
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ระหว่าง 29-30 กันยายนนี้ เวทีรัฐสภาจะร้อนระอุ ถือเป็นศึกแรกที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ต้องขึ้นเวที แม้จะไม่ใช่เวทีตัดสินเป็นหรือตาย แต่ก็เป็นเวที เปิดแผล ให้เห็นเลือด ให้ได้กลิ่น เพราะ “พรรคเพื่อไทย” รวมถึงพรรคสาขา วางขุนพลขึ้นสังเวียนไล่เจาะ ทั้งเนื้องาน นโยบาย รวมถึงคดีร้อนเรื่อง “ฮั้ว สว.” และ “เขากระโดง” และรัฐมนตรีเจ้าปัญหาที่ ป.ป.ช. และคุณสมบัติในอดีตยังตามกลิ่นไม่ห่าง เพื่อหวัง ขยี้ความชอบธรรม ให้เหลือแต่ซาก โดยหวังว่าหากบาดแผลเริ่มเน่าใน 1-2 เดือนแรก ก็จะลากเข้าสู่ศึกซักฟอก ซึ่งพรรคเพื่อไทยอาจหาจังหวะเล่นงานไม่ให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ครบ 4 เดือน ฉะนั้นหากพรรคประชาชนกระโดดร่วมวงด้วย ก็ไม่ต่างจากนับถอยหลังสู่ทางตัน
หากเป็นเช่นนั้นต้องดูว่า นายกฯ หนู จะเลือกทางไหน จะยอมยุบสภาหนี เพราะไม่ต้องการเป็น “นายกฯ คนแรกที่ตกเก้าอี้” หรือจะเดินหน้าต่อแบบใจนิ่ง เพราะมั่นใจในดีลลับ พร้อมการทำงาน ที่สำคัญไม่ละเมิด MOA ของพรรคส้ม ก็เชื่อว่าจะลากจนครบกำหนดเวลาคือยุบสภาภายในสิ้นเดือน ม.ค.69 และเลือกตั้งภายในปลายเดือน มี.ค. หรือต้น เม.ย.69 แต่หากสุดท้ายมีเรื่องฉาวโฉ่ และผลงานได้แค่ดีแต่พูด พรรคส้มก็คงอุ้มไม่ไหว ก็ต้องเลิกเป็นไม้ค้ำยัน และยอมทิ้งเงื่อนไขเรื่องการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนคดี 44 สส.ก้าวไกล ที่เป็นชนักปักหลัง ก็ต้องไปรอลุ้นในวันข้างหน้า
๐ การเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษเขต 5 ที่เพิ่งผ่านไป ต้องบอกว่าเป็นชัยชนะของ “อีฟ” จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย ที่โกยคะแนนกว่า 4 หมื่นคะแนน ชนะผู้สมัครพรรคเพื่อไทยที่ได้ 3.1 หมื่นคะแนน เมื่อเทียบกับผลเลือกตั้งปี 2566 ที่มีสามพรรคใหญ่แข่งกัน ผลคะแนนตอนนั้นคือพรรคเพื่อไทย 3.2 หมื่น พรรคภูมิใจไทย 2.5 หมื่น พรรคก้าวไกล 1.8 หมื่น
รอบนี้มีเพียงสองพรรคหลักลงสู้ จึงเห็นชัดว่าคะแนนของพรรคก้าวไกลบางส่วน ไหลมาทางสีน้ำเงิน บวกกับกระแส ชาตินิยม ที่พุ่งสูงในพื้นที่ ทำให้ภูมิใจไทยมีแรงหนุนเพิ่มขึ้น ส่วนพรรคเพื่อไทยแม้จะได้คะแนนสูสีแต่ก็ลดลงกว่าพันคะแนนเท่านั้น ทั้งที่น่าจะหล่นมากกว่านี้เพราะตอนนี้เป็นฝ่ายค้าน ประกอบกับยังเจอเหตุการณ์ในแง่ลบในช่วงเป็นรัฐบาลเพื่อไทย เกิดเหตุปะทะในพื้นที่จนมีคนเสียชีวิต รวมถึง คลิปอังเคิล
แต่เมื่อคะแนนพรรคแดงหายไปไม่มาก อาจทำให้ สส.บ้านใหญ่สีแดงในภาคอีสานที่กำลังชั่งใจว่าจะ ย้ายพรรค หรือไม่ ก็รอประเมินอีกครั้ง และศึกครั้งต่อไปคือ เลือกตั้งซ่อมที่กาญจนบุรี ในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นการดวลกันตรงๆ ระหว่างพรรคแดงและพรรคน้ำเงิน
หากสีน้ำเงินชนะอีกครั้ง งานนี้พรรคแดงอาจ เลือดไหลไม่หยุด โดยเฉพาะ สส.บ้านใหญ่ที่ไม่พึ่งกระแส แต่ต้องการ “กลไกรัฐและระบบบริหารจัดการ” หนุนหลัง แต่ถ้าพรรคแดงสามารถตีตื้นกลับมาชนะได้ ก็อาจทำให้ สส.เหล่านี้กัดฟันอยู่ต่อ และยังพึ่งพากระแสของพรรคเพื่อไทยเป็นหลักต่อไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า
๐ เรื่องฮอตอีกประเด็นคือ ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือ “ผู้กองแคท” ที่ถูกตั้งข้อสังเกตถึงเส้นทางการเติบโตในสายราชการที่รวดเร็วผิดหูผิดตา เมื่อวันที่ 25 กันยายน มีหนังสือจากเลขานุการประธานรัฐสภา ขอตัวให้มาช่วยราชการที่สำนักงานเลขาธิการสภา หลังกำลังจะได้เลื่อนจากนักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ สังกัดสำนักงานเลขานุการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ไปเป็นปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ
ทันทีที่ข่าวนี้หลุดออกมา กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่น แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อมีหนังสืออีกฉบับในเวลาต่อมา จากอธิบดีกรมการปกครอง ส่งถึงสำนักงานเลขาธิการสภา เบรกคำสั่ง โดยให้เหตุผลว่า ข้าราชการที่เพิ่งได้รับตำแหน่งปลัดอำเภอ ต้องอยู่ประจำพื้นที่เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ก่อน
ทำให้เกิดการตีความสองทาง บางคนมองว่าเป็นเกม สีน้ำเงินขวาง ไม่ให้คนที่อยู่เบื้องหลังได้ดังใจทุกอย่าง ขณะที่อีกกระแสบอกว่า ประธานวันนอร์ ไม่ได้รู้เห็นเรื่องนี้ แต่เป็นแกนนำพรรคประชาชาติที่ดำเนินการแทน และที่สำคัญต้องการเลี่ยงเผือกร้อนนี้ ไม่ให้เรื่องเลยเถิด จึงประสานลับไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยปฏิเสธแทนตัวเอง งานนี้จึงเป็นปริศนาว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง และสุดท้าย ผู้กองแคท จะไปลงเอยตรงไหน.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

