ชินวัตรไม่ช้ำ?

การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา นำมาซึ่งความสูญเสียมากมาย ทั้งชีวิตพลเรือนและทหาร รวมถึงทรัพย์สิน โดยอีกหนึ่งที่ถือเป็นปัจจัยโจมตีทางการเมืองและควรต้องรับผิดชอบก็คือ ตระกูลชินวัตร หลังถูกมองว่าเป็นต้นตอของการชักศึกเข้าบ้าน ทั้งในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของสองตระกูล รวมถึงคลิปอังเคิล ที่ทำให้ไม่มีความชัดเจนของผู้นำไทยที่มีต่อผู้นำกัมพูชา จนชาวบ้านอดคิดไม่ได้ 

แม้ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกฯ จะบอกว่า “ชินวัตรไม่ช้ำ” เพราะทำเพื่อประเทศ แต่ถูกใส่ความบิดเบือนทางการเมือง 

ส่วนจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ต้องดูหลังจากนี้ว่าจะช้ำหรือไม่ช้ำ หรือตายทางการเมืองไปแล้วด้วยผลโพลต่างๆ หลังจากนี้จะออกมา รวมถึงผลการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษที่ถูกเลื่อนออกไป จะชี้วัดได้ชัดเจนว่าสุดท้ายนักการเมืองบ้านใหญ่จะย้ายค่ายจากบ้านแดงหรือไม่  

แต่ที่เห็นชัดก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น “ทักษิณ ชินวัตร” ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี กลับถูกชาวบ้านตั้งคำถาม “เป็นเพื่อนฮุน เซน ทำไมยิงคนไทย” แถมตบท้ายด้วย สส.อุบลราชธานี ชวนผู้อพยพร้องเพลงอวยพรวันเกิด จนทำให้ถูกต่อต้านจากชาวโซเชียลว่าไม่รู้จักกาลเทศะ  

แม้กระทั่ง “นายกฯ อิ๊งค์” ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ในวันที่ 27 ก.ค. ก็ถูกชาวบ้านต่อว่า ว่ารู้สึกเจ็บปวดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และคำพูดของนายกฯ เช่นเดียวกับการโพสต์เผยพิกัดศูนย์อพยพ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องวุฒิภาวะ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเกี่ยวกับความปลอดภัยของทหารและประชาชน ทั้งที่ก่อนหน้า โฆษกรัฐบาลก็ออกข่าวเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้

รวมถึงแม้จะขึ้นเหนือจังหวัดน่านไปช่วยน้ำท่วม “นายกฯ อิ๊งค์” ก็ไม่แคล้วถูกแม่ค้าขายลอตเตอรี่บุกเข้าไปต่อว่าอย่างดุเดือด

ฉะนั้น “ชินวัตร” จะช้ำหรือไม่ คนในตระกูลพูดคงไม่มีใครเชื่อ นอกจากต้องรอการพิสูจน์จากปรากฏการณ์ต่างๆ ข้างต้น  แต่ที่แน่ๆ สองพ่อลูกตระกูลชินควรจะอยู่เฉยๆ ไม่ก่อความเสียหายเพิ่มมากไปกว่านี้. 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เชียร์บอลทีมโปรด”

ช่วงนี้ยังอยู่ในเทศกาลบอลโลก ที่ใกล้จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเต็มทีแล้ว ซึ่งตอนนี้แต่ละประเทศที่ได้เข้ารอบนั้นก็เป็นตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งศักยภาพในตัวนักบอล หรือในการแข่งขันที่ดุเดือด ก็มีมุมมิตรภาพออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

เชื่อภรรยาเจริญทุกคน

เปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ที่จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

‘ขุนพล’ ไม่สนองงาน

พรรคเพื่อไทยอยู่ในช่วงฟื้นความนิยมทางการเมืองด้วยการปรับทัพชู อ.เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นั่งแท่นแม่ทัพ

'พี่แต๋มอยู่นี่'

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าประจำทำเนียบรัฐบาล หลังผลโพลระบุชัดว่าคะแนนนิยมผู้นำค่ายสีน้ำเงินกำลังดิ่งลง งานนี้นายกรัฐมนตรีออกโรงกระตุกต่อมทำงานของบรรดารัฐมนตรีที่เงียบหายจนได้ฉายารัฐมนตรีโลกลืม โดยบอกว่าหากปล่อยให้โลกลืม จะเผลอลืมท่านรัฐมนตรีบ้าง

รัฐมนตรีโลกลืม

สะพัดทั่วทำเนียบรัฐบาล เมื่อ นายกฯ หนู "อนุทิน ชาญวีรกูล" ออกมาเปิดอกน้อมรับผลโพลสำรวจคะแนนนิยมของรัฐบาล ที่ระยะหลังเริ่มส่งสัญญาณดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด จึงต้องเริ่มสแกนกรรมออกมาตรงจุดว่าเป็นเพราะ “ปัญหาด้านการสื่อสาร”

'ลดทันที'

ควันหลงอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ช่วงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่า สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างเตรียมข้อมูลที่จะอภิปรายในเรื่องที่ตนเองสนใจ