บันทึกหน้า 4

วันพุธที่ 1 ตุลาคม นอกจากเป็นวันหวยออกประจำเดือนแล้ว ยังถือเป็นวันเริ่มทำงานวันแรกที่จะกลายเป็นจุดสตาร์ทของ การนับถอยหลัง 120 วันตามบันทึกข้อตกลง หรือ MOA ที่พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชนได้ลงนามด้วยกันไว้ ซึ่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็เรียกว่าทำงานตัวเป็นเกลียว หัวเป็นนอต กันเลยทีเดียว และที่สำคัญ “นรสิงห์จำลอง” ที่เคยถูกเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ที่ถูกตัดสินให้พ้นเก้าอี้จากมาตรฐานจริยธรรม เช่นเดียวกับ “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกฯ เช่นกันนั้น ณ ปัจจุบันก็ ถูก “นายกฯ หนู” อัญเชิญกลับมา ซ้ำยังมีการสวมฉัตร 7 ชั้นด้วย ...๐

งานนี้ “อนุทิน” ก็แย้มว่า “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรี ที่นอกจากมีความเป็น “กูรูกฎหมาย” แล้ว ยังเป็นน้องๆ เซียนวงการพระเครื่องและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้แนะนำว่า “พอประดิษฐานแล้วควรเอาฉัตรมากางให้ท่าน จะได้ร่มเย็นเป็นสุข มีสง่าราศี ซึ่งฟังแล้วก็ดูดี มีเหตุมีผล มีตรรกะ” แหม! ก็ขนาดจิ้งจกทักยังต้องฟัง แล้วนี่ระดับ “บวรศักดิ์” แนะจะไม่ฟังไว้ได้อย่างไร ...๐

หันมาดูควันหลง การแถลงนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 29-30 ก.ย. นอกจากมี “คู่กัด” หลายสิบคู่ที่เรียกว่าสมน้ำสมเนื้อ ก็ต้องบอกว่ามีดาวเด่นและดาวดับเกิดขึ้นด้วย เช่นกัน  โดยดาวดับก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” อดีต รมว.ยุติธรรมและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่นอกจากอภิปรายแบบแผ่นเสียงตกร่องแล้ว ยังเรียกว่าถ้าไม่มีหัวโขนหัวหน้าพรรค ปช. ใครๆ คงนึกว่าเป็นแกนนำพรรคเพื่อไทยเสียอีก เพราะออกหน้าออกตายิ่งกว่าสมาชิกพรรค พท.เองเสียอีก ...๐

ส่วน “ดาวเด่น” คงเป็นใครไม่ได้ คือ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รมว.พาณิชย์ ซึ่งแสดงความเป็นหญิงเหล็กที่แท้ทรู โดยเฉพาะการอภิปรายชี้แจง ซึ่งใครต่อใครต่างยกนิ้วให้ รวมทั้งยังส่งอานิสงส์ไปถึง “อนุทิน” อีกด้วยว่าสายตาเฉียบแหลมอย่างมากในการทาบ “คุณแต๋ม” จากเครือดุสิตธานีมาเข้าสู่ถนนการเมือง และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้ ...๐

เอ่ยถึงเรื่องเศรษฐกิจจะไม่พูดถึงเรื่อง “มะกันซัตดาวน์” ตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 30 ก.ย.2568 ตามเวลาท้องถิ่นไม่ได้ เพราะเป็นอีกครั้งหลังจากล่าสุดเกิดเมื่อปี 2562 เนื่องจาก “วุฒิสภา” ลงมติด้วยคะแนนเสียง 55 ต่อ 45 ไม่ผ่านมติที่จะขยายเวลาการจัดสรรงบประมาณออกไป งานนี้ ทำให้พนักงานรัฐราว 750,000 คนถูกพักงาน โดยไม่ได้รับเงินเดือน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดนานเท่าใด แต่ดูเหมือนจะไม่จบง่ายเพราะ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐแทนที่จะไกล่เกลี่ยให้เรื่องบรรเทาเบาบางลง แต่กลับบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้ลดขนาดหน่วยงาน และที่สำคัญยังขู่อีกว่าจะปลดคนจำนวนมาก โดยเฉพาะพวกเดโมแครต ...๐

ในขณะที่พี่ไทยไล่มาตั้ง “อนุทิน” และ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.การต่างประเทศ และ “วรภัค ธันยาวงษ์” รมช.การคลัง ต่างเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะสั้นและไม่มีผลกระทบต่อไทย แต่อย่าลืมว่า “ผีเสื้อขยับปีก” ยังสะเทือนถึงเดือนดาว แล้วนี่ “พญาอินทรี” ถูกจับให้อยู่นิ่งๆ ไม่ให้บินบนท้องฟ้า จะไม่มีผลกระทบต่อโลกและต่อประเทศไทยเลยนั้นก็ไม่น่าเชื่อถือซักเท่าใดนัก ...๐

ย้อนกลับไปในเวทีแถลงนโยบายอีกรอบ คงจำกันได้ หนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดมากที่สุดนอกจากเรื่องฮั้ว สว. ก็คือเรื่องที่ดินเขากระโดง ซึ่ง “ทรงศักดิ์ ทองศรี” ที่ใครต่อใครต่างบอกว่าเป็น “ร่างทรงเนวิน” นั้น ก็ลุกขึ้นชี้แจงหลายครั้ง และล่าสุดในการแบ่งงานในกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ผิดคาดที่เจ้าตัวได้ดูแลรับผิดชอบ “เผือกร้อน” อย่าง “กรมที่ดิน” แต่ที่ต้องเรียกว่า “ส้มหล่น” มากที่สุดคงไม่มีใครเกิน “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” รมช.มหาดไทย หรือ  มท.3 ที่ได้รับการแบ่งงานให้กำกับดูแลกรุงเทพมหานครนั่นเอง ซึ่งเรียกว่าน้อยครั้งนักที่ มท.1 จะไม่ดูแลโดยตรง เรียกว่าออกจากพรรคเพื่อไทยได้เก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว ยังได้โบนัสในการทำหน้าที่อีกต่างหาก ...๐

ไม่ใช่มีเพียงรัฐมนตรีที่แบ่งงานเท่านั้น ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ของ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ก็มีแบ่งงานใหม่ให้รอง ผบ.ตร. ทั้ง 5 นายเช่นกัน โดยงานบริหาร “พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง” รอง ผบ.ตร.ดูแล ส่วนงานป้องกันปราบปราม “พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร” รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้า งานสืบสวนสอบสวน เป็น “พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์” รอง ผบ.ตร.กุมบังเหียน งานด้านกฎหมายและคดี ก็ให้ “พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี” รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบ และสุดท้าย งานความมั่นคงและกิจการพิเศษ อยู่ในมือของ “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” รอง ผบ.ตร.จัดการรับผิดชอบ ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม

บันทึกหน้า 4

ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว