บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด คนไทยรอผลการเจรจาระหว่างทีมไทยแลนด์ นำโดย ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี กับ ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา เพื่อเจรจายุติการสู้รบ โดยมีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนเป็นคนกลาง ร่วมกับผู้สังเกตการณ์จากจีนและสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 28 ก.ค. โดย “ภูมิธรรม” เน้นย้ำคือ จะต้องหยุดยิง สงครามและความสูญเสีย และคำนึงถึงอธิปไตยเป็นสำคัญ ส่วนการตกลงอะไรระยะยาวที่มีผลผูกพัน จะนำมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาไทยก่อน  

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่อยากฝากทีมเจรจาของไทย ไม่ให้เสียเปรียบ เนื่องจาก “ไทยถือไพ่เหนือกัมพูชา” กูรูทางการเมืองอย่าง เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอว่า การไปเจรจาดังกล่าวขอให้ตระหนักถึงการได้เปรียบของประเทศไทยในสถานการณ์สู้รบครั้งนี้ คือ

1.จุดเริ่มต้นของปัญหาความขัดแย้งและการสู้กัน มาจากกองทัพกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดประเด็น และใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธยิงมาก่อน

2.กระแสจากประชาคมโลกเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า กองทัพกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงไปในพื้นที่ฝ่ายพลเรือน ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล โรงเรียน บ้านเรือนของประชาชน ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไปจำนวนหนึ่ง 

3.การชี้แจงข้อเท็จจริงและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น การทำหน้าที่ของทูตไทยประจำยูเอ็น ได้แถลงและชี้แจงข้อมูลได้ชัดเจนกว่าของประเทศกัมพูชา

4.ความน่าเชื่อถือหรือเครดิตของผู้นำกัมพูชา คือสมเด็จฮุน เซน ขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้นำในประชาคมโลก

5.ศักยภาพของกองทัพและกองกำลังพลของประเทศไทยมีเหนือกว่ากัมพูชาหลายเท่า ถือว่ามีการได้เปรียบทางกองกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์

6.ในการสู้รบที่เกิดขึ้น กองทัพของกัมพูชามีความสูญเสียทางด้านกำลังพลและกองทัพเสียหายมากกว่ากองทัพไทย

7.ความเสียหายทางระบบเศรษฐกิจของประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในกัมพูชาได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก 

๐ อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายนิติบัญญัติก็อาศัยกลไกของตัวเอง ร่วมเสนอแนะหาทางออกจากปัญหานี้ และในอนาคต โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนฯ ที่มี น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ประธาน กมธ. นัดประชุม 31 ก.ค. เพื่อพิจารณาศึกษาสถานการณ์ความรุนแรงและความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล อาทิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ผู้อำนวยการกองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ขณะที่คณะ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนฯ ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. นัดพิจารณาวันที่ 31 ก.ค. กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลไกการพูดคุยเจบีซี โดยเรียกบุคคลแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็น อาทิ ภูมิธรรม, รมว.การต่างประเทศ, รมช.กลาโหม ฯลฯ

สำหรับวุฒิสภา ในการประชุมวันที่ 29 ก.ค. โดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา จะขอเสนอญัตติให้วุฒิสภาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 

วุฒิสภาในฐานะองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีบทบาทในการตรวจสอบ เสนอแนะและให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล ได้ร่วมกันแสดงความห่วงใย ส่งขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และเสนอแนะแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหา เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต หลังจากนั้นจะมีมติส่งข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป.

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .