บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด หลัง การประชุม JBC ที่ดูเสียเวลาป่าว เพราะ กัมพูชาจะไปศาลโลกอย่างเดียว สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ขอสอน รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร สักวัน เพราะการประชุม JBC ร่วมกับกัมพูชา คุยโวคำใหญ่โตว่าเป็นการใช้กลไกทวิภาคี โดยไทยมีจุดยืนในการรักษาอธิปไตยอย่างเต็มที่ คนไม่เกี่ยวอย่าพูดมาก รัฐบาลกำลังทำงานคืบหน้า บรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยดี

ยังไม่ทันเริ่มประชุมวันที่สอง กัมพูชาก็เอา 3 ปราสาท กับอีก 1 พื้นที่ ยื่นศาลโลก บอกว่าเป็นของเขา ทั้งๆ ที่อยู่ในเขตพรมแดนไทย พอเลิกประชุมกัมพูชาก็รีบออกแถลงข่าวว่าไทยยอมรับใช้แผนที่หยาบ 1 : 200,000 ที่เขายึดถือและเป็นประเด็นขัดแย้งกับไทยที่ยึดแผนที่ละเอียด 1 : 50,000 มาโดยตลอด

คนไทยรู้ดีว่า หากยึดแผนที่หยาบ ความไม่ชัดเจนเรื่องพรมแดนจะเกิดขึ้น ความขัดแย้งจากการอ้างสิทธิเหนือพรมแดนจะตามมา การไปยอมรับบ่งบอกนัยคือ หนึ่ง การไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ เป็นไส้ศึก เป็นคนไทยใจเขมร หรือสอง กระบือ

ตกดึกกระทรวงการต่างประเทศไทยจึงค่อยมีดอกพิกุลร่วงมาจากปากว่า ไทยไม่ได้ยอมรับแผนที่ 1 : 200,000 ตามที่กัมพูชาแถลง เมื่อประเมินว่าความไม่พอใจของคนไทยที่มีต่อรัฐบาลเริ่มขึ้นสูง และจะสูงสุดในวันนี้

การแถลงข่าวของรัฐบาลไทยในวันนี้ จึงสำคัญต่อการคงอยู่ของรัฐบาลว่าจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนต่อไปหรือไม่

นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องแถลง 1.รัฐบาลต้องยืนยันชัดเจนว่า ในการประชุมไม่มีการยอมรับการใช้แผนที่ 1 : 200,000 ตามที่กัมพูชาแถลง 2.กัมพูชาโกหกในเรื่องนี้ 3.จากการที่กัมพูชายื่นฟ้องต่อศาลโลกก่อนการเจรจาเสร็จสิ้น เป็นการที่ชี้ให้เห็นว่าไม่มีความสนใจจะใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ปัญหา

4.จากการแถลงข่าวผลการประชุมโกหกต่อชาวโลก แสดงถึงความไม่จริงใจในการเจรจาแบบทวิภาคี

5.เมื่อไม่เห็นความสำคัญ และไม่จริงใจในการเจรจาแบบทวิภาคี ไทยขอยกเลิกบันทึกข้อตกลงทุกข้อที่ได้เจรจา และยกเลิกการนัดประชุมทวิภาคีที่จะมีขึ้นครั้งต่อไปในเดือนกันยายน 2568 จนกว่ากัมพูชาจะแสดงท่าทีเห็นความสำคัญและจริงใจในการเจรจา

6.สำหรับพื้นที่ 4 พื้นที่ที่กัมพูชายื่นต่อศาลโลกนั้น ย้ำว่าเราไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก และกองทัพไทยพร้อมจะปกป้องพื้นที่ดังกล่าวหากมีการรุกล้ำเข้ามาแม้แต่นิ้วเดียว

๐ อึดอัดกับกระแสข่าวปล่อยเรื่องปรับ ครม.มานาน ได้ที ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานีและแกนนำพรรคภูมิใจไทย ขอระบายบ้างว่า ประเด็นการปรับ ครม. ตนขอพูดในฐานะผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด เกิดจากสำนักข่าวช่องหนึ่งที่ตนไม่ขอพูดถึงเบื้องหลัง ว่านายทุนพรรคการเมืองหนึ่งไม่ชอบพรรคภูมิใจไทย แต่จะพูดว่ามีการจุดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาโดยไม่มีเค้าโครงอะไร และพูดทุกวันจนมีการไปถามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งนายทักษิณก็ระบุว่าอยากได้ทุกกระทรวง เพราะเคยทำงานพรรคเดียวมาก่อน โดยที่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้คุยเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อมีคนมาถามตน ตนก็ตอบว่าข่าวก็คือข่าว 

  “ผมจะบอกให้ฟังว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาปรับครม. เหมือนตอนนี้หิมะกำลังตก แต่ไปพูดน้ำจะท่วมหรือฝนจะตก ซึ่งผิดฤดูกาล ขณะนี้การประชุมงบประมาณปี 69 ยังไม่จบ ต้องใช้เวลา 105 วัน เพราะฉะนั้น ฤดูการเมืองต้องรอให้งบประมาณผ่านเรียบร้อย ไม่ต้องรีบร้อน เขาจะปรับก็คงปรับแน่ วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องพี่น้องประชาชน น้ำจะท่วมฝนตกหนัก ซึ่งข่าวที่ออกมาทำให้ข้าราชการปล่อยล้อฟรีหมด เหมือนประเทศไทยหยุดนิ่ง เพราะมีการพูดถึงการปรับ ครม.ทุกวัน ทั้งที่เป็นอำนาจนายกฯ ขอถามว่าข่าวแบบนี้ประชาชนได้อะไร และคนที่น่าเห็นใจคือนายกฯ ที่ทำงานก็ปวดหัวอยู่แล้ว กำลังทำงานก็มาเจอแต่เรื่องแบบนี้ จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องปรับ ครม. และพรรคภูมิใจไทยมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี พร้อมทำงานทุกด้าน และไม่ใช่เรื่องที่จะพูดท้าทายกัน ฉะนั้น จะอยู่หรือไปคนตัดสินใจคือนายกฯ” นายชาดากล่าว 

เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าพรรคมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ถ้ามาขอเก้าอี้มหาดไทยคืนโดยไม่มีคำอธิบายที่ฟังได้ก็จะหักใช่หรือไม่ ชาดา กล่าวว่า "ไม่ใช่อย่างนั้น คำที่ตนบอกว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรี ตนพูดให้ทุกคนฟัง ทั้งรัฐบาล ประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนด้วย เพราะไม่อยากให้เอาข่าวมาย่ำยีพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเราถูกกระทำ และนั่งนิ่งมาตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียความรู้สึก แต่เราก็ยอมรับในฐานะพรรคการเมืองที่ต้องรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์".

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .