
ช่วงนี้ไม่ใช่มีแค่การเมืองที่ร้อนแรง แวดวง “สีกากี” ในโหมดการแต่งตั้ง “นายพล” วาระประจำปี 2568 ก็ร้อนแรงไม่ต่างกัน เพียงแต่ยังไม่ใช่จังหวะเวลาที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาหน้าฉาก เป็นเพียงการเคลื่อนไหวหลังม่าน
รอเวลาเดือด!!!
เพราะตั้งแต่ที่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่ สั่นระฆังส่งสัญญาณเข้าสู่ช่วงเวลาการแต่งตั้ง เมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการนั่งหัวโต๊ะรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์การประเมิน สำหรับพิจารณากลุ่มความรู้ความสามารถ ในการคัดเลือกและแต่งตั้งตำรวจให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น
พร้อมๆ กับการประกาศลำดับอาวุโสตำรวจระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรองจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2568
หลายเก้าอี้ หลายตำแหน่ง ก็ถูกโฟกัส ถูกจับตา แม้แต่เก้าอี้ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้น รอง ผบ.ตร. ยศ พล.ต.อ. และผู้บัญชาการ (ผบช.) ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ยศ พล.ต.ท. ที่ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 กำหนดไว้ชัดเจน การคัดเลือกหรือแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ถึง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้พิจารณาจากบัญชีรายชื่อตามที่ได้จัดเรียงตามลำดับอาวุโส (มาตรา 82 (1)) แบบ 100% ตามตำแหน่งว่าง
ทว่าปีนี้การแต่งตั้งระดับ รอง ผบ.ตร. มีว่าง 2 ตำแหน่ง จาก พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง และ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.เกษียณอายุราชการ ก็ต้องเลื่อน ผู้ช่วย ผบ.ตร.อาวุโสลำดับ 1 และ 2 ขึ้นแบบอัตโนมัติ
พอส่องไปดูที่บัญชีอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. อันดับ 1 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา นรต.50 เกษียณปี 2576 อันดับ 2 พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ เกษียณปี 2569
เช่นเดียวกับระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.มีตำแหน่งว่าง 7 ตำแหน่ง จากผู้เกษียณ 5 ตำแหน่ง และเลื่อนขึ้นทดแทนรอง ผบ.ตร. 2 ตำแหน่งนั้น เมื่อไล่ลำดับบัญชีอาวุโส ผบช. ที่ต้องเลื่อนขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.แบบ 100%
อันดับ 1 พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8, ลำดับ 2 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., ลำดับ 3 พล.ต.ท.นันทวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7, ลำดับ 4 พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผบช.สง.ก.ตร., ลำดับ 5 พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผบช.ส., ลำดับ 6 พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และลำดับ 7 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2
ก็เลยมีเสียงเมาธ์ มีคำถาม ตามกฎตามเกณฑ์ที่วางไว้ ให้พิจารณาโดยคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน การพิจารณาความรู้ความสามารถให้คำนึงถึงประวัติรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน และความประพฤติ
เพราะทั้ง พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ เพิ่งถูกแพทยสภามีมติลงโทษทางจริยธรรม ปมการรักษาตัวชั้น 14 จะมีผลต่อการแต่งตั้งหรือไม่ อย่างไร
กลายเป็นโจทย์ใหญ่ กลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันในแวดวง “สีกากี” ที่ต่างเชื่อว่ารอวันเดือดระอุในเร็วๆ นี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว

