
www.thaipost.net หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ยูทูบ @ThaipostTV เสาร์นี้ 28 มิ.ย. กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ผู้รักชาติรักแผ่นดินทั้งหลาย มีนัดสำคัญที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานที่สำคัญรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ใช้เลือดเนื้อต่อสู้ป้องกันประเทศ รอบนี้แกนนำบอกว่าไม่ใช่ม็อบ แต่เป็นการรวมพลังของประชาชนชาวไทยที่รักประเทศ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนข่มเหงและรังแกได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผู้นำรัฐบาลชุดนี้ ที่มีพฤติกรรมหลายครั้งค้านสายตาคนไทย จนอดคิดสงสัยไม่ได้ว่า “แพทองธาร ชินวัตร” มีหัวใจเป็นเขมร???
ฉะนั้น ใครที่อึดอัดใจก็ไปแสดงพลังให้รัฐบาลตระกูลชินวัตรเห็นเต็มสองลูกกะตา และสำนึกละอาย จนต้องลาออกพ้นเก้าอี้นายกฯ อย่าได้คิดแผนชั่วย่ำยีบ้านเมืองอีก และหากใครที่ยังได้ยินประโยคที่ “อิ๊งค์” กล่าวว่า “ถ้าท่านอยากได้อะไร ให้ท่านบอกมาได้เลย เดี๋ยวจะดูแลจัดการให้” ดังก้องอยู่ในใจ ก็จงออกไปโชว์อำนาจของประชาชนให้นักการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเหนือกว่าประโยชน์ส่วนรวม กลัวจนปัสสาวะราดไปเลย ...๐
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.) พี่ใหญ่ 3 ป. “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาเยือนไทยโพสต์ ให้ความรู้ด้านการทหารและความมั่นคง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ เพราะคลุกคลีมาทั้งชีวิตราชการ แหม่ ก็ต้องบอกว่า อยู่ในสภาพูดไม่เก่ง แต่มาที่ไทยโพสต์ ลุงพูดเก่งมาก บางช่วงบางตอน “หัวหน้าประวิตร” แสดงความคิดเห็นไว้อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน โดยระบุว่า “...ที่ยืนระยะอยู่ได้ เพราะทหารเข้มแข็ง รัฐบาลอ่อนแอ คน 7-8 แสนคนไม่เห็นด้วย ถามว่ารัฐบาลไม่อ่อนแออย่างไร ความไม่เข้าใจ การดูแลความมั่นคงต้องรู้ในหลายมิติ รู้จักคน รู้จักการต่างประเทศที่มีอยู่ การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ถือว่าล้มเหลว ทหารรู้อยู่แล้ว เขาทำงานมาทั้งชีวิต อย่างแม่ทัพภาคที่ 2 ผมก็โทร.คุยกับเขา วันที่ปะทะ ว่าเฮ้ย เสียดินแดนไม่ได้นะ ผมถามว่ามึงพร้อมไหม เขาตอบกลับมาว่าผมพร้อม ลูกน้องผมพร้อมหมดครับ คิดว่าแม่ทัพภาคที่ 2 (พล.ท.บุญสิน พาดกลาง) เป็นฝ่ายตรงข้าม ก็คือคิดผิดแล้ว เพราะเขาเป็นคนของรัฐบาลทั้งนั้น ลูกน้องนายกฯ ทั้งนั้น ทหารเขารู้ว่าทำหน้าที่อะไร ตัวเองนี่ เป็นนายกฯ ไม่รู้หน้าที่...”
รัฐบาลช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ เจอศึกหลายด้านเข้าตีขนาบพร้อมกัน แต่จะโทษใครไม่ได้ เพราะผู้นำเพื่อไทยคนนี้....เอง พูดปากพาจนแล้วไม่พอ ขณะเดียวกัน พ่อนายกฯ ก็เปิดศึกภูมิใจไทย ซึ่งมี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นำพรรค ซึ่งมี สว.อยู่ในมือ โดยผละพรรคสีน้ำเงินออกจากรัฐบาลให้กลายเป็นฝ่ายค้านทันที คราวนี้เจอกลไกตรวจสอบทางสภาโต้กลับ ทั้งการขอสภาผู้แทนราษฎรเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 หรือแม้แต่การร้องไปยัง ป.ป.ช. กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเอาผิดจริยธรรมนายกฯ และความผิดเกี่ยวกับไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แต่จะเรียกว่าเป็นนิติสงครามคงจะพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะงานนี้ “แพทองธาร” มีแผลจริงๆ การแก้ตัวว่าเป็นเทคนิคการพูด มันฟังไม่ขึ้น ที่สำคัญคนไทยไม่ได้กินหญ้าเป็นอาหาร ขืนยังปล่อยให้นั่งบริหารประเทศต่อไป มีหวังส่วนหนึ่งส่วนใดของไทยจะตกเป็นของกัมพูชาแน่แท้ ก็แบบนี้ละน้า...เสียงส่วนใหญ่ของประเทศเลือกเข้ามาเอง ชอบคนเก่งที่ธรรมาภิบาลต่ำ...๐
ปิดท้ายว่าด้วยเรื่อง “กัญชา” อันที่จริงมันก็อยู่ดีๆของมันในบัญชียาเสพติด ก็ดันพิเรนทร์ปลดล็อกให้เป็นเสรี กลายเป็นไทยแลนด์แดนกัญชา ดังกระฉ่อนทั่วโลก แหล่งท่องเที่ยวเปิดร้านกัญชา สูบกันเหม็นหึ่งคละคลุ้ง ทำเอาคนอื่นๆ ปวดหัว บางทีแพ้ถึงขั้นส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ปุ๊นกันไม่เลือกสถานที่ แม้กำหนดห้ามสูบเรี่ยราดแล้ว แต่ก็ไม่มีเจ้าภาพบังคับโทษ จึงทำให้ผู้คนที่ไม่เอาด้วยเดือดร้อน ดังนั้น การจะเอากัญชากลับคืนสู่บัญชียาเสพติด จากใจเลยนะ ยกมือให้สองข้างไปเลย แต่ส่วนเรื่องการเมืองก็มองกันไป เอาคืน-ไม่เอาคืน ตอนจูบปากกันก็เกรงใจน้ำท่วมปาก พอพรรคน้ำเงินไม่อยู่ แล้วเพื่อไทยออกลาย ก็ขอให้ดูไว้ว่า นี่แหละสันดานนักการเมืองไทย เหนือสิ่งอื่นใด ยืนกรานหนักแน่นสนับสนุนกัญชา กลับไปอยู่ในบัญชีเหมือนเดิมเถอะ ได้โปรด ...๐
ปราญช์ศรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

