บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การเมืองตอนนี้หยุดนิ่งเพราะโฟกัสไปอยู่ที่วันที่ 29 ส.ค. และ 9 ก.ย. หลังได้ฟังการวิเคราะห์ของกูรูการเมืองหลายคน ลองมาฟังการวิเคราะห์ของ สรกล อดุลยานนท์ หรือ “หนุ่ม เมืองจันท์” คอลัมนิสต์และนักข่าว นักเขียนชื่อดังกันบ้านว่า “ออก-ไม่ออก” โดยระบุว่า การเมืองไทยเข้าสู่ช่วงเวลาที่ต้องลุ้นระทึก เพราะใกล้เวลาการตัดสินคดีคลิปเสียงของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม ผลการตัดสินใจจะมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหญ่หรือไม่ หรือว่าจะทำให้รัฐบาลมั่นคงขึ้น ปรากฏการณ์ในช่วงที่ผ่านมาบอกอะไรกับเรา

1.ก่อนหน้านี้มีการวิเคราะห์ว่านายกฯ แพทองธารจะลาออกก่อน เพื่อไม่ให้คำพิพากษาติดตัวไปจนไม่สามารถเล่นการเมืองหรือทำธุรกิจลำบากขึ้น เหมือนที่ศาลจำหน่ายคดี พิชิต ชื่นบาน เมื่อเขาลาออกจากรัฐมนตรี อย่าลืมว่า “อุ๊งอิ๊ง” อายุแค่ 39 ปี อนาคตยังยาวไกล คุณหญิงพจมานน่าจะมีบทบาทในการตัดสินใจครั้งนี้มากกว่าคุณทักษิณ 

 แต่นักกฎหมายหลายคนบอกว่าคดีนี้ไม่เหมือนกับคดีของ “พิชิต” ที่ลาออก เพราะ “พิชิต” ลาออกก่อนที่ศาลจะรับคำร้อง แต่กรณีของ “แพทองธาร” อยู่ในกระบวนการพิจารณาคดีแล้ว

นอกจากนั้นมาตรา 51 แห่งพระราชกำหนดวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้เขียนชัดว่าต้องจำหน่ายคดี แม้ผู้ถูกร้องจะลาออก ในมาตรานี้เขียนคำต่อท้ายว่า “ก็ได้” และยังเขียนต่อด้วยว่าศาลยังคงมีอำนาจพิจารณาต่อได้ หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ 

 ศาลจึงมี 2 ทางเลือก คือ ยุติคดี หรือพิจารณาให้ถึงที่สุด ถ้าคิดว่านายกฯ ลาออกแล้ว ซึ่งเป็นเป้าหมายของคำร้องนี้ ศาลก็ยุติคดีเลย…ก็ได้ แต่ถ้าคิดว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะก็เดินหน้าอ่านคำพิพากษาต่อ..ก็ได้ การลาออกก่อนจะมีคำพิพากษา จึงไม่ได้ปลอดภัย 100% ว่าจะไม่มี “มลทิน” ติดตัวแต่อย่าเพิ่งสรุปว่านายกฯ จะไม่ลาออก หรือ “อุ๊งอิ๊ง” อาจจะลาออก…ก็ได้

2.บรรยากาศช่วงที่นายกฯ แพทองธารขึ้นให้การในศาล เชื่อว่าทีมงานของนายกฯ ทุกคนคงจะพยายามประเมินภาษาท่าทางของตุลาการแต่ละคนว่าใครคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ และถ้าเราติดตามการพิจารณาคดีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดตั้งแต่กรณีรถไฟความเร็วสูง หรือการยุบพรรคก้าวไกล คำซักถามของตุลาการจะบ่งบอกทัศนคติที่นำไปสู่ทิศทางของคำตัดสิน วันนั้นมีตุลาการซักถามหลักอยู่ 2 คน แต่มีอีก 2 คนที่ซักเพิ่ม 

 ส่วนอีก 5 คนไม่ได้ถาม ปฏิกิริยาของ 5 คนนั้น อ่านยาก แต่อีก 4 คน แล้วแต่ตีความ บางคนบอกว่า 3:1 บางคนบอกว่า 2:2 ผมไม่ได้เข้าไปนั่งฟังด้วย จึงไม่กล้าสรุป อาจจะออกมาทางไหน…ก็ได้

3.เรื่องในศาลก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องนอกศาลก็อีกเรื่องหนึ่ง ที่น่าสังเกตในฐานะที่ติดตามข่าวเรื่องนี้มานาน ทุกครั้งที่มีคดีของคนตระกูลชินวัตร หรือของพรรคเพื่อไทย จะมี “คู่แค้น” ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ใช้กลยุทธ์ “ตีปลาหน้าไซ” ในช่วงโค้งสุดท้าย คือ ออกมาให้ข่าวว่ามีการวิ่ง มีดีล ลองไปพลิกดูข่าวเก่าได้เลย

ในมุมหนึ่ง เขาอาจจะได้ข่าวมาจริงๆ แต่อีกมุมหนึ่ง การให้ข่าวแบบนี้จะทำให้ตุลาการที่อาจตัดสินยกฟ้องโดยบริสุทธิ์ใจ ต้องคิดมาก เพราะถ้ายกฟ้องก็ถูกมองในทางลบ คนเล่นเกมแบบนี้จึงมีแต่ “ได้” กับ “ได้” อย่างไรก็ตาม ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่มีเรื่อง “ถุงขนม” “ควัน” ที่เคยเกิดขึ้น ทำให้ไม่มีใครกล้าสรุปว่าจะไม่มี “ไฟ”

4.ถ้าศาลตัดสินว่า “อุ๊งอิ๊ง” ไม่ผิด พรรคเพื่อไทยจะคึกคักขึ้นมาทันที เพราะคดี 112 “ทักษิณ” ก็รอด

 และถ้าวันที่ 9 กันยายน “ทักษิณ” รอด ไม่โดนจำคุกอีก “พยัคฆ์เสียบปีก” เลยครับ “งูเห่า” จะโดดเข้าร่วมรัฐบาลจนตั้งฟาร์มไม่ทัน เพราะ สส.จะมองว่านี่คือสัญญาณ “ไฟเขียว” เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด แต่แรงกดดันจะไปอยู่ที่นอกสภามากกว่า เพราะมวลชนที่ไม่พอใจอาจเพิ่มจำนวนและลุกลามขึ้น…ก็ได้

5.แต่ถ้าศาลตัดสินว่านายกฯ แพทองธารผิดจริง หรือ “อุ๊งอิ๊ง” ตัดสินใจลาออก เกมชิงธงนายกฯ จะดุเดือดขึ้นทันที เพราะพรรคภูมิใจไทยคงไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย เขารู้แล้วว่าวันที่ไม่มี “อำนาจรัฐ” นั้นเจ็บปวดเพียงใด

 ๐ อีกด้านหนึ่้งหลัง มท.อ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ประกาศเพิกถอนที่ดินเขากระโดงตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. แต่วันนี้ยังไม่สามารถทำได้ เพราะรออธิบดีโปรดเกล้าฯ และบัดนี้ก็มีการโปรดเกล้าฯ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี เป็นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่แล้ว สุดท้ายคงต้องดูว่า อธิบดีท่านใหม่จะกล้าเซ็นเผือกร้อนหรือไม่ หรือจะเตะถ่วงเพื่อดูสถานการณ์การเมืองหลัง 29 ส.ค. ไปก่อน. 

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน