
ต้องบอกว่าใครที่ไถดู “เฟซบุ๊ก” ยามนี้ อย่างน้อยๆ ต้องมี 2 เรื่องโผล่ขึ้นมาให้เห็นไม่มากก็น้อย หนึ่งคือเรื่องในวงการพระเครื่องว่าด้วยเหรียญหลวงพ่อทวดรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์เนื้อทองคำแท้หรือเก๊ สองคือปรากฏการณ์ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ไลฟ์ขายของ ที่มียอดขายถล่มทลาย รวมทั้งเกจิและกูรูทางการตลาดทั้งหลายที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเนื่องในปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยงัดความรู้และทฤษฎีทั้งหลายมาชี้แนะสังคมกันเป็นทิวแถว ...๐
แต่ที่ต้องบอกว่า หักมุมและน่าสนใจคือ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” อดีต สว.และนักร้องชื่อดังที่บอกว่าได้ส่งหนังสือด่วนถึง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สั่งการ “กรมสรรพากร” ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะในการไปออกรายการ “โหนกระแส” เกี่ยวกับรายได้การขายหรือให้เช่าพระเครื่อง และไลฟ์สดต่างๆ นั้น เสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรโดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ...๐
แม้ใครหลายคนอาจตำหนิว่า “เรืองไกร” ขี้อิจฉา หรือมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ แต่หากมองอย่างใจเป็นธรรมก็เป็นประเด็นที่น่าติดตามและน่าสนใจ เพราะดูจาก รายได้วงการพระเครื่อง โดยเฉพาะเซียนพระทั้งหลาย รวมถึงบรรดาดาราและเซเลบที่มาไลฟ์ขายของนั้น ก็มีเงินระดับเศรษฐีและมหาเศรษฐีทั้งนั้น ...๐
โดยเฉพาะในเรื่องการไลฟ์ขายของที่ลดราคากันอย่างบ้าระห่ำนั้น ก็ต้องให้ “สันติ ปิยะทัต” รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) “โสภณ ซารัมย์” รองนายกฯ ที่กำกับดูแลด้านสังคม และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รมว.พาณิชย์ ต้องเข้ามาดูแลในเรื่องต้นทุน และการกำหนดราคาที่เป็นธรรมด้วย เพราะขนาดไลฟ์ขายของลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลยังมีกำไรกันระดับร้อยล้านพันล้าน แสดงให้เห็นว่า ราคาสินค้าที่วางขายตอนยังไม่ลดราคานั้นราคาโอเวอร์ขนาดไหน ...๐
หันมาดูการเมืองว่าด้วยการประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 156 เพิ่มเติมกรณีที่รัฐสภาต้องมีการประชุมร่วมกันและเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นวันสุดท้ายกันบ้าง โดยบรรดา สส.พรรคเพื่อไทยต่างพาเหรดแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เล่นเอาสภากาแฟไม่รู้ว่าจะส่ายหัวไปทางไหนดี เพราะในเวลากว่า 2 ปีไม่เคยเห็นเอื้อนเอ่ยเรื่องดังกล่าว ให้จับต้องได้ แต่พอรัฐบาลอนุทินเปิดไฟเขียวขึ้นมาก็โชว์ออฟซะยกใหญ่ ...๐
แล้วที่ “วงกาแฟ” เขาหัวร้อนกันอย่างมากก็คือ การประดิษฐ์ถ้อยคำของ สส.เพื่อไทยทั้งหลายนั่นแล ไม่ว่าจะเป็น “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” ที่บอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญกล่องสุ่มบ้าง หรือ “สุทิน คลังแสง” ที่บอกว่าหากไม่แก้รัฐธรรมนูญอนาคตประเทศมืดมนบ้าง หรือแม้แต่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” ที่บอกว่าหากทำตามร่างของพรรคภูมิใจไทยอาจใช้เวลาเกือบปี และอาจไม่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พิโธ่! แล้วเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมาทำไมยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเลือกตั้งใหม่เล่าคุณชายอ๋อย ...๐
แต่ที่ขำไม่ออกมากที่สุด คงไม่มีกรณีใดเกิน “พริษฐ์ วัชรสินธุ” หรือไอติม ผู้คร่ำเคร่งอยากแก้รัฐธรรมนูญอย่างออกหน้าออกตา ที่โพสต์เฟซบุ๊กตั้งแต่เช้าไก่โห่ 06.06 น. ในหัวข้อ “ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน” โดยไอติมเชิญชวนให้มองมุมกลับว่า ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ประเทศเสียหายอย่างไร โดยยกทั้งเรื่องตึก สตง.ถล่มเอย คดีมาตรา 112 เอย คดีฮั้ว สว.เอย การคลอดเมกะโปรเจกต์เอยมาจากผลพวงรัฐธรรมนูญ 2560 เรียกว่า รธน.2560 แค่หายใจก็ผิดแล้วอย่างนั้น ทั้งๆ ที่หลายเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเลย แต่เป็นพฤติกรรมของ “คน” ที่กระทำผิดกฎหมายที่คนส่วนใหญ่ปฏิบัติตามอยู่ทั้งนั้น ...๐
งานนี้เลยอยากให้ “ไอติม” ไปแกะเทปคำอภิปรายของ “ชวน หลีกภัย” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่า “ในฐานะเป็นประจักษ์พยานที่เห็นรัฐธรรมนูญมาทุกฉบับ แม้ทั้งหมดเราจะเขียนมาไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ทำไมถึงมีปัญหา คำตอบคือผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ต้องคำนึงว่ากฎหมายที่ดีกับคนที่ดีต้องไปด้วยกันตลอดเวลา บ้านเมืองเราจึงจะสามารถพัฒนาไปได้ มีความเจริญรุ่งเรือง ระบบการปกครองของเราไม่ใช่ระบบล้มเหลว ที่เรามีปัญหาสะดุดหลายครั้ง หกล้มหลายครั้ง เพราะผู้ใช้กฎหมายของเราไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกา เลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความขัดแย้ง” แต่ก็ไม่รู้ว่า “พริษฐ์” และบรรดา สส.พรรคส้มจะสำนึกสำเหนียกหรือไม่ เพราะ “อัตตา” นั้นสูงปรี๊ดอย่างยิ่ง ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม
บันทึกหน้า 4
ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว

