ขอตำแหน่งไม่ของาน

ก็มีดรามาเล็กๆ พอเป็นกระสาย พอเป็นสีสัน กับการแต่งตั้ง "นายพัน" สีกากี ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ถึง สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2567 ที่เพิ่งประกาศคำสั่งออกมาทันตามเงื่อนไข ทันตามคำสั่ง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

ภายในวันที่ 28 ก.พ. และคำสั่งมีผลใช้บังคับพร้อมกัน 3 มี.ค. 2568

แม้บางคำสั่งจะเกิดการผิดพลาด มีชื่อ ผกก.คนเดียวไปนั่ง 2 โรงพัก แต่ก็ได้รับการชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง เป็นข้อผิดพลาดทางธุรการ พิมพ์ตก พิมพ์หล่น พิมพ์ซ้ำ หรือบางตำแหน่งก็ได้คนไม่เหมาะสมกับงาน

แต่ภาพรวมการแต่งตั้งก็ต้องบอกว่า "ไม่ขี้เหร่"

กฎเหล็ก ที่กำชับกำชาโรงพักไหนมีเรื่อง มีราว โดนคำสั่งเด้ง คำสั่งไปช่วยราชการ จากปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ปัญหาบ่อนพนัน สถานบริการ หรือความหย่อนยาน จะถูกโยกย้ายไปอยู่สายงานอำนวยการ ไม่ให้สัมผัสประชาชน

เป็นไปตามกฎ เป็นไปตามกติกา

เพียงแต่บางส่วนก็เห็นว่าการแต่งตั้งไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ บางคนได้รับรางวัลการปฏิบัติงาน ก็ไม่ได้รับการแต่งตั้ง หรือบางรายก็ถูกย้ายลดชั้น ลดขั้นโรงพัก

จนเสียขวัญ เสียกำลังใจ

เหมือนที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวบอกได้รับโทรศัพท์สอบถามจากน้องๆ ข้าราชการตำรวจหลายรายว่า ถ้าเห็นว่าการแต่งตั้งไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ควรจะทำอย่างไร อาทิ เป็นผู้มีผลงานปฏิบัติหน้าที่ได้รับรางวัลต่างๆ ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดเสนอชื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น แต่ในชั้นกองบัญชาการพิจารณาแต่งตั้งผู้อยู่ในลำดับอาวุโสที่น้อยกว่าได้เลื่อนตำแหน่ง หรือถูกโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ฯลฯ

"ผมได้ให้คำแนะนำไปว่า หากข้าราชการตำรวจเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งจะมีสิทธิ์ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งแต่งตั้ง  โดย ก.พ.ค.ตร.จะพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร.ถือเป็นที่สุด"

นอกจากนี้ ก.ตร.เอก ยังบอก หากผู้ร้องทุกข์ไม่พอใจผลการพิจารณาของ ก.พ.ค.ตร. ก็มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาของ ก.พ.ค.ตร.

พร้อมเสนอตัวหากน้องๆ ท่านใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง ตนยินดีให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาในการดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายและกฎต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ครับ..ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ "ตำรวจ" ที่คิดว่าไม่ไดัรับความเป็นธรรมได้ร้องเรียนตามกฎ ตามระเบียบ

แต่ที่ไม่น่าเห็นใจ แถมจะต้องหวดให้เข็ดหลาบ คือพวกได้ตำแหน่งแล้ว แต่ไม่ยอมมาทำงาน

แว่วๆ เริ่มมีบางรายอยู่กับนาย อยู่กับผู้ใหญ่ ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ไปรายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาเมื่อ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามข้อสั่งการ ผบ.ตร. เสร็จปุ๊บก็ให้ "นาย" ยกหูหาผู้บังคับบัญชา บอกขอตัวมาทำงาน ไม่ได้มาปฏิบัติงานที่ต้นสังกัด ไม่ต้องแบ่งงานให้ทำ

เฮ้อ....อยากได้ตำแหน่งแต่ไม่อยากทำงาน ไม่รู้ ผบ.ต่าย ได้ยินบ้างหรือเปล่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายพล' นอกวาระ!

อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปลี่ยนสีตำรวจ!

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ

โรงพักต้องรับผิดชอบ!

ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง

ล้างตำรวจโจร

ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า

ฟื้นแท่งสอบสวน

เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ถึงคิว 'นรต.40-43'

แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว