
ในขณะที่รัฐบาลถูกสังคมกังขา ในท่าทีเกี่ยวกับข้อพิพาทที่กำลังตึงเครียด บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้ความสัมพันธ์อันซับซ้อนของผู้นำสองประเทศที่ยังคลุมเครือ
แต่หากไปถามคนในพื้นที่ คงไม่ทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ต่างพร้อมส่งสัญญาณสนับสนุน และเรียกร้องให้ “ทหาร” รักษาและปกป้องอธิปไตยแห่งราชอาณาจักร ไม่ให้ใครเข้ามาย่ำยีศักดิ์ศรีคนไทย
สะท้อนผ่าน สส.ชายแดนอย่าง "อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ” สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "ในยามที่บ้านเมืองเผชิญความไม่แน่นอน ผู้นำต้องนิ่งด้วยสติ
และมั่นคงในหลักการ ขอยืนเคียงข้างทหารทุกนาย ที่เสียสละและกล้าหาญยืนปกป้องผืนแผ่นดินไทย และขอส่งแรงใจไปถึงพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดน"
"เสียงของท่าน ผมได้ยิน หัวใจของท่าน ผมเข้าใจ สถานการณ์นี้ไม่ใช่เวลาสำหรับถ้อยคำอันร้อนแรง แต่เป็นเวลาของ 'ความมั่นคงทางจิตใจ' เราปรารถนาสันติ แต่เราจะไม่ยอมให้ศักดิ์ศรีของชาติถูกดูแคลน"
“ในฐานะผู้แทนราษฎร ผมจะทำทุกอย่างภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ กฎหมายระหว่างประเทศ และเกียรติของประเทศไทย เพื่อปกป้องทั้งอธิปไตยและสันติภาพ นี่คือสิ่งที่ผู้นำต้องทำ และผมจะไม่ถอยจากหน้าที่นี้” สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าว
เช่นเดียวกับ “น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย” สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้
ในห้วงเวลาที่เกิดความไม่สงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนไทย ขอส่งพลังใจถึงเหล่าทหารกล้าทุกนาย ที่ยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทย และธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยแห่งราชอาณาจักร เพื่อความสงบสุขของประชาชนทั้งประเทศ"
“สส.แนน บุณย์ธิดา" ระบุด้วยว่า ในฐานะชาวอุบลราชธานีโดยกำเนิด และเติบโตมาในพื้นที่ที่มีพรมแดนติดต่อกับ 2 ประเทศ รู้สึกอุ่นใจเสมอที่ได้เห็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเสียสละของทหารไทย "ขอให้ทุกภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอให้ความสงบสุขหวนคืนสู่บ้านเมืองโดยเร็ว"
หวังว่ากำลังใจแด่ทหารหาญเหล่านี้ จะช่วยให้พวกเขายืนหยัดอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย

