็น อธิกมาส ปกติวาร โดยปี 2569
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ยังคงได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงเวลานี้ยังคงเต็มไปด้วยภาพซ้ำที่สังคมเห็นจนชินตา พรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นด้วยคำประกาศแข็งกร้าว ย้ำอุดมการณ์ ยืนยันว่าจะ “ไม่ถอย” ไม่ว่าจะเจอแรงต้านแบบใด
บันทึกหน้า 4
บันทึกจันทร์สุดท้ายของปี 2568 อีกไม่กี่เพลาก็จะขึ้นศักราชใหม่ 2569 ...ประเทศไทยจะก้าวไปทางไหน?!?.. ก็ขอบันทึกสะกิดเตือน @ บรรทัดนี้เลยว่า ใจเย็นๆ ค่อยๆ พินิจพิจารณา ประมวลข้อมูล ทบทวน ไตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบแล้วจึงค่อยตัดสินใจว่า เลือกตั้งใหม่ในเร็วๆ นี้ เราอยากได้ใครมาเป็น "ผู้นำ" พาชาติบ้านเมืองไปสู่ทิศทางที่เหมาะที่ควร!!
บันทึกหน้า 4
จาก "หนู" หนึ่งเดียว กลายเป็นสอง ก่อนหน้านี้ถามกันทุกวันถึง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของภูมิใจไทย ในงานแถลงนโยบาย "พูดแล้วทำพลัส" เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชัดเจนว่า "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉายเดี่ยว โฆษกพรรคย้ำแล้วย้ำอีก
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงคุกรุ่นอยู่ต่อเนื่องอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ แม้วันที่ 24 ธ.ค.2568 จะเป็นวันแรกในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี ในวาระพิเศษ

