ใครได้ตัว...มีแต่เฮ

ชื่อของ "เสี่ยแฮงค์-อนุชา นาคาศัย" อดีตรัฐมนตรีและ สส.ชัยนาท กลับมาเป็นกระแสในแวดวงการเมืองอีกระลอก  

หลังมีภาพยืนยิ้มเคียงข้าง “นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” ตอนลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำที่ชัยนาท บ้านเกิดของเสี่ยแฮงค์ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา  

ภาพที่ปรากฏออกมาเรียกเสียงฮือฮาไม่เบา

มีเสียงเมาธ์สะพัดว่า "หรือเสี่ยแฮงค์จะโยกไปอยู่ภูมิใจไทย?"

แต่เจ้าตัวรีบเบรกทันที บอกตรงๆ ว่า "ยังไม่ได้ตัดสินใจทางการเมือง" และ "ยังไม่ได้คุยกับพรรคภูมิใจไทย" เรียกได้ว่า เปิดประตูแง้มๆ ไว้ให้คนเดาเล่นกันพอสนุก

"นายกฯ อนุทิน" ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พอถูกถามระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ชัยนาท ว่าจะทาบทามนายอนุชามาอยู่พรรคภูมิใจไทยเลยหรือไม่ ก็หยอดคำหวานกลับมา “นอกจากภรรยาผมแล้ว ผมก็รักพี่แฮงค์ (นายอนุชา) เป็นคนที่สอง” ประมาณว่า "ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก"

เอาเข้าจริง "เสี่ยแฮงค์" นี่ไม่ใช่มือใหม่ในสนาม เขาอยู่ในวงการมานาน ผ่านทั้งยุคเฟื่องฟูของพรรคไทยรักไทย ก่อนพรรคถูกยุบ ก็เว้นวรรคพักใจไปช่วงหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาในฐานะนักการเมืองสายกลางเข้าได้กับทุกฝ่าย 

หลังจากนั้นย้ายเข้าสู่ พรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นถึง "เลขาธิการพรรค" คนสำคัญของทีมลุงป้อม ก่อนจะต่อยอดสู่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ยุค “ลุงตู่” นำทีม ก็ยังคงรักษาเก้าอี้ สส.ชัยนาท ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

พอถึงยุค "อนุทิน" ที่กำลังนำรัฐบาลเฉพาะกิจ “ภูมิใจไทย” ขยายอิทธิพลไปทั่ว "เสี่ยแฮงค์" ก็ถูกจับตาอีกครั้ง เพราะไม่เพียงมีฐานเสียงแน่นในภาคกลาง แต่ยังเป็นนักประสานรอยร้าวมือทอง ที่หลายพรรคอยากได้ไว้ช่วยคุมเกม

ตอนนี้เจ้าตัวยังนิ่ง ไม่เผยไต๋ว่าจะไปต่อค่ายไหน แต่วงในแอบกระซิบ… ถ้าพรรคไหนได้ “เสี่ยแฮงค์” ไปร่วมงาน นอกจากได้พันธมิตรแล้ว เตรียมนับจำนวน สส.ได้เลย.  

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน