
ช่วงนี้ "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย (มท.1) ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เดินหมากทางกฎหมายรัวๆ จนมีคนแอบแซวว่าเป็น “รักษาการนายกฯ ฟ้องดะ”
เริ่มจากดรามาในประเทศ…เมื่อมีนักวิชาการบางคนหลุดปากแรง พูดเปรียบเทียบว่า “ให้ไปตัดขาดูสิ จะได้รู้ความรู้สึกทหารไทยที่เจ็บหนัก” คำพูดแบบนี้สะเทือนใจคนฟังทั่วบ้านทั่วเมือง
“ภูมิธรรม” ฟังแล้วไม่ขำ เตรียมการให้ทนายฟ้องทันที งานนี้นักวิชาการบางรายบอกพร้อมสู้ในศาล ไม่ฟ้องกลับ เพราะนักการเมืองควรน้อมรับความเห็นของประชาชนเพื่อปรับปรุง
ไม่พอแค่นั้น…เรื่องที่ดินเขากระโดง ที่เป็นปมเรื้อรังระหว่าง รฟท.กับชาวบ้าน ฝั่งรัฐบาลเองก็ไม่ปล่อยผ่าน ส่งตัวแทนยื่นร้องเรียนมรรยาททนาย หลังปมตั้งโต๊ะแถลงใช้ถ้อยคำและพฤติกรรมข่มขู่ แสดงความเห็นหยาบคาย ถือเป็นการกระทำผิดมรรยาททนายความ
ที่ฮือฮาสุดๆ คือ “ภูมิธรรม” ขยับหมากใหญ่ระดับนานาชาติ หลัง สมช.และฝ่ายกฎหมายสรุปแนวทางว่า จะฟ้องผู้นำกัมพูชาทั้งคดีอาญาและแพ่งในศาลไทย เพราะใช้อาวุธโจมตี ทำให้คนไทยและทหารไทยเสียชีวิต บาดเจ็บ บ้านเรือนพังพินาศ
ซึ่งคนไทยข้องใจ ทำไม่หาช่องฟ้องศาลโลก (ICC) และทำไมถึงไม่สั่งให้หน่วยงานต่างๆ อายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้นำเขมรในไทยไปด้วย เพื่อกดดันในฐานะ "อาชญากรสงคราม"
แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ภูมิธรรมที่ “ฟ้อง” อยู่ฝ่ายเดียว…ไม่นานนี้ก็ถูก "องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมืองขอนแก่น" ฮึดขึ้นมาฟ้อง ข้อหาหนักๆ ทั้ง ม.119, 120, 124, 157 ปล่อยปละละเลยจนกัมพูชารุกรานประเทศไท...กลายเป็นว่ารักษาการนายกฯ ก็ถูกฟ้องบ้างเช่นกัน
ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าฟ้องกันนัวเนียไปหมด ขณะที่ชาวบ้านทั่วไปก็ต้องนั่งดูเกมกฎหมายว่า ใครจะเป็นฝ่ายชนะ ใครจะแพ้ ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ยืดเยื้อยาวนานกันทั่วหน้า
สุดท้ายจะฟ้องกันไปมาก็ไม่ว่าอะไร แต่รักษาการนายกฯ “ภูมิธรรม” อย่าฟ้องสื่อที่นำเสนอความจริงของทุกฝ่ายก็แล้วกัน (อิอิ).
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผิดพลาดกันได้
หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ
พปชร.เด็กดี
ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง

