บันทึกหน้า4

ต้องบอกเป็น “สันดาน” ที่ไม่เคยเปลี่ยนเสียจริงๆ สำหรับ “โทนี่ วู้ดซัม” หรือ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปร่วมเสวนาในคลับเฮาส์ของกลุ่ม “CARE คิด เคลื่อน ไทย” เรื่อง “การเมืองไทยวิปโยค : การเมืองโลกวิปริต” โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องไทยที่ฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งแม้บอกว่ายินดีกับเรื่องดังกล่าว แต่จะเห็นได้ชัดในคำพูดของ “โทนี่” นั้น กลับมีการลามปามไปถึงราชวงศ์ซาอุฯ รวมทั้งยังติงในเรื่องการส่งแรงงานไปอีก ตามเนื้อเพลงที่ว่า “ไปเสียนา มาเสียเมีย” และไม่อยากให้ไปอยู่ไกลครอบครัว พิโธ่! แล้วเจ้าตัวเล่า ทำไมไม่กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน ยังไปปักหลักอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ได้ หรือจะรอกลับไทยในแนวนอนอย่างเดียวจ๊ะคุณพี่ ...๐

ผลการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ รอบนี้ ต้องบอก “บิ๊กตู่” สร้างผลงานชิ้นโบแดงจริงๆ เพราะเล่นมาทีเดียวดังตู้มแบบไม่เคยมีข่าวระแคะระคายมาก่อน เล่นเอาทั้งพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคอย่าง “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ไปไม่เป็น ทำได้เพียงการออกมาดักคอว่าเป็นนโยบายของประเทศซาอุฯ เขาอยู่แล้ว แต่ใครก็รู้ว่าเป็นอาการ “องุ่นเปรี้ยว” งานนี้เจ้าตัวเลยลงทุนปูดว่าได้กลิ่นรัฐประหารโชยมาหวังกลบกระแส “ไทย-ซาอุฯ” แต่ก็ถูดดีดปากกันถ้วนแล้ว ซ้ำร้านคนแดนไกลอย่าง “พี่โทนี่” ที่เป็นผู้จิ้มนิ้วแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ายังบอกชัดๆ ไม่มีนะจ๊ะคุณหมอ การจะปูดอะไรอย่าลืมคำนึงถึงหัวโขนหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบ้าง ...๐

 พูดถึงเรื่อง “สภาผู้ทรงเกียรติ” ก็ต้องเอ่ยอ้างถึงการอภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 กันบ้าง ซึ่งดูเหมือนพรรคฝ่ายค้านที่ต้องออกทีวีด่าฟรีๆ ตอนแรกขอ 4 วัน แล้วก็หั่นมาเหลือ 36 ชั่วโมง แต่หลังหารือวิป 3 ฝ่ายแล้วก็ได้เวลาลงตัวที่ 30 ชม. โดยให้ฝ่ายค้าน 22 ชม. และรัฐบาล 8 ชม. ในช่วงวันที่ 17-18 ก.พ. ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่น่าจะใช้เวลามากมายขนาดนั้นทั้ง 2 ฝ่าย แต่ก็ ต้องทำใจ เพราะทั่นผู้ทรงเกียรติจะได้ออกทีวี ว่าได้ทำงานทำการให้สมกับภาษีที่เป็นเงินเดือน ทั้งที่การอภิปรายก็เชื่อได้เลยซ้ำซ้อน วกไปวนมาไม่กี่เรื่อง โดยหยิบเนื้อหาจากสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์และทีวีมาด่ารัฐบาล ...๐ ก็

หวังว่า “ฝ่ายค้าน” จะมีการทำการบ้านให้มากกว่าการตัดแปะ โดยเฉพาะในซีกเพื่อไทย การคัดเลือกผู้อภิปรายควรมีความน่าเชื่อถือบ้าง โดยเฉพาะในชื่อของ “วิสาร เตชะธีราวัฒน์” ส.ส.เชียงราย มือกรีดแขนกลางสภา และมือปูดเรื่องหอบเงินสด 5 ล้านบาทซื้อเสียงในศึกซักฟอกนั้น ไม่ควรได้ใช้เวทีดังกล่าว เพราะผลการตรวจสอบของสภาก็ชัดแจ้งว่าเป็นเรื่องเสกสรรปั้นแต่ง ส่วนชื่อของ “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคามนั้น ยังพอให้อภัยได้ เพราะเป็นผู้สรุปคำอภิปรายในศึกซักฟอกดังกล่าว ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องนำเนื้อหาของ “วิสาร” มาขย่มซ้ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องเข้าใจได้ ...๐

ขำไม่ออกจริงๆ “สัมภเวสีแม้ว” มารำลึก 8 ปีที่กลุ่ม กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งในยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกฯ ยังพอเข้าใจได้ แต่ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ อ.ห.ต. กลับมาร่วมรำลึกด้วยนี่ได้สิ ตลกร้ายเสียจริงๆ โดยทั่นเต้นระบุว่าการขัดขวางการเลือกตั้ง ข่มขู่ ทำร้ายร่างกายผู้ประสงค์ลงคะแนน ประณามบุคคลที่ออกไปใช้สิทธิเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริง อ้าว แล้วคนที่ประกาศราดเลย เผาเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง ทั้งที่อาศัยประเทศเป็นที่ทำกินจนใครต่อใครบอกว่าสู้แล้วรวยเล่า ไม่น่าอเนจอนาถมากกว่าหรือ “ทักษิณ” จะรำลึกครบ 8 ปีนั้นพอเข้าใจได้ เพราะน้องถูกบั่นทอนกัดเซาะอำนาจ แต่คนที่เคยทำร้ายบ้านเกิดเมืองนอน แล้วทำให้คนไทยฆ่ากันเอง แต่ตัวเองได้เสวยสุขเป็นรัฐมนตรีมีเงินมีทองนั้น ไม่ควรจะเอ่ยอ้าง แต่ประการใด ควรจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวเหมือนเพื่อนอย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” จะดีกว่านะจ๊ะ ...๐

ทิ้งท้ายเรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.กันบ้าง เพราะล่าสุดเห็นมีการส่งต่อข้อมูลกันจำนวนมากว่า กยศ.มีรายได้จากดอกเบี้ยและค่าปรับถึง 40,000 ล้านบาท ซึ่งก็ทำให้ใครต่อใครพาเหรดด่ารัฐบาลและ กยศ.กันขรมว่าเอาระบบธนาคารมาใช้บริหารกองทุน คิดแต่กำไร-ขาดทุนอย่างเดียว ซึ่งล่าสุด “วันนิวัติ สมบูรณ์” ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ถึงกับโยงไปพันกับการซื้ออาวุธกองทัพทีเดียวว่า ซื้อยังผ่อนได้ ทำไมเงินกู้ผ่อนไม่ได้ พิโธ่! นี่คุณภาพของผู้แทนปวงชนหรือคุณพี่ กยศ.เขาก็ให้ผ่อนจ้า แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เพราะไม่จ่ายนั่นเอง ก็ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่สามารถกู้ยืมต่อได้ เพราะงบประมาณไม่เพียงพอ ดูง่ายๆ ก็เพื่อนสมาชิกด้วยกันหากยังจำได้คือ “รังสิมันต์  โรม” ส.ส.ก้าวไกลเองตอนนั้นก็ยอมรับว่ายังเป็นหนี้ กยศ.อยู่ ซึ่งปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าจ่ายคืนหมดหรือยัง ทั้งที่มีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งในระดับเกินแสนบาท ...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว