
ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน...
รัฐบาลเพื่อไทย กำลังเดินเข้าสู่เส้นทางที่ตีบตันมากขึ้นทุกที
ไม่ใช่เรื่องความรู้ความสามารถของผู้นำเพียงอย่างเดียว
แต่ยังมีปัญหาเรื่องความบกพร่องทางสำนึกและจริยธรรมรวมอยู่ด้วย
คงจำกันได้นะครับ เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยประเด็น “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” และ “ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง”
สาเหตุวิจารณ์กันว่า นายเสือกทุกเรื่อง ต้องการปรับคณะรัฐมนตรี จะเอาคนที่ชอบ และคนที่ใช่ เป็นรัฐมนตรี
แต่ติดตรงที่เกรงว่า "แพทองธาร ชินวัตร" จะตกเก้าอี้ซ้ำรอย "เศรษฐา ทวีสิน"
วานนี้ (๑๒ มีนาคม) มีมติศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้วครับ
๘ ต่อ ๑ ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
ไปดูคำวินิจฉัยกันครับ
"...ศาลฯ เห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง กำหนดหลักการสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยคณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของ ประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม
และมาตรา ๑๕๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า 'พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน'
โดยรัฐธรรมนูญนี้วางกลไกป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เข้มงวด เด็ดขาด เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมือง จึงบัญญัติคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไว้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ ที่จะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติสูงกว่าบุคคลที่จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจาก รัฐมนตรีเป็นฝ่ายบริหารและเป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานบริหารราชการแผ่นดิน
การพิจารณาว่าบุคคลใดมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๔) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๕) หรือไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาทตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๗) การเสนอบุคคลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาคุณสมบัติดังกล่าวและเป็นผู้รับผิดชอบในการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลเป็นรัฐมนตรีและเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการดังกล่าว..."
นั่นคือนายกรัฐมนตรีต้องมีวุฒิภาวะมากพอที่จะสามารถใช้ดุลพินิจว่า คนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่
รวมทั้งเคยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
หมายความว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องมีคุณสมบัติขั้นสูง คือมีความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ละเมิดจริยธรรม เสียก่อน ถึงจะมองคนที่มาเป็นรัฐมนตรีออกว่า เป็นคนเช่นไร
ฉะนั้นใครก็ตามที่คิดจะฉีก หรือแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ โปรดใช้สามัญสำนึกให้มาก เพราะการปราบคอร์รัปชันเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้
แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควรครับ เพราะนายกรัฐมนตรีแพทองธารยังมีปัญหาอยู่พอควร
ไม่สามารถใช้ดุลพินิจเองได้ว่า คนที่ตัวเองจะตั้งเป็นรัฐมนตรีนั้น สุจริต ไม่ละเมิดจริยธรรม จริงหรือไม่
นี่คือความบกพร่องอย่างร้ายแรง!
จะตั้งคนมาเป็นรัฐมนตรี มันต้องแน่ใจครับว่า ใจซื่อมือสะอาดจริงๆ
ไม่ใช่ตัวเองยังไม่แน่ใจ
แล้วประชาชนจะไปคาดหวังอะไรได้
มาดูคำวินิจฉัยอีกท่อนครับ
"...เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้องปรากฏว่า การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ และอำนาจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในทางบริหารและต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ
คำร้องดังกล่าวเป็นเพียงการขอให้อธิบาย หรือแปลความหมายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๔) (๕) และ (๗) และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๙ (๕) ว่ามีความหมายขอบเขตเพียงใด อันมีลักษณะเป็นการหารือเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ร้องเกิดขึ้นแล้ว
อีกทั้ง กรณีการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่นตามคำร้องซึ่งไม่ใช่รัฐมนตรี ก็เป็นอำนาจให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตาม พ.ร.บ.เฉพาะข้าราชการการเมือง มิใช่การใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องด้วยเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗ (๒) และมาตรา ๔๔..."
ขอทุบโต๊ะดังๆ ครับ
เปลี่ยนมือกฎหมายรัฐบาลเสียเถอะ
"ชูศักดิ์ ศิรินิล" ไม่ควรทำหน้าที่นี้ต่อ เพราะมันจะประจานให้เห็นถึง ความรู้ความสามารถด้านกฎหมายของรัฐบาล
มีเสียงเตือนล่วงหน้าแล้วว่า ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยแปลความหมายของคำว่า "ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์" และ “ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” มิได้ ไม่ใช่เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องมาตีความ
ความซื่อสัตย์สุจริตมันจะเกิดกับนักการเมืองที่เข้ามาทำเพื่อชาติประชาชน ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว
กลับกัน นักการเมืองที่เข้ามาเพื่อหวังกอบโกย ต่างต้องการความชัดเจนว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่
แค่ต้องการใบรับประกันว่าตัวเองไม่โกงเท่านั้น
แต่พฤติกรรมสวนทางอย่างสิ้นเชิง
คิดว่าคนที่สะกดคำว่า "สุจริต" และ "จริยธรรม" ไม่ออกทำอะไรได้บ้าง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาว่า 'ทรัมป์' โดนหลอก
ลงนามกันไปเรียบร้อยครับ "โดนัลด์ ทรัมป์" เซ็นชื่อขยุกขยิกใน “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด” (Islamabad Memorandum of Understanding) ร่วมกับ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านเป็นที่เรียบร้อย
น้ำมันขาลง
ช่วงนี้ราคาน้ำมันลงอร่อยเลยครับ วันสองวันมานี้เรียกได้ว่า ลดฮวบฮาบ แต่บรรดาท่านที่ใช้น้ำมันยังไม่พอใจ ในโซเชียลด่ากันสนุกปากเชียว
เกิดอะไรขึ้นที่ภูเก็ต
ที่ภูเก็ตเขาสนุกสนานกันดีนะครับ มีทั้ง “ผู้ว่าฯ เซมเบ้” “รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด” แถมยังมี “รองกุ้ง” อีก ๒ คน
หาแนวร่วมไม่ใช่แนวรบ
โลกคงจะสงบสุขไปอีกสักพัก สหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามแล้ว ช่องแคบฮอร์มุซ ที่ไม่เคยมีใครไปปิดก่อนสงคราม จะกลับมาเปิดอีกครั้ง
'พระองค์ภา'
ความต่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์ นอกจากสติปัญญาแล้ว ยังมีมโนธรรมด้วย ในขณะที่พสกนิกรชาวไทยต่างโศกเศร้าเพราะสูญเสีย
นิวัตฟ้าลาแผ่นดิน
ไม่เฉพาะในไทยครับ...วานนี้ (๑๒ มิถุนายน) สื่อต่างประเทศหลายสำนัก ต่างนำเสนอข่าว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ มีบุคคลสำคัญร่วมแสดงความอาลัยมากมาย ยกตัวอย่าง

