
ยุคนายกฯ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ อาจมีข้อดีอยู่บ้างเวลามีม็อบหรือผู้ชุมนุม มายื่นหนังสือที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จะส่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ หรือตัวแทน ไปรับหนังสือ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขความเดือดร้อนทันที
อย่างเช่นมื่อวันที่ 11 มีค. กลุ่มเครือข่ายประชาชนไม่เอากฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ เดินทางมาชุมนุม เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ และกฎหมายลักษณะเดียวกันนี้ในทุกฉบับ นำโดยนายสมบูรณ์ คำแหง , นายเรียง สีแก้ว และผศ.ดร.ลลิตา หาญวงษ์ รวมตัวที่จุดบริการประชาชน 1111 ที่ตั้งอยู่ในสำนักงาน กพ.เดิม ก่อนออกมาปักหลักบริเวณประตู 3 ถนนพิษณุโลก ทำเนียบรัฐบาล
นายกฯ ก็ส่ง “เจ๊เดือน” มนพร เจริญศรี รมช. คมนาคม จากพรรคเพื่อไทย ออกไปรับหนังสือระหว่างการประชุมครม.ทันที หลังจาก “เจ๊เดือน” รับหนังสือ ก็ทำให้ผู้ชุมดังกล่าวเกิดความพอใจในระดับหนึ่ง
ปะหน้า “มนพร” จึงถามว่า เป็นรัฐมนตรีหญิง ไม่กลัวร้อน กลัวแดด กลัวฝน ที่จะต้องออกไปรับม็อบใช่หรือไม่ “รมต.หญิงเหล็กจากนครพนม” กล่าวว่า “พี่เป็นม็อบมาก่อน จึงเข้าใจม็อบ”
ย้อนกลับไปสำหรับ “มนพร เจริญเชื้อ” เข้ามาสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ในยุครัฐบาลเศรษฐา ต่อเนื่อง รัฐบาลแพทองธาร ไม่ใช่โชคช่วยหรือเป็นเด็กเส้น แต่มาได้ด้วยการทำงาน ฝีมือ และหัวใจที่ใหญ่กว่าตัว ไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอก
ผ่านงานทั้งระดับท้องถิ่นไล่ตั้งแต่ สจ. รองนายก อบจ. และนายกอบจ. นครพนม ก่อนมาเล่นการเมืองสนามใหญ่เป็น ส.ส.ถึง 3 สมัย
ที่สำคัญในช่วงรัฐประหารในปี 2549 เกิดการรัฐประหารขึ้น โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการชุมนุมจาก 2 ฝ่าย ได้แก่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มเสื้อเหลือง และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือกลุ่มเสื้อแดง “เจ๊เดือน” ยังเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดง ในนามคนเสื้อแดงจังหวัดนครพนมอีกด้วย
เมื่อเห็นโปรไฟล์ ของ “รมต.เดือน” แล้ว จึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงเข้าใจ “ม็อบ” ขนาดนี้
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ
พาครอบครัวช็อปปิ้ง
ประเดิมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” วันแรก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ด้วยความคึกคัก
เลขทรัพย์สินให้โชค
เป็นประจำตามกฎหมาย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเข้ารับตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่ง

