
ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net จับตายกสอง! ถึงแม้ยกแรกพรรคประชาชนชนะภูมิใจไทยชนิดพลิกความคาดหมาย ด้วยคะแนน 300 ต่อ 287 เสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ "พริษฐ์ วัชรสินธุ" กลายเป็นฉบับหลัก หลังเพื่อไทยตัวแปรสำคัญที่สุมไฟแค้นเมื่อร่างของตัวเองร่วงเพราะ สว.สีน้ำเงิน เลยเทคะแนนให้พรรคส้มทั้งที่ไม่ได้พิศวาสอะไร ถือคติเอาคืน ภท. ได้ก็สะใจแล้ว จากนี้รอดูกันต่อในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ไล่เช็กชื่อ 43 อรหันต์ ตามโควตาของแต่ละพรรค และสมาชิกวุฒิสภา แล้วลองแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ตัวเลขสูสีกันมาก ในชั้น กมธ. จะพิจารณาเรียงตามมาตรา โดยใช้เสียงข้างมากตัดสิน
ฝ่ายส้มกับแดงรวมกัน ปชน. 9 คน + พท. 9 คน + ประชาชาติ 1 คน = 19 เสียง ส่วนอีกฟาก ภท. 4 คน + กล้าธรรม 2 คน + รทสช. 2 คน + พปชร. 1 คน = 9 คน แต่ถ้ารวมกับ สว. ซึ่งมีอยู่ 12 คน ตัดสายอิสระ 2 คน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ กับรัชนีกร ทองทิพย์ ที่น่าจะไปอยู่กับพรรคส้ม จะเหลือ 10 สว. น้ำเงิน รวมกับ สส.รัฐบาล เท่ากับ 19 เสียง ขณะที่ประชาธิปัตย์ 2 คน ถ้าฟังจากการอภิปรายของ "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" สนับสนุนร่างของภูมิใจไทย ตรงกับจุดยืนของพรรคไม่แตะหมวด 1-2 ซึ่งคล้ายกับท่าทีของชาติไทยพัฒนาที่ได้ 1 เก้าอี้ ถ้าดูคร่าวๆ แบบนี้ ก็จะกลายเป็น 21 ต่อ 22 เสียง เชื่อว่าประลองกำลังกันสุดฤทธิ์ โดยเฉพาะโมเดล ส.ส.ร. งานนี้ไฟลุกแน่
๐ ฟังจากเสียง สว. หนึ่งใน 43 อรหันต์ "พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์" ไม่กังวลกับการใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นหลัก ที่จะเปิดทางแตะหมวด 1-2 "อย่างที่ผมอภิปราย ซึ่งห่วงอยู่ 6 ประเด็น ผมจะเข้าไปเป็นกรรมาธิการร่วมด้วย จะพยายามไม่ให้ความสุ่มเสี่ยงที่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องคุยกันใน กมธ. ว่าเขาพอจะแก้ไขหรือปรับปรุงตรงไหนได้บ้าง ต้องไปว่ากันในวาระ 2... ตราบใดที่อยู่ในวาระ 2 ยังอยู่ในขั้นการพิจารณา ผมมีอำนาจสงวนคำแปรญัตติ แล้วไปว่ากันในวาระ 3 ซึ่งวาระ 3 จะเป็นวาระตัดสินว่าจะรับร่าง หน้าตาเป็นอย่างไรได้หรือไม่" เพราะนอกจากต้องฝ่ายกสองแล้ว ด่านที่สำคัญที่สุดคือยกสาม เพราะยังใช้เดดล็อกเช่นเดียวกับวาระแรก นอกจากต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา โดยในจำนวนนี้ต้องมี สส. จากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา เพราะฉะนั้นหาก สว.สีน้ำเงินที่มีเสียงราว 150 เสียง ไม่เอาด้วย ร่าง รธน.ฉบับนี้ก็โดนล้มกระดานได้ทันที
๐ เอ๊ะยังไง! "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพิ่งยอมชี้แจงเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ ของ "ทักษิณ ชินวัตร" หลังก่อนหน้านี้บ่ายเบี่ยงมาตลอด โดยอธิบายว่า กรณีทักษิณมีพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2566 พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษ ให้เหลือจำคุกต่อไปอีก 1 ปี และศาลฎีกามีคำสั่งบังคับโทษ โดยนายทักษิณ ได้เข้าไปรับโทษตามคำสั่งบังคับโทษของศาลฎีกาแล้ว จึงไม่มีกรณีการยกฎีกาเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น นายทักษิณมีสิทธิ์ยื่นฎีกาพระราชทานอภัยโทษได้ ส่วนที่เจ้ากระทรวงยุติธรรมเสนอขอยกฎีกานั้น ถือเป็นธรรมเนียมที่ รมว.ยธ. และรัฐบาลจะต้องถวายคำแนะนำให้ยกฎีกา ซึ่ง รมว.ยุติธรรม มีหน้าที่ถวายเรื่องราว และส่งมาที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน โดย สลค.ต้องนำเรื่องขึ้นกับกราบบังคมทูล เสนอไปที่กรมราชเลขาธิการในพระองค์ สำนักพระราชวัง โดยองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็น แต่ท้ายที่สุดเป็นพระบรมราชวินิจฉัย โดยเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนกราบบังคมทูล.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

