บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 ของรัฐบาลอนุทิน 1 เป็นพุธสัญจร รวมทั้งยังเป็น การประกาศท่าทีของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยแท้ เพราะวิ่งรอกไปหลายงาน ที่สำคัญคือการไปปาฐกถาพิเศษ โดยช่วงเช้า “นายกฯ หนู” ไปปาฐกถาพิเศษในเวทีสาธารณะด้านหลักนิติธรรม ครั้งที่ 3 หัวข้อ “หลักนิติธรรม : วาระแห่งชาติเพื่อความสามารถในการแข่งขันของไทย” ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) โดยงานนี้ เจ้าตัวให้คำมั่นว่า 4 เดือนจะไม่สูญเปล่า จะตอกเสาเข็มวางฐานรากและสร้างโรดแมปในเรื่องหลักนิติธรรมกลับมา ...๐

ในขณะที่ช่วงบ่าย “ที่โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์” “นายกฯ หนู” ก็ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Reset โครงสร้างประเทศ Recover เศรษฐกิจไทย” ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดย ประกาศรีเซตโครงสร้างประเทศ 3 มิติ ทั้ง “ความมั่นคง-เศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม” ที่สำคัญคือการจะทวงบัลลังก์ที่ 1 ในการเป็นผู้นำภูมิภาคกลับคืนมา จาก “เวียดนาม” ให้ได้ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพียงลมปากหรือราคาคุย แต่ที่ต้องปรบมือให้คือ การกล้าประกาศจุดยืนและความแน่วแน่ในด้านวิสัยทัศน์ของคนเป็นผู้นำประเทศ ...๐

งานนี้จึงไม่แปลกที่ชาวบ้านชาวช่องเข้าเลยต้องเอาไปเปรียบเทียบกับอดีตนายกฯ ที่ชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร” เพราะเพิ่งปาฐกถา “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย” เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มต้นมา “อุ๊งอิ๊ง” ก็เรียกดรามาแล้ว ที่ระบุว่า “พรรคนี้โดนรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง ถูกยุบพรรคไปแล้ว 2 พรรค กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์เกือบ 200 คน นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งถึง 6 คน โดยที่ผู้ที่ก่อรัฐประหารไม่ต้องคดี แต่ผู้ก่อตั้งพรรคนี้ถูกจองจำ” พิโธ่! ก่อนโชว์วิสัยทัศน์ดังกล่าว “ดนุพร ปุณณกันต์” โฆษกพรรคเพื่อไทย และ “ขัตติยา สวัสดิผล” รองโฆษกพรรค ตีปี๊บประกาศซะใหญ่โตว่าจะเป็นการโชว์ผลงาน 2 ปีที่บริหารประเทศ และเปิดใจ “อดีตนายกฯ อิ๊งค์” แต่สุดท้ายก็มีเพียงการโทษรัฐประหาร ซ้ำร้ายผลงานที่ยกมาอ้างเรื่อง “ซอฟต์พาวเวอร์” ของ THACCA เรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์นั้น “เด็กพรรคส้ม” ก็เคยแฉบอกแล้วว่า THACCA ยังไม่มีเป็นตัวเป็นตนจริง แต่ที่ชัดเจนแล้วคือ การใช้จ่ายงบประมาณอย่างระเบิดระเบ้อ ...๐

พูดถึง “อิ๊งค์” แล้วไม่เอ่ยถึงคดีที่อยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ได้ เพราะล่าสุด “สุรพงษ์ อินทรถาวร” รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ตั้งโต๊ะแถลงในหลายคดี โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ “แพทองธาร” นั้นก็มี 2-3 คดีแล้ว เช่น คดีแปรงบประมาณฝ่าฝืนมาตรา 114 จากการโยกงบประมาณ 2568 ไปใช้ในโครงการแจกหมื่น ซึ่งไต่สวนเสร็จแล้ว และรอชงที่ประชุมใหญ่ชี้ขาด ...๐

ส่วนคดี คลิปเสียง “อิ๊งค์-ฮุน เซน” แม้เพิ่งได้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มมา แต่ “สุรพงษ์” ก็ระบุว่ามีการตั้งองค์คณะไต่สวนแล้ว โดยแยกเป็น 2 ส่วนคือ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และความผิดด้านมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งคงใช้เวลาไม่นาน แหม! งานนี้ต้องลุ้นกันว่า ที่ “อุ๊งอิ๊ง” ประกาศว่าพร้อมสู้ ไม่ทิ้งกันไปไหนและเดินไปสุดทางนั้น หาก ป.ป.ช.มีมติออกมาจริง จะเจริญรอยตามพ่อและอาหรือไม่อย่างไร ...๐

ไม่ใช่แค่ “แพทองธาร” ที่ลุ้นระทึก เพราะ สส.พรรคประชาชนในค่ายของหัวหน้าเท้ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ก็ต้องลุ้นเช่นกัน เมื่อ “ป.ป.ช.” เผยว่าไต่สวนพยานหลักฐานคดี 44 สส.ก้าวไกลจากการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เสร็จแล้ว เหลือขั้นตอนองค์คณะตรวจสอบ และ คาดว่าจะเสร็จเดือนธันวาคมนี้ เรียกว่านับถอยหลังกว่า 2 เดือนได้เลยว่า อนาคตพรรคส้มจะออกหมู่หรือจ่า ...๐

ส่วนที่ต้องนับถอยหลัง 48 ชั่วโมงนั้นก็คือ กรณีชาวกัมพูชาที่ยังรุกล้ำอธิปไตยและดินแดนประเทศไทย ซึ่งกองทัพภาคที่ 1 ได้เขียนให้วันที่ 10 ตุลาคม ประชาชน ชาวกัมพูชาต้องอพยพออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และบ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว รวม 3 พื้นที่ และยิ่งมีข่าวล่าสุดกรณี “เมธาชาญ ยอแสง” เชฟไทยที่เสียชีวิตในเมืองปอยเปต กัมพูชา เนื่องจากโรงพยาบาลของกัมพูชาปฏิเสธการรักษา ซึ่งหากเป็นจริงก็จะยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟความเกลียดชังคนและประเทศเขมรเข้าไปอีก ที่สำคัญยังเป็นการพิสูจน์น้ำคำของ “นายกฯ หนู” ที่ประกาศแข็งกร้าวหลายครั้งในเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาในเรื่องเส้นตายว่าจะทำจริงหรือแค่ลมปากด้วย ...๐

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม

บันทึกหน้า 4

ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว