บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้ พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะไม่เพียงมีความเคลื่อนไหวภายในพรรคเท่านั้น แต่ยังมีอดีต สส.จากหลายพรรค โดยเฉพาะจากพรรค “เพื่อไทย” ทยอยย้ายค่ายเข้ามาร่วมอย่างต่อเนื่อง จนคนในแวดวงการเมืองพูดกันว่า สีน้ำเงิน กำลังค่อยๆ กลืน สีแดง แบบเงียบๆ

เริ่มจาก โกศล ปัทมะ อดีต สส.โคราชชื่อดังของเพื่อไทย ที่มีข่าวว่าเตรียมเปิดตัวกับภูมิใจไทย เช่นเดียวกับ “พงศกร อรรณนพพร” อดีต สส.ขอนแก่น ที่มาพร้อมกันแบบแพ็กคู่

ด้าน ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีต สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ก็พูดตรงๆ ว่า “เครื่องมันพัง” เพราะพรรคเดิมไม่สามารถผลักดันนโยบายแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรได้ตามที่ตั้งใจ เขายืนยันว่ามาไม่ได้มาคนเดียว แต่หอบ สส.อีกเกือบสิบคนมาสวามิภักดิ์กับ บ้านใหญ่บุรีรัมย์ พร้อมประกาศมั่นใจว่า น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ลูกสาว ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี จะชนะในวันที่ 19 ตุลาคมนี้แน่นอน เพราะ “คลื่นลูกหลังต้องแรงกว่าคลื่นลูกเก่า!”

ขณะเดียวกันภายในพรรคเพื่อไทยเองก็กำลังเกิดแรงสั่นสะเทือน เมื่อมีกระแสไม่พอใจในหมู่กลุ่ม “ดาวฤกษ์” และ “บ้านใหญ่” ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่ม แป้งมันโคราช ที่มี สส.อยู่ในมือถึง 8 คน แต่กลับถูกมองเป็น “คนนอก” ของสายบ้านจันทร์ส่องหล้า ทั้งที่กลุ่ม ประเสริฐ จันทรรวงทอง แกนนำพรรค มีเพียง 4 คน กลับได้ถึงตำแหน่ง “รองนายกฯ และรัฐมนตรีหลัก” เสียงบ่นภายในพรรคจึงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้ถึงจุดแตกหัก

ต้องจับตาว่า ไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู 7 สมัย และ ฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด 9 สมัย จะเลือก “ตายดาบหน้า” กับพรรคที่ให้ที่ยืนทางการเมืองใหม่หรือไม่ ขณะที่ฝั่งอุบลฯ เกรียง กัลป์ตินันท์ หัวหน้าบ้านใหญ่อุบลฯ ก็ถูกจับตาเช่นกัน หลังมีคนเห็นไปปรากฏตัวที่โรงแรมดังย่านรางน้ำ ฐานบัญชาการของ “ทีมภูมิใจไทย”

ภาพรวมตอนนี้ทำให้ “เพื่อไทย” ดูไม่ค่อยสดใส แม้จะประกาศ “ยกเครื่องใหม่” แต่คำถามที่หลายคนเริ่มตั้งก็คือ เลือด “เพื่อไทย” จะหยุดไหลได้หรือไม่ หรือสุดท้ายพลังสีน้ำเงินจะกวาด สส.บ้านใหญ่ เกลี้ยง

ส่วนอีกหนึ่งสมรภูมิสำคัญคือ การประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 14-15 ตุลาคม 2568 ซึ่งกลายเป็น “จุดตัดทางการเมือง” ที่จะกำหนดทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 หลังจากคณะกรรมการประสานงานร่วมรัฐสภา (วิป 3 ฝ่าย) กำหนดวาระพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ทั้งสามฉบับ ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน), พรรคเพื่อไทย (สีแดง) และพรรคประชาชน (สีส้ม)

แม้ร่างทั้งสามจะมีรายละเอียดต่างกัน แต่โฆษกวิปวุฒิสภาคาดว่า ทั้งหมดน่าจะผ่านวาระรับหลักการที่ 1 เพื่อให้กระบวนการเดินหน้าต่อ และหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาว่า สว. ขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมรักษาบรรยากาศการเมือง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่ “วาระที่ 3” ซึ่งต้องใช้เสียง สว.เห็นชอบอย่างน้อย 1 ใน 3 โดยมีสองประเด็นขัดแย้งหลักคือ

ข้อ 1 การห้ามแตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า “ยุ่งไม่ได้” ซึ่งสอดคล้องกับ สว. ส่วนใหญ่กว่า 80-90% ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้หมวดนี้ ขณะที่ร่างของเพื่อไทยก็ห้ามแตะต้องหมวดนี้เช่นกัน แต่ร่างของพรรคประชาชนเปิดทางให้ร่างใหม่ได้ทั้งฉบับ

ข้อ 2 ที่มาของ ส.ส.ร. หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า รัฐสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ ทำให้ทุกพรรคต้องออกแบบโมเดลที่ให้ ส.ส.ร. “ยึดโยงกับรัฐสภา”

ร่างทั้งสามสะท้อนอุดมการณ์ต่างกันชัดเจน สีน้ำเงิน (ภูมิใจไทย) ถูกมองว่า “ปลอดภัยที่สุด” ในสายตา สว. เสนอให้มี ส.ส.ร. 99 คน โดยส่วนใหญ่มาจากการคัดเลือกของรัฐสภา, สีแดง (เพื่อไทย) เป็น “ทางสายกลางของการประนีประนอม” เสนอให้มี ส.ส.ร. 140 คน มาจากการเลือกตั้งเบื้องต้น ก่อนให้รัฐสภาคัดเลือกอีกครั้ง ตามที่ ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยแถลงไว้ ส่วนสีส้ม (พรรคประชาชน) เน้น “เริ่มต้นจากประชาชน” มากที่สุด แต่ถูกมองว่า “สุดโต่งเกินไป” และอาจขัดต่อคำวินิจฉัยศาลจนถูกยื่นตีความให้เสียเวลาได้

คอการเมืองประเมินว่า หากต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่านตามเงื่อนไขในบันทึกข้อตกลง (MOA) ร่างของพรรคภูมิใจไทยน่าจะมีโอกาสมากที่สุดที่จะเดินหน้าได้จริง เพราะว่ากันว่าเสียงและเครือข่ายในรัฐสภามีมากที่สุดใช่หรือไม่. 

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน