บันทึกหน้า 4

ไม่รู้จะขำดีหรือไม่กับพฤติกรรมของ “แพทองโพย” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เพราะนับเนื่องตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นมา ดูเหมือน “อุ๊งอิ๊ง” จะเล่นบทเป็นเตมีย์ใบ้ โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อเลย ได้แต่ยิ้มถ่ายเดียว สงสัยจะลืมไปว่ายังมีหัวโขนอีกใบเป็น “รมว.วัฒนธรรม” ด้วย ซึ่งสามารถตอบในฐานะ รมว.วธ.และรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลก็ได้ ...๐

ที่ขำหนักคือ การไม่ตอบเพราะ กลัวถูกครหาว่ายังปฏิบัติหน้าที่นายกฯ แต่การเข้าไปบ้านพิษณุโลกหารือเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ที่ผ่านมานั้น มันเป็นเรื่องปกติของ รมว.วธ.หรืออย่างไร หรือแม้แต่การลงไปเยี่ยมทหารที่ถูกกับระเบิดโดยอ้างว่าคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ และล่าสุดการ ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง “X” มาพูดถึงสถานการณ์น้ำท่วมจากพายุวิภานั้น มันหน้าที่ของรัฐมนตรีวัฒนธรรมตรงไหนมิทราบจ๊ะ ...๐

พูดถึงอุ๊งอิ๊งแล้วไม่เอ่ยถึง “ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์” หรือครูธัญ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนไม่ได้ เพราะได้ลุกขึ้นปรึกษาหารือในสภาจากกรณีครบ 180 วันสมรสเท่าเทียม แต่ได้ท้วงติงว่ายังมีกฎหมายจำนวนมากที่ยังไม่ได้แก้ไขหรือยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด โดย รัฐมนตรีหลายคนที่ขยันไปเดินงานไพรด์ ออกกล้องถ่ายรูปยิ้มแย้มแจ่มใสช่วยเร่งแก้ไขด้วย แหม! งานนี้ก็คงต้องหมายถึง “นายกฯ อิ๊งค์” นั่นแล เพราะโผล่งานไพรด์อยู่ทุกครั้งครา ...๐

หันมาดูเรื่อง “ฮอตออฟเดอะทาวน์” ที่มาแทนที่ “สีกากอล์ฟ” กันบ้าง นั่นคือ คำตัดสินศาลทหารสูงสุดให้จำคุก 4 เดือน 16 วัน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 15,000 บาท ในคดีที่ “ภคพงศ์ ตัญกาญจน์” หรือน้องเมย อดีตนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากถูกธำรงวินัย โดยรุ่นพี่ทหาร 2 นาย ภายในโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งไม่ว่าใครต่อใครที่เห็นคำตัดสินดังกล่าวก็ต้องบอกว่าควันออกหูกันทั้งนั้น โดยเฉพาะค่ายส้มอย่าง “พรรคประชาชน” จึงไม่แปลกที่ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน จะออกแคมเปญ “ลากทหารขึ้นศาลพลเรือน” ซึ่งนอกจากบรรดาส้มทั้งหลายชูมือเชียร์กันท่วมท้นแล้ว คนส่วนมากก็หนุนด้วย ...๐

ต้องเรียกว่า “กองทัพ” ที่กำลังได้รับดอกไม้จำนวนมากจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ดีๆ ก็มาได้ก้อนหินแทน ที่สำคัญก้อนหินมาจากทุกฝักฝ่ายเสียด้วย ในขณะเดียวกันก็ ต้องยกนิ้วให้ “พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่รู้จักพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะบอกว่าอยากไปพบพ่อและแม่ของน้องเมยเป็นการส่วนตัวเพื่อพูดคุยให้เข้าใจในการปฏิบัติของตำรวจ และ อีกด้านหนึ่งก็ให้จเรตำรวจแห่งชาติไปพิจารณาเรื่องทางวินัย แม้ขณะเกิดเหตุคู่กรณียังไม่ใช่ตำรวจก็ตาม รวมถึงกรณีแพทย์ผู้ชันสูตรรายแรก งานนี้ต้องปรบมือให้ “บิ๊กต่าย” เพราะก้อนหินแทบไม่มาที่ตำรวจเลย ...๐

หันมาการเมืองว่าด้วย “ดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล” กันบ้าง เพราะ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนักโทษเด็ดขาดชายที่ได้รับพระราชอภัยโทษจากคดีทุจริตจากคดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์, หวยบนดิน และแก้สัมปทานเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ปก็มาร่วมด้วย เรียกว่าไม่ต้องปิดหน้าหรือเหนียมอายกันแล้ว โดยบรรดาลูกหาบต่างก็บอกว่าไม่ใช่การครอบงำแต่ประการใด แต่เชื่อไหมหากไปจัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นชาวบ้านทั่วไปเกินค่อนประเทศก็บอกว่าครอบงำชัดเจน ...๐

เมื่อพูดถึงพ่อก็ต้องวกกลับมาถึงลูกอีกระลอก เพราะล่าสุด “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ออกมาบอกว่า “อุ๊งอิ๊ง” มั่นใจว่าจะกลับมาแน่นอนๆ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด เป็นการสนทนาในฐานะลุงหลาน แหม! ทีอย่างนี้บอกว่าการสนทนาไม่เป็นทางการในฐานะลุงหลาน แล้วทำไม “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เลขาธิการนายกฯ ถึงบอกว่าจะมีการยื่นขอขยายเวลาในการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งเล่า ในเมื่อพาเหรดยืนยันว่าเป็นการสนทนาไม่เป็นทางการบ้าง มีความจริงใจบ้าง เป็นเจตนาบริสุทธิ์บ้าง แต่กลับจะขอขยายเวลาชี้แจงจากที่ได้ถึง 31 ก.ค.นี้ไปอีก มันไม่แปลกหรือจ๊ะตัวเอง ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าว ว่าที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่อย่าง “วิทัย รัตนากร” กันบ้าง เพราะเรียกว่าได้รับเสียงหนุนมากกว่า “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” อดีตว่าที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติว่าวไกลโข แม้ว่าตลาดหุ้นจะดิ่งเหวติดลบ เมื่อทราบชื่อก็ตามที แต่อย่างน้อยทั้งอดีตขุนคลังอย่าง “กรณ์ จาติกวณิช” หรือฝ่ายค้านอย่าง “ศิริกัญญา ตันสกุล” ต่างก็ยกมือเชียร์ ซึ่งต่างก็เห็นตรงกันว่า “วิทัย” จะเข้ามาแก้ไขในเรื่องการลดดอกเบี้ยและส่วนต่างดอกเบี้ยได้ งานนี้ก็คงต้องรอดูว่าจะสมราคาคุยกันหรือไม่ ...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .