บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เฉลยออกมาแล้ว หลังพยายามเก็บงำตั้งแต่การประชุม ครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 3 ก.ค. หลัง ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า อำนาจรักษาราชการแทนนายกฯ ยุบสภาไม่ได้ สวนทางกับความเห็นของ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ที่บอกว่ายุบสภาได้ 

ประเด็นการรักษาการแทนนายกฯ ยุบสภา ขณะที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถือมีความสำคัญอย่างมากสำหรับพรรคเพื่อไทย เพราะสามารถไว้ต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังขี่คออยู่ และไม่พร้อมเลือกตั้ง อีกทั้งยังสามารถชิงความได้เปรียบ เพราะจะมีการรักษาการอย่างน้อย 6 เดือน จนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง 

ขณะที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Alex Pakorn” ว่า อธิบายซ้ำ : ผมอธิบายว่า ตามประเพณีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยของบ้านเรา การเสนอแต่งตั้ง รมต. และการยุบสภา เป็นอำนาจเฉพาะตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี หรือ (นรม.) เท่านั้น เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศที่ปกครองในระบอบรัฐสภาแบบ Westminster เป็นไปตาม "หลักความไว้วางใจ"

ประเทศไทยจะเห็นได้ชัดในประกาศแต่งตั้ง นรม. ซึ่งมีความสรุปว่า ประธานสภาฯ .... กราบบังคมทูลว่าสภาลงมติไว้วางใจให้ นาย/นางสาว ... เป็นนายกรัฐมนตรี 

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น นรม. ส่วนกรณีประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ก็ชัดเจนว่า บัดนี้นาย/นางสาว ... นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลดังต่อไปนี้เป็นรัฐมนตรี

จะเห็นได้ชัดว่าเป็นความไว้วางใจมาเป็นทอดๆ และพระมหากษัตริย์ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นรม.ตามที่สภาเสนอและประธานสภาฯ นำความกราบบังคมทูล หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รมต. ตามที่ นรม.กราบบังคมทูลว่าสมควรไว้วางใจ

โดยนัยนี้เอง รนม.รักษาราชการแทน นรม. จึงไม่มีอำนาจเสนอแต่งตั้ง รมต. หรือเสนอให้ รมต.พ้นจากตำแหน่ง เพราะรักษาราชการแทนนายกฯ หรือ (รนม.) รักษาราชการแทน นรม.นั้น เป็นเพียง รมต. คนหนึ่งซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก นรม. เฉกเช่นเดียวกับ รมต.คนอื่น ไม่ได้รับความไว้วางใจจากสภาให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร จึงจะแต่งตั้งหรือปลด รมต.คนอื่นๆ มิได้

หรือยิ่งไปกว่านั้นคือ รนม. รักษาราชการแทน นรม. จะเสนอให้ยุบสภาถ้ายังมีผู้ดำรงตำแหน่ง นรม.อยู่ ยิ่งไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้ได้รับความไว้วางใจจากสภาให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร หากเป็นเพียงผู้ซึ่ง นรม.ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ว่าเป็นผู้สมควรไว้วางใจให้แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น การยุบสภาจึงเป็นอำนาจเฉพาะของ นรม.เท่านั้น

กล่าวได้ว่า การกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รมต.ก็ดี หรือถวายคำแนะนำให้ยุบสภาก็ดี เป็นเรื่องของ นรม. ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากสภาให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารโดยแท้             

ถ้า นรม.พ้นจากตำแหน่ง รนม. รักษาราชการแทน นรม. จะมีอำนาจเช่นนั้นหรือไม่ ต้องทราบว่าถ้า นรม.พ้นจากตำแหน่งไปไม่ว่าด้วยเหตุใด ผลคือ ครม.จะพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และ รธน.บัญญัติรองรับไว้ว่า เมื่อ ครม.พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ให้ดำเนินการเพื่อให้มี ครม.ขึ้นใหม่ implication จึงชัดเจนว่าสภาต้องดำเนินการเพื่อให้มีการเลือก ครม.ใหม่ขึ้น 

ดังนั้น จึงต้องมีสภาอยู่เพื่อดำเนินการดังกล่าว เป็นบทบังคับที่ต้องดำเนินการ สภาจึงไม่อาจถูกยุบได้ในห้วงเวลานี้ และถึงอยากจะทำ ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีความชอบธรรมที่จะทำดังกล่าวมาข้างต้น

ถ้า นรม.เกิดป่วยจนปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้โดยสิ้นเชิง รนม. รักษาราชการแทน นรม. จะกราบ บังคมทูลเพื่อยุบสภาได้ไหม ต้องบอกว่าในระบบความไว้วางใจนั้น ถ้าผู้ซึ่งสภาให้ความไว้วางใจปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้โดยสิ้นเชิง 

สภาก็ต้องเรียกประชุมกันเพื่อถอดถอนความไว้วางใจสำหรับท่านเดิม แล้วพิจารณาลงมติกันว่าสมควรไว้วางใจผู้ใดขึ้นแทน เป็นกระบวนการของสภาที่จะต้องปรึกษาหารือตกลงกัน ไม่ใช่กิจของผู้รักษาราชการแทน.

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน