
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วันนี้สะท้อนภาพว่าพรรคเพื่อไทยกับประชาชนเหมือนอยู่กันคนละโลก ความคิดสวนทางอย่างสิ้นเชิง แต่ยังมั่นใจว่า หาก แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รอดพ้นคดีคลิปอังเคิล ก็ยังสามารถอยู่ครบวาระได้ แม้จะเผชิญกระแสความนิยมตกต่ำ และแรงกดดันจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ที่หลายคนเชื่อว่าความขัดแย้งของสองตระกูลใหญ่ อาจลุกลามจนกลายเป็นการปะทะกันในที่สุด
ขณะเดียวกัน เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิเคราะห์ผลสำรวจของ นิด้าโพล ที่ตรงกับความรู้สึกของประชาชนในเวลานี้ว่า
ความสิ้นหวังต่อพรรคการเมืองและนักการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากก่อนหน้านี้ผลโพลชี้ว่าความไว้วางใจต่อกองทัพสูงถึง 97% วันนี้จึงเกิดคำถามว่า ความพึงพอใจ ความหวัง หรือความสิ้นหวังที่ประชาชนมีต่อพรรคการเมืองอยู่ในระดับใดกันแน่
ผลโพลออกมา 4 ประเด็นสำคัญคือ 1.ความพอใจต่อการทำงานของ สส.เขต – ไม่ค่อยพอใจ 32.29% ไม่พอใจเลย 28.24% รวมกว่า 60% 2.หากมีการเลือกตั้งใหม่ – 50.69% ระบุว่าจะไม่เลือกสส.คนเดิม 3.ความหวังต่อพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล – หมดหวัง 41.1% ค่อนข้างหมดหวัง 34.19% รวมกว่า 76% 4.หากเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อวันนี้ – 40.46% ไม่เลือกพรรคเดิม ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ประชาชนไม่เลือกทั้งพรรคการเมืองและ สส.ชุดปัจจุบันเกินครึ่ง ตรงกับภาพลักษณ์ที่เห็นกันในสภา
เทพไท ชี้ว่า สส.ในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ สส.ที่มาจากการซื้อเสียงเป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจสีเทา เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น การพนันออนไลน์ หวยใต้ดิน ยาเสพติด หรือการรับเหมาฮั้วประมูล ใช้เงินจากตลาดมืดลงสมัคร เขตหนึ่งไม่ต่ำกว่า 50–100 ล้านบาท พรรคการเมืองลงทุนรวมกันระดับพันล้านถึงหมื่นล้าน เมื่อเข้าสภาแล้วก็หวังถอนทุนคืน จึงพยายามผลักดันให้พรรคเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อกอบโกยผลประโยชน์และสะสมทุนสำหรับเลือกตั้งครั้งต่อไป จึงไม่น่าแปลกใจที่พรรคร่วมรัฐบาลเกาะกลุ่มเหนียวแน่น ไม่ถอนตัวง่ายๆ ไม่ว่ากระแสสังคมจะเป็นอย่างไร
ส่วนกลุ่มที่สองคือ สส.หน้าใหม่ที่อาศัยกระแสพรรคและความนิยมในตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประชาชนเลือกเพราะหวังเห็นผู้นำพรรคเป็นนายกฯ ทำให้มี สส.วัยรุ่นจำนวนมากที่ขาดประสบการณ์และวุฒิภาวะ แสดงออกคึกคะนอง อีโก้สูง มุ่งสร้างคอนเทนต์มากกว่าทำงานจริง หลายครั้งแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการโพสต์ข้อความหยาบคาย การอภิปรายโจมตีองค์กรจนเสียหาย หรือการใช้ถ้อยคำที่สร้างความแตกแยก กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ภาพลักษณ์เช่นนี้ทำให้สังคมมองว่า สส.รุ่นใหม่กลุ่มนี้ไร้คุณภาพและไม่สามารถคาดหวังได้
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ล้วนมีคุณภาพต่ำ ประชาชนไม่สามารถฝากความหวังได้ ตรงกับผลสำรวจของนิด้าโพลที่เพิ่งเผยแพร่ในสัปดาห์นี้อย่างแท้จริง
๐ ไม่เพียงเท่านั้น ความน่าเชื่อถือของการเมืองไทยยังถูกสั่นคลอนด้วยกรณีผู้ว่าฯ สงขลา ออกหนังสือด่วนถึงนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ ขอให้ อำนวยความสะดวก แก่ เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีภารกิจเดินทางไป–กลับระหว่างสงขลากับกรุงเทพฯ เป็นประจำ
หนังสือดังกล่าวระบุชัดว่า ไม่เพียงให้ร่วมส่งรัฐมนตรีที่ห้องรับรองสนามบินหาดใหญ่ แต่ยังให้จัดเตรียมอาหารว่าง เครื่องดื่ม และเจ้าหน้าที่บริการ อีกทั้งยังมีรายงานว่า ผู้ว่าฯ ได้จัดคิวผ่านกลุ่มไลน์ ให้นายอำเภอทั้ง 16 อำเภอเวียนกันรับ–ส่งรัฐมนตรีเป็นรายสัปดาห์ ไล่เรียงตั้งแต่อำเภอเมือง หาดใหญ่ สะเดา ไปจนถึงคลองหอยโข่ง
เรื่องนี้ถูกวิจารณ์หนักว่าเป็นการใช้ตำแหน่งราชการเพื่อรองรับกิจกรรมส่วนบุคคลของนักการเมือง มากกว่าภารกิจเพื่อประชาชน โดยเฉพาะเมื่อรัฐมนตรีผู้นี้ก็เป็น สส.ในพื้นที่อยู่แล้ว ย่อมรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องให้ นายอำเภอทั้งจังหวัด ผลัดกันรับส่งเหมือนเจ้าภาพงานเลี้ยง
กรณีดังกล่าวยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามเดิมๆ อีกครั้งว่า “ระหว่างงานรับใช้ประชาชน กับงานรับใช้รัฐมนตรี อะไรสำคัญกว่ากัน?” โดยเฉพาะเมื่อ มท.อ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เคยประกาศชัดว่า เวลาลงพื้นที่ไม่ต้องการพิธีต้อนรับ เว้นแต่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง แล้วเรื่องนี้ท่านจะว่าอย่างไร?.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

