บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net หมาลอบกัด! "การกระทําอันเลวร้าย และไร้เกียรติ เยี่ยงสุนัขลอบกัดของกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ทั้งๆ ที่กัมพูชา เป็นรัฐภาคีหนึ่งในอนุสัญญานี้ และการระดมยิงอาวุธชนิดต่างๆ เข้ามาในพื้นที่ชุมชนของไทย เป็นการกระทําที่ป่าเถื่อนรุนแรง โดยไม่สนใจที่จะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้าน และไม่ไยดีต่ออันตราย ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายแดน ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า กัมพูชาจงใจทําร้ายประเทศไทยและประชาชนคนไทย โดยมีการวางแผนเตรียมการไว้ล่วงหน้า ด้วยความมุ่งร้ายต่อประเทศไทย" คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย "พลเอกสวัสดิ์ ทัศนา" ประธาน กมธ.

แถลงการณ์ประณามการกระทําไร้ยางอายของกัมพูชา ในที่สุดมาถึงจุดที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น คือความสูญเสียของพี่น้องคนไทย ที่ผ่านมาไทยยึดแนวปฏิบัติอดทนอดกลั้น ยึดเจรจาสันติวิธีในการแก้ปัญหาข้อพิพาทมาตลอด ขณะที่อีกฝ่ายใช้วิธีพยายามยั่วยุปลุกปั่นปล่อยเฟกนิวส์ต่างๆ นานา กระทั่งใช้วิธีสกปรกวางกับระเบิด จนทหารไทยบาดเจ็บหลายราย หนำซ้ำยังหน้าหนาโกหกชาวโลกว่าไทยยิงก่อน ชั่วร้ายไร้มนุษยธรรมโจมตีไม่เลือกขนาดโรงพยาบาลยังไม่เว้น ในเมื่อเราปฏิบัติแบบอารยประเทศ แต่เขมรใช้วิถีอันธพาล ยากที่จะจบลงด้วยดี ขอเป็นหนึ่งกำลังใจส่งถึงเหล่าทหารหาญ ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพและสรรพกำลังของกองทัพ "ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด"

๐ เป็นอีกเรื่องที่พรรคเพื่อไทยหมายมั่นปั้นมือ เดินหน้าเต็มสูบ ยิ่งในภาวะสถานการณ์รัฐบาลง่อนแง่น หวังใช้หาเสียงเอาใจคนเสื้อแดง โดยทันทีที่สภาไฟเขียว 3 ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา พท.ตีปี๊บทันควัน จะช่วยปลดบ่วงพันธนาการอย่างน้อย 3,254 ชีวิต ครอบคลุมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 2548-2565 โดยกลุ่ม นปช. เสื้อแดง ได้อานิสงส์ 1,150 คน ม็อบราษฎร 1,683 คน พันธมิตร 200 คน กปปส. 221 คน จึงไม่แปลกใจ กับผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข นัดแรก ที่ประชุมมีมติเลือก "เต้น" ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกฯ นั่งแท่นประธาน กมธ. "นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ "เด็จพี่" พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษก คนพรรคเดียวกัน ออกมาเรียกร้องให้ "เต้น" อดีตเลขาธิการ นปช. กับหมอเชิดชัย อดีตแกนนำเสื้อแดงอีสาน ถอนตัวจาก กมธ. เพราะเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน ในฐานะมีส่วนได้ส่วนเสียกับกฎหมายดังกล่าว ก็เป็นเหตุผลที่น่าฟัง แต่เด็จพี่ลืมไปหรือเปล่าว่า ความถูกต้องเหมาะสมเป็นเรื่องรองของพรรคเพื่อแม้ว ความถูกใจ (นายใหญ่) และผลประโยชน์นี่สิประเด็นหลัก มิน่าช่วงหลังนายไม่ค่อยได้ใช้บริการเด็จพี่เลย

๐ ปล่อยให้ 2 พรรคร่วมรัฐบาล รวมไทยสร้างชาติกับกล้าธรรม แย่งกันตั้งนาน หลัง "ภราดร ปริศนานันทกุล" ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ตามมติถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ขนาดภายในพรรค รทสช. ที่แตกเป็น 2 เสี่ยง ยังชิงกันเอง "กลุ่ม 18” เตรียมดัน “ธนกร วังบุญคงชนะ" รองหัวหน้าพรรคและ สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนฝั่งหัวหน้าพีระพันธุ์ จ่อส่ง "อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์" สส.ราชบุรี เข้าประกวด ขณะที่กล้าธรรม ผู้กองธรรมนัส วางตัว "สะถิระ เผือกประพันธุ์" สส.ชลบุรี สุดท้ายเพื่อไทยประกาศเก้าอี้ข้าใครอย่าแตะ ที่แท้หวงไว้แก้ปัญหาพรรคตัวเอง แบ่งชามข้าวให้ สส.อีสานเพื่อไทย ปลอบใจหลังอกหักจากเก้าอี้รัฐมนตรี ใน ครม.อิ๊งค์ 2 งานนี้ "ฉลาด ขามช่วง" สส.ร้อยเอ็ด ได้ตำแหน่งสมใจ เจ้าตัวถึงกับให้คำมั่นกลางสภา "จะวางตัวเป็นกลางทางการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสภา รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน" พูดคำไหนคำนั้นนะ อย่าลืมว่ารองประธานคนเก่าทำมาตรฐานไว้ดี ก็อย่าให้ด้อยกว่าเขาละกัน.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน