
งานนี้คงต้องมีใครโกหกอย่างแน่นอน หลัง "อาหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทวนความจำครั้งจัดตั้งรัฐบาล ต้องเป็นไปตามสัญญา "ช็อกมินต์" ที่พรรคสีน้ำเงินไปร่วมเป็นสารตั้งต้น 212 เสียง ก่อนตกลงเก้าอี้รัฐมนตรีกัน จนได้เก้าอี้ มท.1 และสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ยกแขนดันคนเพื่อไทยเป็นนายกฯ ถึงสองคน
ต่างจากคนของพรรคเพื่อไทยที่ออกมาปฏิเสธจนลิ้นพัน ว่าตอนจัดตั้งรัฐบาลไม่มีคุยเรื่องตำแหน่ง หารือแต่เรื่องนโยบายล้วนๆ
โดยเฉพาะ "ลุงอ้วน" ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่าไม่เคยมีใครพูดเรื่องการเป็นรัฐบาลว่าจะยาวหรือจะสั้น แต่ตามความคาดหวังก็อยากทำให้ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือการทำนโยบายร่วม และขอให้ยึดปฏิบัติตามแนวนโยบายร่วม เราจะผลักดันร่วมมือกัน
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มีการตกลงเรื่องตำแหน่งใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่า "ไม่มี ไม่ได้คุยกัน จะไปฟังตรงนั้นไม่ได้"
"ภูมิธรรม" ย้ำแล้วย้ำอีกว่า “ที่มาร่วมรัฐบาลเห็นด้วย พรรคนั้นก็เข้ามา การคุยเพื่อตั้งรัฐบาลไม่ใช่คุยว่าจะให้ตำแหน่งอะไรกับใคร ต้องเข้าใจก่อนว่าเราคุยเรื่องนโยบายที่จะทำงาน ถ้าเห็นด้วยก็มาร่วม ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องมาร่วม ซึ่งจุดนี้ผมเป็นคนดำเนินการคุยเองว่าเรื่องต่างๆ โอเคหรือไม่ เพราะฉะนั้นมาตรการที่คุยแต่ต้น ในการชวนมาทำงาน อยู่ที่ว่าจะมาช่วยทำงานอย่างไร ถ้าเห็นเหมือนกันก็ทำงานร่วมกันได้ แต่ขณะนี้ใครจะเสนออะไรอยู่ที่นายกฯ พิจารณา" เสี่ยอ้วนกล่าว
ล่าสุด กระจอกข่าวถามเรื่องนี้เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.กับ "นายกฯ อิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร ตอนตั้งรัฐบาลมีเงื่อนไขว่า ใครจะได้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรียาวหรือไม่ยาวหรือไม่
"แพทองธาร" ตอบตรงๆ ว่า "เงื่อนไขในตอนตั้งรัฐบาลไม่ได้มีนะคะ ไม่มีเงื่อนไขนี้ พูดคุยแต่เรื่องกระทรวงเฉยๆ"
อ้าว สรุปแล้วคงต้องมีใครโกหกแน่ เพราะ “ลุงอ้วน” บอกว่าไม่คุยเรื่องกระทรวง คุยแต่นโยบาย ส่วน “นายกฯ” บอกไม่ได้คุยเงื่อนไขใครอยู่นาน คุยแต่เรื่องกระทรวง.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผิดพลาดกันได้
หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ
พปชร.เด็กดี
ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง

