
ดูเหมือน “ข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไข” ที่ประเทศไทยและกัมพูชาเจรจาตกลงกันที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม คงเป็นเพียงลมปากเปล่า แม้จะมีสักขีพยานเป็น “อันวาร์ อิบราฮิม” ผู้นำมาเลเซีย รวมทั้งทูตจากพี่ใหญ่มะกันและมังกรจีนร่วมด้วย รวมถึงข้อตกลงของแม่ทัพของทั้งสองฝ่ายที่ได้ตกลงกันอีกรอบเมื่อวันที่ 29 ก.ค. เพราะ “เขมร” ยังคงละเมิดข้อตกลงดังกล่าวอย่างต่อเนื่องแบบไม่แคร์ใคร ที่สำคัญยังกลับดำเป็นขาวว่าไทยเป็นผู้ก่อเหตุอีกต่างหาก ...๐
เราได้ยินชื่อ “นักบิดเบือน” อย่าง “พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา” โฆษกกระทรวงกลาโหม และพ่วงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐมนตรี กห. มาอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดก็ประธานสภาผู้แทนราษฎรกัมพูชาอีกรายที่เป็น “นักบิด” ใหม่ โดยไปกล่าวหาไทยในการประชุมระดับสูงของสหภาพรัฐสภา ณ นครเจนีวา เล่นเอา “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องออกมากล่าวถ้อยแถลงตอบโต้และขอประณามเรื่องดังกล่าว ...๐
ในขณะที่รัฐบาลไทย โดยเฉพาะ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย และสวมหัวโขนรักษาการนายกฯ กลับยังเดินต้วมเตี้ยมยิ่งกว่าเรือเกลือในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องฟ้องการกระทำอันเป็นอาชญากรรมสงครามที่เคยออกแถลงการณ์ไว้ หรือแม้แต่การประณามการกระทำของ “เขมร” ต่อนานาชาติ โดย “บิ๊กอ้วน” บอกว่าอยู่ในช่วงเก็บหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ ส่วนเรื่อง “กัมพูชา” นำทูต, ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร และคณะบุคคลอื่นๆ จาก 13 ประเทศ รวมถึงสื่อต่างชาติลงพื้นที่ตรวจความเสียหายจากการสู้รบกับไทยที่จังหวัดพระวิหาร “ภูมิธรรม” บอกว่าใครไปก่อนไปหลังไม่เป็นไร ...๐
พระเจ้าจอร์จ! ไม่รู้เลยหรือว่าเรื่องแบบนี้ใครฟ้องก่อนได้เปรียบไปแล้วเปลาะหนึ่ง ส่วนใครที่ชักช้าก็จะถูกกล่าวหาได้ว่าจัดฉาก ที่สำคัญไม่ใช่แค่ “รักษาการนายกฯ” ที่เอื่อยเฉื่อย แม้กระทรวงการต่างประเทศภายใต้บังเหียนของ “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” ก็เฉกเช่นกัน นี่ละหรือรัฐบาลที่ตอนเข้ามาบอกว่าจะทำเรื่องดิจิทัลแบบนี้ จะทำบล็อกเชนอย่างนั้น แค่การตอบโต้หรือประณามการกระทำของกัมพูชายังต้องให้ “ทหาร” ทำไปก่อนล่วงหน้าอีกต่างหาก ทั้งที่ต้องเฝ้าชายแดนรักษาอธิปไตยแล้วยังต้องมาทำหน้าที่ตอบโต้การบิดเบือนของกัมพูชา แทนที่จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยเฉพาะทีมโฆษก หรือ กต. ...๐
แล้วที่สังคมสงสัยกันมาก อุตส่าห์ตั้ง “จักรภพ เพ็ญแข” นั่งที่ปรึกษาเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ฟุ้งว่าจะปรับเรื่องการสื่อสารของรัฐบาลและมาเป็นกระบอกเสียงให้นั้น มาทำหน้าที่สมราคาคุยหรือยัง หรือแค่ตั้งเพื่อปลอบใจการหลุดเก้าอี้ “โฆษกรัฐบาล” แต่ไม่มีอำนาจแท้จริง เพราะไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด ...๐
พูดถึงรัฐบาลไม่พูดถึง “แพทองธาร ชินวัตร” นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรมก็ไม่ได้ เพราะล่าสุด “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 อนุญาตให้อุ๊งอิ๊งขยายเวลาแก้ข้อกล่าวหาเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ถึงวันที่ 4 ส.ค.2568 นี้เท่านั้น ซึ่งต้องบอกว่าแปลกแต่จริงอีกเช่นกัน เพราะเจ้าตัวเคยบอกว่ามีความพร้อม รวมถึงบรรดาลูกหาบอย่าง “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เลขาธิการนายกฯ ก็ตอกย้ำด้วยว่าใช้ความจริงใจ แต่ทำไมหลักฐานว่าด้วยความจริงใจมันถึงยืดเวลานานขนาดนี้ แล้วที่ “ก่อแก้ว พิกุลทอง” สส.เสื้อแดงมาเรียกร้องให้ศาล รธน.ยกเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนจากวิกฤตประเทศนั้น จริงๆ แล้ว “ก่อแก้ว” น่าจะบอกนายหญิงน้อย รีบส่งเอกสารแก้ข้อกล่าวหาคลิปลุงฮุนมากกว่านะจ๊ะ ไปๆ มาๆ สังคมเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าที่ซื้อเวลาแจงเรื่องดังกล่าวเพราะไม่กล้าและไม่อยากมารับเผือกร้อนว่าด้วยศึกไทย-เขมรหรือไม่อย่างไร ...๐
พูดถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้วไม่เอ่ยถึง คดีแปรงบลงพื้นที่ตัวเองของ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่งไม่ได้ เพราะมาทีหลังแต่ดูเหมือนผลการชี้ชะตาจะมาแซงเรื่องอื่นๆ แล้ว โดยศาลระบุว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และกำหนด นัดแถลงด้วยวาจาประชุมปรึกษาหารือ และลงมติในวันศุกร์ที่ 1 ส.ค.2568 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 15.00 น.จ้า ...๐
ส่วน “สทร.” หรือพ่อนายกฯ นั้น หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดไต่สวนพยานคนสุดท้ายคือ “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกฯ ยุคลุงตู่แล้ว ก็ได้นัดอ่านคำสั่งในคดีบังคับโทษ “ทักษิณ” ชอบหรือไม่ 9 ก.ย. พร้อมเรียกผู้บัญชาการเรือนจำกรุงเทพฯ มารับฟังด้วย นับจากนี้คงต้องติดตามกันแบบตาไม่กะพริบว่า “นายใหญ่” จะขอออกนอกประเทศหรือขอไปไหนหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงเดดไลน์ 9 ก.ย.นี้ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

