บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ปิดฉากคลิปขายชาติ! ถึงจะไม่ใช่ศุกร์ 13 แต่รับรองว่าศุกร์ 29 เขย่าขวัญกระเจิงแน่ โดยเฉพาะสองพ่อลูกชินวัตร รวมถึงบรรดาเพื่อแม้วทั้งหลาย ถึงจะโหมประโคมข่าว "อิ๊งค์" รอดแน่ รัฐบาลเพื่อไทยอยู่ครบวาระ แม้เจ้าตัวพยายามยิ้มแย้มโชว์สื่อ ดูแล้วเข้าตำราหน้าชื่นอกตรม ข่มความกลัวไว้ภายใน หลังจากล่องหนไม่เหยียบทำเนียบรัฐบาล 3 สัปดาห์ เบี้ยวถก ครม. ไป 2 นัด ส่วนครั้งล่าสุดถึงขั้นประชุมผ่านระบบซูมแทน "หมอมิ้่ง" เลยต้องเฉลยเหตุผลที่แท้หนีสื่อนั่นเอง แต่วันที่ควรอยู่ศาลดันเข้าทำเนียบฯ "แพทองธาร ชินวัตร" จะคัมแบ็ก (ชั่วคราว)

ปักหลักที่ตึกไทยคู่ฟ้า ตั้งแต่บ่ายสอง รอลุ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขนกองเชียร์มาส่วนหนึ่งเฉพาะรัฐมนตรี ส่วน สส. ให้รอที่ทำการพรรค พอฟังศาลอ่านคำพิพากษาจบ อิ๊งค์จะแถลงข่าวที่ตึกไทยคู่ฟ้า งานนี้ตีความได้ 2 อย่าง แบบแรกอิ๊งค์มั่นใจได้ไปต่อศาลไฟเขียวปั๊บก็ทำหน้าที่ได้เลย ขณะที่อีกแบบคือ ถ้าไม่มาวันนี้ ต่อไปก็หมดสิทธิ์ ขอนั่งเก้าอี้นายกฯ สั่งลา

๐ ฤา "สิงหาอาถรรพ์" 14 ส.ค.67 "เศรษฐา ทวีสิน" ตกเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ขาดคุณสมบัติไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากปมทูลเกล้าฯ แต่งตั้งพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่านมาปีเดียว นายกฯ คนที่ 31 ของพรรคเพื่อไทย จะเดินซ้ำรอยเดียวกันอีกหรือไม่ ก่อนหน้านี้ "พ่อนายกฯ" ที่ถนัด สทร. บอกไว้ล่วงหน้าถ้าลูกอิ๊งค์ไม่รอด จะดัน "ชัยเกษม นิติสิริ" แคนดิเดตคนสุดท้ายของพรรค นั่งนายกฯ คนที่ 32 เที่ยวนี้คงไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเหมือนคราวปั้นลูกสาว โดยรับหน้าที่ผู้จัดการรัฐบาล เปิดบ้านจันทร์ส่องหน้า สั่งการหัวหน้าและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลฉับไวในเย็นวันเดียวกับที่เสี่ยนิดร่วง ถัดมาอีก 2 วัน สภาโหวตฉลุย 319 เสียง อย่าลืมว่าเวลานี้ตัวเลขรัฐบาลไม่ใช่ 314 เสียง แต่ปริ่มน้ำ 261 เสียง ส่วนพรรคร่วมบางพรรคก็พร้อมผละได้ทุกเมื่อ ขณะที่ยังมีแคนดิเดตจากพรรคอื่นอีก 4 คน ที่มาแรงสุดต้องยกให้ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ทันไร "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถึงจะหมดสิทธิลุ้นแข่ง เพราะเหลือเพียง 20 สส. อุตส่าห์ลงทุนเข้าครัวบ้านป่าสวมบทเชฟทำข้าวหน้าไก่เลี้ยงข้าวกลางวัน คุยกันหวานชื่น ส่งสัญญาณล่วงหน้าก่อนวันชี้ชะตานายกฯ คนที่ 31

๐ บ่ายสามวันศุกร์นี้ คนไทยทั้งประเทศจ้องหน้าจอฟังถ่ายทอดสดตาไม่กะพริบแน่ โดยที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ติดตั้งจอโทรทัศน์เพื่อรับภาพและเสียงจากห้องพิจารณาคดีมายังพื้นที่ทำงานของสื่อมวลชน และยังถ่ายทอดคำวินิจฉัยผ่านช่องทาง youtube สำนักงานศาลฯ ด้วย โดย 9 อรหันต์ ประกอบด้วย "นครินทร์ เมฆไตรรัตน์" ประธานศาลรัฐธรรมนูญ "อุดม สิทธิวิรัชธรรม" "ปัญญา อุดชาชน" "วิรุฬห์ แสงเทียน" "จิรนิติ หะวานนท์" "นภดล เทพพิทักษ์" "บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์" "อุดม รัฐอมฤต" "สุเมธ รอยกุลเจริญ" จะขึ้นบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีสำคัญชี้ชะตาบ้านเมือง ย้อนกลับไป 1 ก.ค.68 ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9 เสียง รับคำร้องไว้วินิจฉัยในคดีที่ 36 สว. ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า นายกฯ กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จากนั้นมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย โดยศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 คน คือ นายนครินทร์ และนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่ยุติชัดเจนให้ปรากฏเหตุอันควรสงสัย แต่เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง ห้ามมิให้ผู้ถูกร้องใช้หน้าที่และอำนาจด้านความมั่นคงด้านการต่างประเทศและด้านการคลังจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ถึงแม้ช่วงนี้จะมีพวกปั่นข่าวปล่อยเฟกนิวส์เช่น คลิปนั่งลงลูก หรือข่าวลือถุงขนมอินเดีย ดิสเครดิตตุลาการศาลก็ตาม แต่สังคมยังเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์และความยุติธรรมของศาล เพราะศาลคือที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน