
ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net เหนือ "ทักษิณ" ยังมีฮุน เซน! ชาวโลกรู้กันดีอิทธิฤทธิ์หน้าเหลี่ยมไม่เป็นสองรองใคร เพทุบายสารพัดจนระบอบทักษิณคืนชีพ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด จนต้องเอ่ยปากถึงขั้นช็อก ลูกอิ๊งค์เจอเล่ห์พระยาละแวกเล่นงานซะงอม ขอโทษขอโพยคนไทยพลาดคบคนแบบนี้ ประกาศจบสัมพันธ์กว่า 30 ปี โถ ถ้าไม่ใช่คนประเภทเดียวกันจะแนบแน่นกันมานานนับสิบปีเชียวหรือ "การคุยกับฮุน เซน ไม่ใช่ผู้นำคุยกับผู้นำ แต่เป็นการพูดคุยในฐานะคนคุ้นเคย แต่หวังว่าจะทำให้เขาใจอ่อนเพื่อจะได้ช่วยกัน
ซึ่งนักธุรกิจเวลาเจอมีสองมุมคือ การประนีประนอม และเจรจาแบบรุนแรง ซึ่งเราใช้การประนีประนอม เพราะเรารู้จักกัน ไปมาหาสู่กัน เรียกเป็นอังเคิล เป็นบราเดอร์กันอยู่ ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ต้องขอโทษพี่น้องว่าเป็นความผิดพลาดที่คบคนแบบนี้" เพิ่งออกโรงเจื้อยแจ้วครั้งแรก ทั้งที่คลิปเสียงปล่อยมาตั้งแต่ 18 มิ.ย. ปาไปเกือบเดือน ผิดวิสัยเจ้าของตำแหน่ง สทร. ปกติชอบ ส. พูดทุกเรื่อง ยังคงเป็นปริศนาที่ยังคาใจคนไทย ถึงต้นสายปลายเหตุ ฤาปัญหาส่วนตัวลามเป็นปัญหาของชาติ
๐ นอกจากเคลียร์ปมฉาวป้องลูกบริสุทธิ์ ยังตอบทุกเรื่อง จบจากเวทีก็ยังให้สัมภาษณ์เป็นฉากๆ ปากบอกเป็นคนนอก แต่พูดเองเสร็จสรรพ ทิศทางรัฐบาลต่อจากนี้ หากอิ๊งค์ไม่รอด เตรียมดัน "ชัยเกษม นิติสิริ" นอมินีในบัญชีคนสุดท้ายนั่งนายกฯ คนที่ 32 เตรียมทำคลอด "ครม.ชัยเกษม 1" แต่ถ้าฝืนไม่ไหวถึงจะยุบสภา ฟังแล้วขำไม่ออก โชว์วิชันผ่าทางตันประเทศไทย ช่างไม่รู้ตัวเลยหรือว่าใครกันที่ไปขวางความเจริญของประเทศ ถ้าอยากตอบแทนคุณแผ่นดิน ง่ายนิดเดียว กลับไปเลี้ยงหลานจริงๆ และเอาคนตระกูลชินวัตรพ้นจากการเมืองไทย เลิกใช้จันทร์ส่องหล้าบดบังตึกไทยคู่ฟ้าเสียที
๐ ในขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าวินิจฉัยหลังรับคำร้องของ 36 สว. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่า "แพทองธาร ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี กระทำฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ทางฝั่งตำรวจไซเบอร์เองก็เร่งเต็มสูบไม่แพ้กัน หลังรับงานรัฐบาลปมคลิปเสียง เอาผิด "ฮุน เซน" สรุปสำนวนคดีเรียบร้อยส่งอัยการสูงสุดวันจันทร์ที่ 14 ก.ค. ฐานกระทำการอันเป็นภัยต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รอ อสส.ไฟเขียวเตรียมออกหมายจับประสานตำรวจสากลออกหมายแดงทันที แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าเป็นเรื่องสมคบคิด ต้องรวบทั้งคู่ ทำให้นึกถึงคำเตือนของ "ทนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" เคยโพสต์ไว้ก่อนหน้านี้ "ระวังนายกฯ อิ๊งค์จะเสียค่าโง่" พร้อมยกตัวอย่าง 3 ประโยค ที่หมิ่นเหม่ต่อความมั่นคงของรัฐ 1.อยู่คนละฝ่ายกับแม่ทัพภาคที่ 2 มีอะไรให้คุณลุงฮุนบอกอิ๊งค์ อิ๊งค์จะจัดการให้ 3.คนไทยเขาจะให้อิ๊งค์ไปเป็นนายกฯ กัมพูชาแล้ว
๐ ความคืบหน้าหลังการไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีป่วยทิพย์ชั้น 14 ทักษิณ ชินวัตร นัดที่สามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จากนี้เหลืออีกไม่กี่นัดการไต่สวนจะเสร็จสิ้นลง เรียกได้ว่าคดีใกล้งวด แต่ที่น่าสนใจและอาจมีผลต่อทิศทางการวินิจฉัยขององค์คณะฯ คือ การที่ศาลฎีกาฯ ขอเอกสารจากแพทยสภา กรณีมติที่ประชุมแพทยสภาลงโทษแพทย์ 3 คนที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัวและรักษานายทักษิณ ที่ รพ.ตำรวจ และไฮไลต์สำคัญ องค์คณะฯ ไม่ได้แค่ขอดูเอกสาร แต่ขอฟังคำเบิกความของตัวแทนจากแพทยสภา กลางห้องพิจารณาคดี ล่าสุดองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ ได้ส่งหมายเรียกให้แพทยสภา ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคอาการเจ็บป่วยของนายทักษิณ ซึ่งเป็นเหตุให้ส่งตัวจากเรือนจำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ มาให้ปากคำต่อศาล ในวันที่ 25 ก.ค.นี้ มีรายงานว่า แพทยสภาได้ประสานงานกับศาลฎีกาฯ เรียบร้อยแล้ว โดยตัวแทนของแพทยสภาจะไปให้ถ้อยคำกลางห้องพิจารณาคดี ประกอบด้วย "ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา" อุปนายกแพทยสภาและอดีตคณบดีแพทย์ศาสตร์ศิริราช "พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ" เลขาธิการแพทยสภา รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่น่าจะเป็นอนุกรรมการสอบสวนจริยธรรม ที่สอบแพทย์ 3 คนและมีการลงโทษไปรวมทั้งสิ้น 6 คน ที่จะเป็นตัวแทนแพทยสภา ไปเบิกความต่อศาลฎีกาฯ ซึ่งน่าจะมีผลต่อทิศทางการไต่สวนคดีดังกล่าวมากพอสมควร เพราะถือว่าเป็นพยานที่มีน้ำหนัก มีความน่าเชื่อถือสูง และไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือมีปัญหาขัดแย้งกับนายทักษิณ เชื่อว่าฝ่ายทักษิณและทีมทนายความคงหนักใจพอสมควร กับการขึ้นเบิกความของตัวแทนแพทยสภา ต้องจับตาดูว่าทีมทนายความจะหาทางรับมือเรื่องนี้อย่างไร?.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

