ขายฝันซ้ำซาก

พรรคเพื่อไทยยุคนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะเรื่องนโยบายและคำมั่นสัญญาต่างๆ ที่ให้ไว้ แต่สุดท้ายสวนทางกับคำพูดที่เคยประกาศ

เริ่มต้นตั้งแต่ปลุกเร้าให้โหวตขับไล่เผด็จการ แต่พอผลเลือกตั้งไม่เป็นดังหวัง พรรคเพื่อไทยกลับเดินเข้ากอด “2 ลุง” ที่เคยสาบานว่าจะไม่ร่วมงานด้วย ทำให้ประชาชนรู้สึกเหมือนถูกหลอกเต็มๆ   

รวมถึงการหาเสียง “ไล่หนูตีงูเห่า” แต่ต่อมาก็เปลี่ยนเป็น “ไล่หนูรับงูเห่า” ขณะที่ “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็กล่าวถึงสองเหตุการณ์ข้างต้นว่า "ก็จับมาแล้วสักพัก...ทำไมคำถามนี้ดีเลย์จัง" ส่วนเรื่องงูเห่า บอกว่าเหมือนเปลี่ยนที่ทำงาน โดยไม่ต้องคำนึงถึงอุดมการณ์การเมือง

ขณะที่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยเคยประกาศตั้งใจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ผ่านการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และผ่านประชามติ แต่ผ่านมาสองปีกว่ายังไม่รู้ว่าจะได้ทำหรือไม่ แต่หวังใช้เป็นเงื่อนไขซื้อเวลา

ในด้านนโยบายเศรษฐกิจ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท และเงินเดือนนักศึกษาจบใหม่ 25,000 บาท ที่ถูกประกาศดังก้อง วันนี้ยังเป็นเพียง “แผนอนาคต” ที่ไร้กรอบเวลา 

ขณะที่ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งถูกใช้เป็นนโยบายเรือธงในการหาเสียง ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก อ้างปัญหางบประมาณและเศรษฐกิจโลก จนชาวบ้านเริ่มมองว่าเป็นเพียง “เงินหมื่นในฝัน” ไม่ใช่เงินจริงที่จะได้ใช้

รวมถึงเรื่องที่ไม่ได้หาเสียง แต่กลับรีบผลักดัน คือ ร่างกฎหมาย Entertainment Complex (สถานบันเทิงที่มีกาสิโนอยู่ข้างใน) จนคนในสังคมออกมาต่อต้าน แต่สุดท้ายเสียงรัฐบาลไม่พอจึงต้องถอนร่างกฎหมายออกไปอย่างไม่มีกำหนด พูดแต่เพียงว่ารอสถานการณ์เอื้ออำนวย   

ล่าสุดกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่เคยถูกโปรโมตจนคนกรุงเทพฯ ตั้งความหวัง ก็ต้องถูกเลื่อนออกไปอีกแล้วเช่นกัน ด้วยอ้างว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับยังไม่ผ่านรัฐสภา ทำให้ต้องเลื่อนจากวันที่ 1 ต.ค. เป็น 15 พ.ย.   

เรื่องนี้ถึงขั้นทำให้ "ซันนี่" สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ต้องออกมาขอโทษสาธารณะ แต่แทนที่จะเรียกศรัทธากลับคืนมา กลายเป็นยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ว่าหาเสียงเก่ง แต่ทำจริงไม่ได้

เมื่อโยงทุกเรื่องเข้าด้วยกัน ความจริงจึงปรากฏชัดว่า แม้วันนี้จะทำอะไรรัฐบาลเพื่อไทยไม่ได้ แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน พี่น้องประชาชนคงไม่ยอมเป็นของตายอย่างแน่นอน.  

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผิดพลาดกันได้

หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3

แม่บ้านเท่านั้นที่รู้

กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172

‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’

บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่

‘แม่กอดก่อน’

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ

ครบเครื่อง

ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ

พปชร.เด็กดี

ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง