
ต้องปรบมือดังๆ ให้กับ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จริงๆ เพราะถือเป็น “นายกฯ ไทย” คนแรกและคาดว่าจะเป็นคนเดียวที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วมีอานิสงส์ไปถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ปิดตลาดแดนบวกได้ถึง 2 วันติดๆ กัน โดยวันแรกที่มีข่าวศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9:0 รับคดีคลิปลุงฮุน และมติ 7:2 สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ตลาดหุ้น วันที่ 1 ก.ค. ปิดตลาดที่1,110.01 จุด เพิ่มขึ้น 20.45 จุด หรือ 1.88% มูลค่าการซื้อขาย 41,712.08 ล้านบาท และ วันที่ 2 ก.ค.ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,115.69 จุด เพิ่มขึ้น 5.68 จุด หรือ 0.51% มูลค่าการซื้อขาย 34,950.27 ล้านบาท ...๐
ต้องบอกว่า “นักลงทุน” ได้สะท้อนความรู้สึกต่อ “อุ๊งอิ๊ง” เป็นอย่างดี สอดรับกับที่ “นิด้าโพล” ได้สำรวจคะแนนความนิยมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ “แพทองโพย” และ “เพื่อชิน” คะแนนตกต่ำอย่างมาก ที่สำคัญกรณี “แพทองธาร” ยังลามไปถึงเก้าอี้ รมว.วธ.อีกต่างหาก เพราะ “นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์” อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ไปเข้ายื่นหนังสือต่อ “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อลงดาบสองวินิจฉัยถอดถอน “แพทองธาร” ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ออกจากตำแหน่ง รมว.วธ.แล้ว ...๐
งานนี้ก็เล่นเอา “ชูศักดิ์ ศิรินิล” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถึงกับมึนและตั้งคำถามกลับว่าร้องเรียนได้อย่างไร เพราะยังไม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่เลย แหม! ต้องให้มือกฎหมายรัฐบาลที่มักอ้างเรื่องการตีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ไม่มีบรรทัดฐานที่แน่ชัด แต่ปุถุชนคนทั่วไปกลับรู้ว่า “ซื่อสัตย์สุจริต” เป็นอย่างไรนั้น ไปอ่านเฟซบุ๊กของ “วัส ติงสมิตร” นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้โพสต์ไว้ ที่ระบุว่า “แพทองธาร” ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรมได้ เพราะทำลายความไว้วางใจที่รัฐมนตรีได้รับจากมหาชน ไม่ใช่การดำเนินคดีซ้ำ ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา …๐
นี่ยังไม่นับรวมกรณีการตั้งข้อสังเกตว่า “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมที่จะนำรัฐมนตรีใหม่ 9 รายเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 3 ก.ค.นี้ด้วยว่า จะรวม “แพทองธาร” หรือไม่ เพราะ มีเสียงทักท้วงหลายต่อหลายเสียงว่าอาจระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และอาจซ้ำรอย “เศรษฐา ทวีสิน” ในการเสนอชื่อ “พิชิต ชื่นบาน” เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ อีกระลอกได้ ซึ่งงานนี้ “สุริยะ” ก็อ้างหลังพิงอย่างสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และกฤษฎีกายืนยันว่าทำได้ ไม่อยากบอก “อาของธนาธร” เลยว่า เมื่อยุคพ่อค้าขายบ้านเป็นผู้นำประเทศก็ตกม้าตายด้วยการบอกว่าทำได้แบบนี้นั่นแล ...๐
เอ่ยถึงวันที่ 3 ก.ค.แล้วไม่เอ่ยถึงระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 3 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นวันแรกไม่ได้ เพราะล่าสุดพรรคประชาชนต่างพาเหรดแฉเล่ห์ของพรรคเพื่อไทยออกมาอีกดอกแล้ว นั่นคือ การยังไม่ถอนร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ... หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกไปแต่ประการใด ต่างจากที่ “มนพร เจริญศรี” รมช.คมนาคม ในฐานะที่ปรึกษาวิปรัฐบาลเคยประกาศไว้ และยิ่งดูท่าทีของ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” สส.บัญชีรายชื่อ และ ประธานวิปรัฐบาล ที่ระบุไว้ว่า “จะไปคุยในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งเป็นไปได้หมด และการจะเลื่อนหรือจะถอยอะไรต้องปรึกษาหารือกันในพรรคก่อน” นั้น ก็เรียกว่าแปร่งปร่าอย่างชัดเจนจากที่เคยบอกว่าจะถอยเรื่องดังกล่าวไปอีกระยะ ...๐
งานนี้ต้องบอกว่าเห็นท่วงทำนองที่ “เพื่อไทย” อาจจะ ดันกฎหมายกาสิโนทิ้งทวนเหมือนนิรโทษกรรมสุดซอยก็เป็นได้ แต่ที่แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งคือ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่จะเข้า มท.ในวันศุกร์ที่ 4 ก.ค.นี้ ที่ประกาศไว้แล้วว่า “อะไรที่ยังเคยหย่อนยาน และไม่ปฏิบัติให้มันเข้มแข็ง ก็ต้องคุยกัน และพร้อมที่จะทำ ใครพร้อมก็เดินหน้า ส่วนใครที่ไม่พร้อมก็ต้องมาดูบทบาทว่าควรจะไปอยู่ที่ส่วนไหน” เรียกว่า ส่งสัญญาณชัดเจนในเรื่องของเก้าอี้ในมหาดไทย โดยเฉพาะในเรื่องของผู้ว่าราชการจังหวัดที่อาจมีการสับเปลี่ยนนอกฤดูเกิดขึ้นเสมือนรองรับการเลือกตั้งใหญ่อย่างไรอย่างนั้น ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าว “รมต.โลกสวย” อย่าง “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ที่กล่าวถึงกรณี “นายกฯ อิ๊งค์” ควบเก้าอี้ วธ. แทนเจ้าตัวที่ระบุว่าอาจต้องการการขับเคลื่อนอย่างไร อ้าว อย่างนี้ก็หมายความว่าที่ผ่านมา “สุดาวรรณ” ทำงานมา 1 ปี 2 เดือน 3 วันนั้นไม่ได้เรื่องได้ราว จนนายกฯ ต้องมาคุมเองแทน รมต.ปุ๋งหรือจ๊ะ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

