
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ตอนนี้ฝุ่นตลบว่าส้มจะเลือกแดงหรือน้ำเงิน “เทพไท เสนพงศ์” อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์และกูรูการเมืองโพสต์ว่า “สมมุติว่า ถ้าผมเป็นส้ม” ผมจะตัดสินใจเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1.นายอนุทินเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านมาด้วยกัน แม้ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็ถือว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลปัจจุบัน
2.พรรคภูมิใจไทยได้ให้เกียรติส่งตัวแทนระดับหัวหน้า-เลขาธิการพรรค มารับข้อเสนอของพรรคประชาชนด้วยตัวเองเป็นพรรคแรก หลังจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป
3.พรรคภูมิใจไทยยังไม่เคยตระบัดสัตย์ หักหลังพรรคประชาชนเลย ซึ่งต่างกับพรรคเพื่อไทยที่เคยหักหลังกันมาก่อน คำพุทธสุภาษิตกล่าวว่า คนโกหกไม่ทำชั่วไม่มี
4.นายอนุทินมีความพร้อม มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีความมุ่งมั่นในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มากกว่านายชัยเกษม ที่มีอาการลังเล แบ่งรับแบ่งสู้มาโดยตลอด
5.พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนไม่ได้มีฐานเสียงทับซ้อนกัน ไม่ใช่คู่แข่งมาแย่งฐานคะแนนเสียงของพรรคประชาชน ซึ่งต่างกับพรรคเพื่อไทยที่มีฐานเสียงมวลชนกลุ่มเดียวกัน
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ถ้าผมเป็นผู้มีอำนาจในพรรคประชาชน จะตัดสินใจเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่านายชัยเกษมครับ
๐ ขณะที่ “หนุ่ม เมืองจันท์” สรกล อดุลยานนท์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง โพสต์ว่า จนถึงตอนนี้ก็ยังงง และหาคำตอบไม่ได้ ทำไมพรรคเพื่อไทยไม่พาคุณชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยไปพบแกนนำพรรคประชาชนเมื่อวาน
นี่คือการเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ “ซื้อของออนไลน์” นะครับ ที่ให้เราตัดสินใจซื้อโดยไม่ต้องเห็นตัวสินค้า เมื่อเทียบกับพรรคภูมิใจไทยที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ มาด้วยตัวเอง พร้อมเลขาธิการพรรค และให้สัมภาษณ์ยอมรับเงื่อนไขด้วยตัวเอง น้ำหนักของพรรคภูมิใจไทยสูงกว่าพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้
ครั้งแรกที่เห็นรายชื่อคนที่จะมาขอเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชน นำทีมโดย “สรวงศ์ เทียนทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย คนก็เริ่มงงว่าพรรคเพื่อไทยเล่นอะไรอยู่ เพราะระดับชั้นของตัวแทนสู้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เลย
โชคดีที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” ตัดสินใจทิ้งการประชุม ก.ตร. มานำทัพเอง น้ำหนักค่อยสูสีหน่อย
แต่การไม่พานายชัยเกษมมาด้วย ปล่อยให้ไปตีกอล์ฟ จึงเกิดคำถามว่า พรรคเพื่อไทยกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ เพราะวันนี้ตัวนายชัยเกษมมีเครดิตความน่าเชื่อถือสูงกว่าพรรคเพื่อไทย
จุดยืนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญชัดเจน และกล้ายุบสภา ในขณะที่พรรคเพื่อไทยพยายามโหมโฆษณาเครดิตความน่าเชื่อถือของนายชัยเกษมผ่านสื่อโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง
ทั้งที่ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิ์เลือกนายชัยเกษมเป็นนายกฯ คนที่มีเสียงกำหนดชะตากรรมในเรื่องนี้ คือ พรรคประชาชน
แต่กลับไม่ยอมพาไปพบเพื่อขอคะแนนเสียงทำไมถึงทำเช่นนั้น ทั้งที่เป็นเรื่องที่แค่ใช้สามัญสำนึกพื้นฐานก็น่าจะคิดได้
หรือจริงๆ “ทักษิณ ชินวัตร” กำลังทำดีลใหม่ การเจรจากับพรรคประชาชนเป็นเกมยื้อเวลาเหมือนที่ “เจี๊ยบ” อมรัตน์ วิเคราะห์ หรือในอีกมุมหนึ่ง “ทักษิณ” ไม่สู้จริง แต่ไม่บอกลูกน้อง อาจเป็นคุณหญิงพจมานสั่งถอย
ถือว่า “มิชชันคอมพลีต” เพราะได้กลับบ้านแล้วหรือมีเรื่องลึกๆ ที่เล่าไม่ได้ อย่าลืมว่า “ทักษิณ” มีคดีชั้น 14 ที่จะพิจารณาในวันที่ 9 กันยายนนี้อีก 1 คดี หลังการเลือกตำแหน่งนายกฯ ในสภา ในวันที่ 3-5 กันยายน เขาคงรู้แล้วว่าเรื่องอะไรสำคัญกว่า.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
เปิดบันทึกในวันน้ำท่วมถ้วนทั่วกรุงเทพมหานคร มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ชัยภูมิที่ตั้งของแต่ละเขต ...0
บันทึกหน้า 4
"เธอคือที่สุด ความสุขของคนไทย" ปลาบปลื้มตื้นตันกันทั้งโลก "เนเน่ รอยัล" น้องแพรว-รัตติกานต์ อำลอย นักร้องและมือกีตาร์สาวน้อยภูเก็ตวัย 16 ปี สร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ คนไทยคนแรกคว้าแชมป์ America's Got Talent 2026
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาของ “สุกันยาณี ยะวิญชาญ” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ที่มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569 ฉบับที่ 4-5 เมื่อวันพุธนั้น ไม่สามารถกลบกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่าด้วย “มหาอุทกภัย” ได้ดีนัก เพราะสาเหตุหนึ่งก็มาจากการออกประกาศที่เหมือน “เอไอ” หรือหุ่นยนต์เกินเหตุ คือ เป็นการออกตามกำหนดเวลา แทนที่จะออกมาชี้แจงแบบเป็นจริงจังในช่วงจังหวัดเวลาที่เหมาะสม ...๐
บันทึกหน้า 4
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่เมืองไทยมีข่าวสะพัดว่าจะมีการปรับ ครม. ดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.)
บันทึกหน้า 4
กรณีที่ นายวรชัย เหมะ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาเรียกร้องให้ยุติการจองล้างจองผลาญตระกูลชินวัตร พร้อมหยิบยกปมภาษีหุ้นชินคอร์ปและผลกระทบทางคดีขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง สอดรับกับกระแสสังคมต่อร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสร้างความปรองดอง ทว่า ในความเป็นจริงกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่สามารถคุ้มครองหรือนิรโทษกรรมให้แก่
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันฟ้าอึมครึมไม่น้อยหน้าไปกว่าความรู้สึกมืดๆ มัวๆ ของประชาชนในสังคมไทยเวลานี้ หลังได้ยินได้ฟังผลการวินิจฉัยของ “กกต.” ที่ตัดสินใจส่งเรื่องราวฟ้องร้องกล่าวโทษใน “คดีฮั้ว สว.” ไปแค่ 77 คน จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย โดยเป็น สว. 26 คนเท่านั้น ที่เหลือคนที่อยู่ข้างหลังรอด!! ...0

