
ถูกวิจารณ์อย่างหนักสำหรับ "มท.อ้วน" ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ เพราะตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ ก็ยังไม่มีเรื่องใดตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เลย หรือแม้แต่การแสดงภาวะผู้นำในช่วงวิกฤตประเทศ กับเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา จนมีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต
สุดท้ายต้องโยนเรื่องไปให้ทหารจัดการ เช่นเดียวกับภาษีทรัมป์ก็โยนให้ รมว.คลังเป็นผู้จัดการแทน โดยที่ไม่รู้ว่าประเทศไทยต้องเสียอธิปไตยไปหรือไม่เพื่อแลกกับภาษีร้อยละ 19
แตกต่างจากเรื่องที่มุ่งมั่นเกินร้อย เดินหน้าเต็มสูบ อย่างเรื่องโยกย้ายข้าราชการระดับสูงสายสีน้ำเงินและใกล้ชิดฝั่งบุรีรัมย์ จนเกิดคำถามว่าโยกย้ายเพื่อประสิทธิภาพของงาน หรือต้องการล้างแค้นกันแน่ พร้อมข่มขู่สารพัดจนทำให้ข้าราชการเสียขวัญ ซึ่งเป็นท่าทีที่ ต่างจากสมัยนั่งกระทรวงกลาโหม ที่ยอมหงอไม่กล้าสั่งย้ายนายพลสักคน
เช่นเดียวกับการกดดันให้อธิบดีกรมที่ยกเลิกคำสั่งเดิม เพื่อให้เพิกถอนที่ดินเขากระโดง จนสุดท้ายเจ้าตัวต้องขอย้ายตัวเองเพราะไม่อยากทำผิดกฎหมาย ก่อนมีการแถลงข่าวใหญ่โตเร่งเพิกถอนโฉนดทั้งหมด 5 พันไร่ คืนให้การรถไฟแห่งประเทศไทย
ต่างจากกรณีที่ดินอัลไพน์ ที่อ้างเสมอจะใช้มาตรฐานเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการเร่งรีบคืนให้เป็นที่ธรณีสงฆ์แต่อย่างใด ทั้งที่กระทรวงมหาดไทยยุคที่แล้ว มีการสั่งเพิกถอนที่ดินไปแล้ว
ยิ่งล่าสุดช่วงที่ชาวบ้านกำลังตื่นกลัว และเป็นห่วงเรื่องภัยสงคราม ใน “ฐานะ มท. 1” กลับแอบเซ็นยกเลิกประกาศของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ปี 2501 ให้ พนันโป๊กเกอร์ ถูกกฎหมายแบบเงียบๆ สวนทางกับบริเวณชายแดนที่มีทั้งเสียงปืน เสียงระเบิด และเสียงร้องขอความช่วยเหลือหลังไม่มีงบลงไปช่วย
เรื่องโป๊กเกอร์ถูกเก็บในชั้นความลับ ไม่มีการบอกกล่าวหรือรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้เกิดความรอบคอบ หรือจริงๆ แล้วต้องการปูทางเพื่อรอเรื่อง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่พ่วงกาสิโนในอนาคตหรือไม่
“โอ้โห! พูดแบบนี้ก็เหมือนกับทุกเรื่องเราต้องบอกประชาชนก่อนเพื่อตัดสินใจ นี่เป็นเรื่องการบริหารจัดการ และเป็นเรื่องที่เราชี้แจงได้ คงไม่มีปัญหา” มท.อ้วนชี้แจง
ในเมื่อรัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน ถึงเวลาเลือกตั้งก็ระวังพวกเขาจะขอทวงพื้นที่และเสียงคืนบ้างแล้วกัน.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผิดพลาดกันได้
หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ
พปชร.เด็กดี
ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง

